ใครที่กำลังตัดสินใจจะออกรถใหม่ หรืออยากจะรีไฟแนนซ์อยู่ในช่วงนี้ ต้องมาทำความเข้าใจถึงรายละเอียดดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากทุกธนาคาร ที่ทางภาครัฐได้เพิ่งประกาศบังคับใช้ในปี 2566 ที่ผ่านมากันดีกว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ต้องรู้ และดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก คืออะไร แตกต่างจากดอกเบี้ยแบบคงที่มากน้อยแค่ไหน เราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจไปพร้อม ๆ กัน
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 เป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) หรือที่เรามักเรียกกันว่า ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ถูกบังคับใช้จากภาครัฐมาตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการเช่าซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเพียงเท่านั้น ไม่รวมสำหรับภาคขนส่งธุรกิจใด ๆ โดยจะมีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมขึ้นมาอย่างอัตราดอกเบี้ยใหม่ การยกเลิกสัญญา ส่วนลดในการปิดบัญชีก่อนกำหนด และการคิดดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดชำระ ที่เปลี่ยนไปทั้งหมด ดังนี้
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง ภาครัฐจะมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยให้เกิดความเหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ทุก ๆ 3 ปี
ในกรณีที่ต้องการจะปิดบัญชีในการผ่อนชำระก่อนกำหนด จะสามารถรับสิทธิพิเศษในการชำระอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ถูกลง โดยทางธนาคารจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยรถใหม่ให้กับผู้เช่าซื้อ ดังนี้
ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะคิดดอกเบี้ยรถใหม่อย่างไร แล้วทำไมต้องคิดยอดรวมด้วย แค่รู้เพียงยอดที่ต้องจ่ายต่อเดือนก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องบอกว่าการคิดแบบนี้นั้นไม่ถูก เพราะถึงอย่างไรก็ยังจำเป็นที่จะต้องรู้ยอดรวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด เมื่อทำการเช่าซื้อรถคันดังกล่าวอยู่ดี เพราะนั่นคือเงินทั้งหมดที่เราต้องจ่ายออกไปในการครอบครองรถคันดังกล่าว ซึ่งจะต้องคิดตามนี้
ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยรถ
ราคารถคันที่ต้องการซื้อคือ 400,000 บาท วางเงินดาวน์ไป 30% คือ 120,000 บาท ยอดจัดไฟแนนซ์ที่เหลือ จะอยู่ที่ 280,000 บาท หากเลือกผ่อนชำระจำนวน 4 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 5.4% ต่อปี จะต้องคำนวณ ดังนี้
ดอกเบี้ยรถใหม่จะมีอัตราการคิดดอกเบี้ยที่ถูกกว่ารถมือสอง เนื่องด้วยรถมือสองมีค่าเสื่อมราคาตามจำนวนปีความเก่าจนทำให้ราคาตกอย่างรวดเร็ว บวกกับการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ทำให้มีค่าบำรุงรักษาในการซ่อมแซมที่เยอะกว่ารถใหม่ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทางไฟแนนซ์ต้องเพิ่มดอกเบี้ยในการประกันความเสี่ยงตรงจุดนี้
ดอกเบี้ยรถใหม่สามารถโปะได้ เพราะเป็นการเปลี่ยนมาใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่แบบเดิม อีกทั้งยังมีส่วนลดในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เมื่อชำระค่างวดตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อีกด้วย
รีไฟแนนซ์ก็สามารถช่วยลดดอกเบี้ยได้เช่นกัน เพียงแต่เช็กดูให้ดีว่าไฟแนนซ์ที่จัดอยู่ มีเงินต้นเหลืออยู่เท่าไหร่ และมีอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร แล้วจึงค่อยพยายามหาไฟแนนซ์ใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยรับได้ จึงค่อยยื่นเอกสารคำร้องขอรีไฟแนนซ์ เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงได้
สำหรับใครที่อยากจัดไฟแนนซ์รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ เรามีดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากทุกธนาคารมาฝากกัน เปรียบเทียบกันแบบชัดเจนไปเลย
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารกรุงศรีฯ จะอยู่ที่
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารไทยพาณิชย์ จะอยู่ที่
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารกสิกรไทย จะอยู่ที่
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารทหารไทยธนชาต จะอยู่ที่
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารทิสโก้ จะอยู่ที่
อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากธนาคารเกียรตินาคิน จะอยู่ที่
เห็นกันแล้วใช่ไหมว่า อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ 2568 จากทุกธนาคาร ที่ทางภาครัฐกำกับให้มีการปรับเปลี่ยน มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการออกรถเพื่อใช้งาน เพราะมีส่วนลดมากมายเพื่อช่วยเหลือคนที่มีวินัย อีกทั้งยังเป็นการปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด จึงส่งผลดีต่อประชาชนอย่างเราทุกคน และสำหรับใครที่คิดจะออกรถใหม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ก็คือการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ แต่หากยังไม่รู้ว่า พรบ รถ ราคาเท่าไหร่ สามารถเช็กได้ที่นี่ และสามารถต่อได้ที่ช่องทางไหนบ้าง ต่อกับทาง insurverse บริษัทประกันรถยนต์ชั้น 1 ออนไลน์เราได้เลย สะดวกที่สุดแล้ว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน