หากเลือกได้ ใครๆ ก็ต้องเลือกซื้อยางมือหนึ่งคุณภาพดี ดอกยางเต็มๆ มาใช้งาน แต่ถ้ามีงบประมาณที่จำกัด แต่ต้องการยางคุณภาพดีในราคาที่พอจับต้องได้ ยางเปอร์เซ็น คือคำตอบในด้านราคา และความคุ้มค่า เพียงแต่ต้องรู้จักวิธีเลือกในการทำใช้งานกับรถเรา ต้องเลือกแบบไหน วันนี้เราจะมาบอก
ยางเปอร์เซ็น หรือยางมือสอง เป็นคำเรียกที่หลายคนสงสัยว่าเหมือนกันรึเปล่า คำตอบก็คือเหมือนกัน เพียงแต่คำว่ายางเปอร์เซ็นถูกใช้เพื่อจำแนกสภาพความสมบูรณ์ของตัวยาง ให้คนที่เลือกซื้อสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ว่า ตัวยางนั้นมีความสมบูรณ์กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการดูด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว อาจจะแยกออกได้ยาก
หลายคนไม่กล้าที่จะเลือกซื้อยางเปอร์เซ็นแม้จะมีราคาที่ถูกกว่า เพราะไม่รู้ว่าต้องเลือกแบบไหน มีวิธีดูอย่างไร จึงไม่กล้าตัดสินใจที่จะซื้อ เพราะกลัวจะได้ยางที่เสื่อมสภาพกลับไปใช้งานแทน มาเลือกตามวิธีด้านล่าง รับรองได้ยางถูกใจแน่นอน
อย่างแรกที่ต้องทำการเช็ก คือ ยี่ห้อยางที่วางขาย เพราะยิ่งเป็นยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ มีรุ่นยางผลิตออกมาขายเยอะ และมีประสิทธิภาพดีตามมาตรฐาน ก็มีโอกาสที่ยางรุ่นนั้นจะติดมากับรถมือหนึ่ง และยังมีสภาพดีน่าใช้อยู่
ปีที่ผลิต จะเป็นตัวช่วยยืนยันถึงอายุการใช้งานที่เหลือ เพราะยางแต่ละประเภทที่ผลิตออกมา จะมีมาตรฐานและอายุการใช้งานกำกับไว้แต่ละรุ่น ซึ่งส่วนมากจะไม่เกิน 5-6 ปีสำหรับยางใหม่
การเช็กเบื้องต้นแบบง่ายๆ อีกวิธี ก็คือ การดูที่ดอกยางว่ายังเหลือไหม ยังคงมีร่องพอที่จะนำไปใช้งานต่อได้หรือเปล่า และยังสามารถรู้ได้ทันทีว่ายางเส้นนั้นแกะลายมาใหม่เพื่อย้อมแมวหรือเปล่า
และวิธีสุดท้ายที่ง่ายที่สุด คือ การสัมผัสไปที่ตัวยางเพื่อเช็กความนุ่ม และรอยตำหนิเพื่อดูการรั่วซึมของลมยางได้ทันที หากยางเริ่มมีความแข็งแบบแปลกๆ ให้สันนิษฐานไว้ได้เลยว่า ยางเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่ควรเลือกมาใช้งานเด็ดขาด
แม้ว่าคุณจะพบกับยางเปอร์เซ็นต์ที่มีดอกยางและแก้มยางชัดราวกับว่าไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่หากยางมีอายุเกิน 3 ปีขึ้นไม่ควรเสี่ยงซื้อ เพราะโดยปกติแล้วยางรถยนต์จะมีอายุประมาณ 4-5 ปี เท่านั้น หากฝืนซื้อยางที่มีอายุเกิน 3 ปีมาใช้ อาจทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อยางใหม่หลังจากใช้งานได้ไม่กี่เดือน วิธีสังเกตดูว่ายางรถยนต์ที่เราใช้หมดอายุเมื่อไหร่? ให้สังเกตที่ตัวเลข 4 ตัวหลังคำว่า DOT เช่น DOT 3022 เป็นต้น โดยเลข 2 ตัวแรกจะบอกสัปดาห์ที่ผลิตและเลข 2 ตัวหลังจะบอกปี ค.ศ. ที่หมดอายุ ดังนั้น DOT 3022 จึงหมายความว่า ผลิตในสัปดาห์ที่ 30 (เดือนกรกฎาคม) และหมดอายุในปี ค.ศ. 2022 ค่ะ
การเช็คโครงยางเปอร์เซ็นต์ คือ ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะโครงยางที่ผิดรูปจะส่งผลต่อระยะเบรก, การเข้าโค้งและการยึดเกาะถนน หากฝืนใช้ยางเปอร์เซ็นต์ที่โครงยางเสีย จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในภายหลัง โดยวิธีสังเกตโครงยาง ให้ดูว่าล้อมีความโค้งกลมรับกันทุกด้านหรือไม่? หากมีส่วนบวมนูน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าโครงยางผิดรูป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้โครงยางผิดรูปมักเกิดจากการจอดรถไว้เป็นเวลานาน แม้ว่าผู้ใช้หลายคนจะบอกว่าเพียงเติมลมหรือนำรถมาลองวิ่งบนถนน โครงยางจะสามารถกลับมาคืนรูปได้ดังเดิมก็ตาม แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินควรเลี่ยงใช้จะดีที่สุดค่ะ
เพื่อประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนควรเลือกขนาดยางเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างรถยนต์ของตัวเอง โดยสังเกตจากเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อรถยนต์, ความกว้างหน้ายางและความสูงของยางตามลำดับ ดังนี้
คนที่ไม่เคยซื้อยางเปอร์เซ็นมาก่อน อาจจะสงสัยว่า มันดีกว่ายางมือหนึ่งอย่างไร เพราะคุณภาพการใช้งานก็ดูจะด้อยกว่า ถึงแม้จะมีราคาที่ถูกลง แต่แลกมากับประสิทธิภาพการขับขี่ที่ด้อยลงไป มันจะปลอดภัยขนาดนั้นไหม ลองมาเปรียบเทียบข้อดี และข้อเสียกันดูดีกว่า
แน่นอนว่า ยางเปอร์เซ็นมีราคาที่ถูกกว่ายางมือหนึ่ง และถ้ายิ่งได้ยางเปอร์เซ็นสภาพสวยๆ ที่แทบไม่ได้ผ่านการใช้งานมาเลย ก็จะยิ่งคุ้มกว่าซื้อยางมือหนึ่งมากๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้รถทางไกล การวิ่งในเมืองที่ไม่ได้มีความเร็วสูง ยางเปอร์เซ็นอาจจะตอบโจทย์กว่าในการใช้งาน
แต่หากเป็นคนที่ใช้รถอยู่เป็นประจำ หรือมีการวิ่งทางไกลอยู่บ่อยๆ การใช้ยางเปอร์เซ็นอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น หากเลือกยางที่เสื่อมสภาพมาใช้งาน เพราะความทนทานของตัวยางเริ่มถดถอย การเกาะถนนอาจจะเริ่มแย่ลง และระยะเบรกอาจจะยาวขึ้น
ราคาของยางเปอร์เซ็น มีตั้งแต่ 1,500 – 10,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสเปคของยาง และคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งผิดจากความเข้าใจของหลายคนที่ว่า ยางเปอร์เซ็นต้องถูก และมีคุณภาพต่ำเท่านั้น
การเลือกยางเปอร์เซ็น ควรเลือกที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยดูจากปีที่ผลิตของยางเส้นนั้น เพราะถ้าเกินกว่านั้น ยางจะเริ่มเสื่อมสภาพ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเมื่อต้องขับขี่ในย่านความเร็วสูง แต่ไม่ว่าจะประหยัดเงินในการเลือกซื้อยางรถยนต์แค่ไหน ก็ไม่ควรมองข้ามการทำประกันรถยนต์ เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ยางเปอร์เซ็นต์ ราคาไม่แรงเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานหลายประเภท ดังนี้
ยางเปอร์เซ็นต์เป็นยางที่เหมาะสำหรับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อยางคุณภาพสูงหรือเลือกซื้อไว้ใช้เป็นยางสำรอง แต่เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการเลือกซื้อยางประเภทนี้ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น ซึ่งหลังจากทราบถึงวิธีเลือกกันไปแล้ว หวังว่าทุกคนที่กำลังมองหายางเปอร์เซ็ตไว้ใช้งาน จะได้ยางที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ไปใช้กันแบบสบายกระเป๋า เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ขณะนี้ การประหยัดอะไรได้ ก็ควรจะประหยัดกันไว้ก่อน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน