แน่นอนว่าสไตล์การขับขี่ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน อย่างบางคนก็ชอบถอดรองเท้าขับรถเพราะรู้สึกว่าถนัดดี แต่การทำแบบนี้ผิดกฎหมายนะรู้ไหม ใครทำอยู่ต้องระวัง ควรหยุดตอนนี้เลยแม่! เวลาที่สอบใบขับขี่หลายๆ คนทราบกันอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเรามีกฎหมายบังคับสวมรองเท้าขณะขับรถที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องทำเหมือนกันหมดไม่มีข้อยกเว้น มองดูเหมือนการถอดรองเท้าเอาไว้แล้วขับรถเป็นเรื่องที่ธรรมดา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยเพราะมีแนวโน้มสูงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหาย ทั้งกับตัวเองและผู้อื่นบนท้องถนนสูงมาก หากอยากขับรถให้ปลอดภัยก็อย่าลืมทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วยนะ เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมาก็ยังสบายใจ มีประกันช่วยจ่ายทุกค่าใช้จ่ายแทน จะได้กันปัญหาไว้ก่อน ดีกว่ามาแก้ทีหลังเสมอใช่ไหม?
การถอดรองเท้าขับรถนั้นอันตรายมากกว่าที่คิดนอกจากจะเหยียบคันเร่งเหยียบเบรกยากแล้ว ยังมีผลเสียที่ตามมาอีกมากมาย มีอะไรบ้าง? มาดู!
ชัดเจนว่าการถอดรองเท้าขับรถจะโดนโทษตามกฎหมายบังคับสวมรองเท้าขณะขับรถ ซึ่งพ.ร.บ.ขนส่งทางบก มาตรา 102 (1) และกฎกระทรวง พ.ศ.2555 ได้ระบุชัดเจนเลยว่า ถ้าผู้ขับขี่, รถรับจ้าง, รถสาธารณะ, รถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์สาธารณะหรือรถนำเที่ยว ฯลฯ ขณะขับรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ผู้ขับขี่ทุกคนจะต้องแต่งกายให้พร้อมสำหรับการขับขี่และควรสวมใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ถ้าฝ่าฝืนจะถูกจับ ตำรวจปรับได้ไม่เกิน 5,000 บาท เป็นกฎหมายตามมาตรา 127 ทีนี้เวลาขับรถก็อย่าลืมสวมรองเท้าไว้ด้วย ห้ามลืมเด็ดขาด จะได้เก็บเงินค่าปรับไว้สมัครประกันรถยนต์จึ้งๆ ให้ชีวิตปลอดภัย ดีกว่าเยอะ!
อย่างการทำใบขับขี่จะมีการตรวจร่างกายทั้งความไวของสายตาและเท้าที่ต้องทำงานประสานกัน เพราะฉะนั้นการถอดรองเท้าขับรถจะทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุหลายอย่าง จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย
การถอดรองเท้าขับรถเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่การเลือกใช้รองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งผลต่อการขับขี่เช่นกัน ถึงไม่มีกฎหมายห้ามไว้แต่การเลือกสวมรองเท้าส้นสูง, รองเท้าส้นตึก, รองเท้าแตะและรองเท้าแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจจะทำให้การขับขี่เสี่ยงอันตรายได้
การเลือกรองเท้าขณะขับรถจำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่กระชับ, ไม่หนักหรือไม่มีส้น หากเลือกรองเท้าที่สวมใส่กระชับและพื้นเป็นยางจะดีมว๊าก เพราะจะช่วยเพิ่มความยึดเกาะเวลาเหยียบคันเร่งหรือเบรกได้ดีขึ้น แถมยังมีความคล่องตัว เคลื่อนไหวเท้าได้ไวกว่าเดิม เหยียบได้ปุ๊ป! ปั๊ป! ไม่มีพลาดชัวร์
ทีนี้ก็รู้กันแล้วว่าการถอดรองเท้าขับรถเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเองและผู้อื่น จากนี้ไปต้องเลือกรองเท้าที่เหมาะสมเพื่อสวมใส่รองเท้าขับรถให้ปลอดภัยและเลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ insurverse ประกันที่สร้างความอุ่นใจในการขับขี่! ติดรถเอาไว้ เบี้ยประกันรถยนต์ราคาถูก เลือกความคุ้มครองเองได้ผ่านออนไลน์ ช่วยลดอัตราความเสี่ยงที่ส่งผลต่อทรัพย์สินและเงินทองให้กับเจ้าของรถได้จริง ต่อจากนี้ก็มีแต่ขับขี่ปลอดภัยทุกวัน หากมีปัญหาอะไรก็มีคนรอดูแล 24 ชั่วโมง อย่ารอให้ชีวิตต้องตกอยู่ในความเสี่ยง เลือกสมัครประกันรถยนต์ออนไลน์เอาไว้ก่อน คุ้มชัวร์!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน