น้ำมันหล่อลื่นคือน้ำมันที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ผ่านการปรับปรุงคุณภาพให้มีคุณสมบัติช่วยลดความฝืดของพื้นผิวโลหะที่มีการสัมผัสกัน ช่วยให้การเคลื่อนที่ของโลหะง่ายขึ้น เมื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพด้วยการเติมสาร Additive ก็จะช่วยในการปกป้องการทำงานของเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น หรือที่รู้จักกันในนามของน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันไฮดรอลิค ต่าง ๆ เพียงแต่จะมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะนำน้ำมันหล่อลื่นเหล่านั้นไปใช้งานกับอะไร
น้ำมันหล่อลื่นคือแบ่งได้หลายชนิดตามการใช้งาน แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ความหนืดสารเติมแต่งที่เพิ่มเข้าไปและตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น
แม้น้ำมันทั้ง 2 ชนิด จะเป็น น้ำมันหล่อลื่น คือ มีคุณสมบัติในการปกป้องการเสียดสีของชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์และภายในเกียร์ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ เพราะมีคุณสมบัติและหน้าที่ในการทำงานคนละแบบ ยกเว้นในบางผู้ผลิตจะออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ แต่จะเป็นการใช้เฉพาะรถบางรุ่นเท่านั้น เช่น รถทหารในบางรุ่น เป็นต้น
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทั้ง 2 ชนิด จะเหมือนกันตรงมีระยะทางในการใช้งานเป็นตัวกำหนดและขึ้นอยู่กับเกรดของน้ำมัน เช่น
จะเห็นว่าน้ำมันทั้ง 2 ชนิดที่ยกตัวอย่างมา แม้จะเป็นน้ำมันหล่อลื่นทั้งคู่ แต่การนำไปใช้งานมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะคุณสมบัติและความสามารถในการทำงานของน้ำมันทั้ง 2 ชนิด ดังนั้น การเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นคือควรระบุแบบเจาะจงว่าเป็นน้ำมันหล่อลื่นชนิดใด เพื่อที่จะนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้รถของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและที่สำคัญควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นตามระยะทางที่กำหนดในคู่มือ เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานรถของคุณให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนรักรถอย่าลืมที่จะทำประกันให้รถที่คุณรัก insurverse ขอนำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ภาคบังคับ, ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจอย่างประกันภัยรถชั้น 1 และอื่น ๆ เพื่อให้คุณมั่นใจทุกการขับขี่ ด้วยประกันรถยนต์ออนไลน์จาก insurverse บริษัทประกันในเครือทิพย ที่พร้อมจะดูและคุณ เพียงซื้อประกันออนไลน์ที่ insurverse รับความคุ้มครองทันที เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง