สำหรับใครที่เกิดอุบัติเหตุแล้วแจ้งเคลมกับบริษัทประกันไว้ อาจเกิดข้อสงสัยว่าใบเคลมที่ได้รับมานั้นสามารถเก็บเอาไว้ก่อนได้หรือไม่ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุไม่รุนแรงและรถยังสามารถใช้งานต่อได้ โดยหลายคนเกิดข้อกังวลใจและเกิดข้อสงสัยในส่วนนี้ ดังนั้นเราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับใบเคลมให้มากขึ้นและไขข้อสงสัยได้ใบเคลมแล้ว ทําไงต่อที่หลายคนอยากรู้
เมื่อคุณทำประกันรถยนต์ไว้กับบริษัท ประกันรถยนต์ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีการแจ้งเคลม พนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุจะทำการเขียนใบเคลมให้คุณ โดยสิ่งนี้คือเอกสารที่ออกโดยบริษัทประกันเพื่อใช้ในการซ่อมแซมรถยนต์ ที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งในใบเคลมนั้นจะระบุรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับรถ ทั้งข้อมูลรถยนต์ เช่น เลขทะเบียนรถ , ชื่อรถยนต์และรุ่น , สีรถ , เลขตัวถัง เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีการระบุเลขที่รับแจ้ง วันที่ในการออกใบเคลมและรายละเอียดความเสียหายของตัวรถ
ใบเคลมมีอายุหนึ่งปีหลังจากที่คุณได้รับ ดังนั้นแล้วคุณสามารถที่จะเก็บไปเคลมไว้ได้หากยังไม่สะดวกส่งรถซ่อม แต่จะต้องไม่เกินระยะเวลาหนึ่งปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับมา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใบเคลมมีการเขียนวันที่ได้รับ คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้ใบเคลมนี้เพื่อแจ้งซ่อมรถได้ จนถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568 แต่หากเกินกว่านั้นถือว่าใบเคลมหมดอายุและไม่สามารถแจ้งได้ ซึ่งถ้าหมดอายุแล้วจะไม่สามารถส่งซ่อมรถได้ รวมถึงหากเก็บไว้ไม่ดีอาจสูญหายและต้องขอใหม่
สำหรับใครที่แจ้งเคลมและได้รับใบเคลมมาแล้ว สิ่งที่เราอยากแนะนำให้ทุกท่านทำก็คือ การส่งซ่อมรถให้เร็วที่สุดหรือไม่ควรเกินวันหมดอายุภายในหนึ่งปี เพราะมิเช่นนั้นคุณอาจจะเสียสิทธิประโยชน์ในการซ่อม และต้องแจ้งเคลมใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเสียเวลา อีกทั้งหากคุณยังไม่มีเวลาไปซ่อมรถ ขอแนะนำให้คุณใช้ใบเคลมเพื่อยื่นจองคิวการซ่อมกับอู่ไว้ล่วงหน้าและนัดวันที่คุณสะดวกก่อนได้เพื่อเป็นการประหยัดเวลาได้ดีเลยทีเดียว และนอกจากนี้หากใครที่มีใบเคลมอยู่ในมือและลืมไปว่าหมดอายุ ถ้าคุณได้นำไปยื่นให้อู่ คุณจะต้องเสียเงินซ่อมเองทั้งหมด จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกท่านต้องตรวจสอบให้ดีก่อน
ไม่ต้องตกใจหากทำใบเคลมรถยนต์หายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีหลังจากได้รับ ขอแนะนำให้คุณทำตามวิธีดังนี้
หลังจากนั้นบริษัทประกันจะทำการส่งใบเคลมให้คุณมาทางไปรษณีย์หรืออีเมล แต่หากใครสะดวกเข้าไปรับที่สำนักงานเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ใบเคลมนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะซ่อมรถคุณในการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก หากใครที่ได้รับใบเคลมจากบริษัทประกันรถยนต์มา ยิ่งนำรถไปแจ้งซ่อมเร็วเท่าใดยิ่งดี และถ้าใครต้องการจะเก็บไว้ต้องมีระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี จึงเป็นสิ่งที่เราอยากแนะนำ และหากคุณสนใจที่จะทำประกันรถยนต์ทุกประเภท คุณสามารถซื้อประกันผ่านออนไลน์ได้ที่ insurverse เช็คเบี้ยประกันชั้น1ซ่อมศูนย์ และประกันประเภทอื่น ได้ทุกรุ่นรถฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน