ปัญหาเรื่องการจอดรถ ไม่ว่าจะจอดรถที่ไหน ในห้าง, ข้างถนน, ริมทางเท้าหรือแม้แต่หน้าบ้านตัวเอง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบเจอกันได้บ่อยๆ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับรถอีกด้วย ยิ่งเป็นนักจอดรถมือใหม่ด้วยแล้วยิ่งปวดใจ วันนี้ประกันรถยนต์ออนไลน์ของ insurverse จึงได้รวบรวมเทคนิคการจอดรถสำหรับมือใหม่มาแนะนำว่ามีวิธีไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
1.1. การมองหาช่องจอด โดยเลือกจอดภายในช่องจอดให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
1.2. หากต้องจอดในช่องที่มีรถกำลังออก ให้เปิดไฟฉุกเฉินรอ
1.3. หากหาที่จอดไม่ได้ การจอดรถขวางหรือการจอดซ้อนคัน ต้องไม่ดึงเบรกมือหรือล็อกเบรกมือเอาไว้ รวมทั้งต้องปลดให้รถอยู่ในภาวะเกียร์ว่างเสมอ
1.4. กรณีต้องการออกจากช่องจอด แต่มีรถคันอื่นมาขวางเอาไว้ ควรเข็นรถคันนั้นออกไปด้วยความระมัดระวัง
1.5. เมื่อเจอช่องจอดว่าง 2 ช่องติดกัน อย่าจอดคร่อมช่องจอดคันอื่น
ควรจอดรถในทางขนานชิดขอบทาง บางพื้นที่ได้รับอนุญาตสามารถจอดรถริมถนนชิดขอบทางได้ โดยวิธีจอดรถข้างทางจะต้องให้ตัวรถอยู่ในระยะ 25 ซ.ม. จากขอบทางหรือหากต้องการจอดรถเทียบฟุตบาท ให้ผู้ขับขี่เลื่อนรถขนาบกับคันหน้า ระยะห่างจากตัวรถประมาณ 2 ฟุต ที่สำคัญท้ายรถจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันอีกด้วย
1. ช่วงทางโค้งห้ามจอด เป็นจุดที่ไม่สามารถมองเห็น ทำให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง
2. บริเวณทางแยกใดๆ ก็ตาม เพราะการจอดรถที่ทางแยก มักจะเป็นมุมเลี้ยวรถ อาจทำให้รถไม่สามารถเลี้ยวสวนกันได้และสร้างปัญหาให้กับคนที่สัญจรไปมาในแยกนั้นๆ
3. บริเวณที่มีความมืดหรือมีแสงสว่างไม่พอ ยิ่งถ้าเป็นรถคันสีดำหรือรถสีโทนเข้ม อาจทำให้รถคันอื่นมองไม่เห็นและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมอีกด้วย
4. ไม่สมควรจอดกีดขวางหน้าบ้านหรือทางเข้าออกคนอื่น
5. พื้นที่ห้ามจอดอื่นๆ ในบางจุดจะมีการประกาศห้ามจอดเอาไว้ เช่น ตู้ไปรษณีย์, หัวฉีดน้ำดับเพลิงและอื่นๆ ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ห้ามจอดรถ
ในกรณีการจอดรถแล้วมีรถคันอื่นมาเฉี่ยวชนจนเสียหาย แล้วแบบนี้ประกันรถยนต์ครอบคลุมหรือเปล่า ประกันจะจ่ายหรือไม่ จะต้องดูเป็นกรณีไปดังนี้
ประกันรถคุ้มครองทุกกรณี ตั้งแต่ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+ และประกันรถชั้น 3+ สามารถนำภาพถ่ายหลักฐานหรือใบบันทึกการแจ้งความหรือใบลงบันทึกประจำวันไปยื่นเคลมได้เลย
แม้จะจอดในพื้นที่ผิดกฎหมาย ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+ และประกันรถชั้น 3+ ก็คุ้มครองกรณีโดนเฉี่ยวชน สามารถทำเรื่องเคลมได้ แต่ก็อาจจะเสียค่าปรับในส่วนของการจดรถในพื้นที่ห้ามจอดด้วยนั่นเอง เพราะทำผิดกฎหมายจราจร
แบบนี้จะเป็นการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนโดยไม่มีคู่กรณี มีแค่ประกันรถยนต์ชั้น 1 อย่างเดียวเท่านั้น ที่ให้ความคุ้มครองและสามารถทำเรื่องเคลมเงินประกันได้
สำหรับมือใหม่หัดขับ สิ่งสำคัญก่อนจอดรถควรจอดให้ถูกต้องและเช็กให้ดีว่าเป็นพื้นที่ห้ามจอดไหม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลังและการทำผิดกฎจราจร แต่ด้วยเรื่องของอุบัติเหตุแล้วย่อมไม่มีใครอยากให้เกิด เพื่อการขับขี่ที่อุ่นใจควรทำประกันรถยนต์เอาไว้ ก็จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายอันเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ได้ดีมากๆ ถ้ามองหาประกันรถยนต์แนะนำที่นี่เลย insurverse ประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่สามารถวางแผนการจ่ายเบี้ยประกันหรือเลือกรับความคุ้มครองที่สุดคุ้มได้ดั่งใจ คลิกที่นี่เพื่อเช็กราคาหรือซื้อประกันออนไลน์ insurverse ได้เลย พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน