เหตุผลที่หลายคนให้ความสำคัญกับฤกษ์ออกรถนั้นหนีไม่พ้นช่วยให้สบายใจ แต่การออกรถในช่วงปลายปีมีวันไหนดีบ้าง insurverse มี ฤกษ์ออกรถเดือนธันวาคม 2568 พร้อมข้อมูลดี ๆ มาฝาก
หากมีแพลนออกรถในช่วงเดือนธันวาคม 2568 แต่ไม่มั่นใจว่าฤกษ์ออกรถที่ตัวเองเลือกสมพงศ์กับวันเกิดของตัวเองหรือไม่ insurverse มีฤกษ์ดีมาแนะนำดังนี้
นอกจากออกรถให้ตรงกับฤกษ์ดีแล้ว หากอยากให้ปังทั้งเรื่องงานเรื่องเงิน ได้โชคจากรถออกใหม่ อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามลืมคือการเจิมรถเสริมมงคล ณ วัดดัง ได้แก่
ใครที่อยู่กรุงเทพฯ และอยากเสริมเรื่องโชคลาภเงินทอง หน้าที่การงานโดดเด่นได้เลื่อนขั้น หรือค้าขายราบรื่นยอดขายปัง ๆ แนะนำให้เอารถไปเจิมที่วัดยานนาวา เพราะวัดแห่งนี้มีอาคารรูปเรือสำเภาทอง สัญลักษณ์ที่หลายคนเชื่อว่านำพาโชคลาภมาสู่ผู้กราบไหว้
เป็นอีกวัดที่ไม่ควรพลาดนำรถหรือสิ่งของมาเจิมเสริมสิริมงคลสำหรับวัดโปรยฝน เพราะที่วัดแห่งนี้มีพระครูสมุห์อำนวย โชติปัญโญ หรือพระอาจารย์กุ่ย ทำพิธีเจิมเพื่อเสริมโชคลาภให้
หากอยากเสริมเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย บอกเลยว่าต้องมาให้พระครูเกษมจันทวิมล หรือพระอาจารย์แดง เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญเจิมให้ นอกจากนั้นที่วัดแห่งนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เครื่องรางของขลังให้กราบไหว้ขอพรมากมายด้วย
หากจะนำรถไปเจิมเสริมสิริมงคล มั่นใจว่าหลายคนต้องนึกถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร เนื่องจากเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องการเจิมรถและเสริมสิริมงคลด้านการค้าขาย
สำหรับวัดสุดท้ายคือ วัดฉลอง วัดดังทางภาคใต้ที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นวัดที่ช่วยคุ้มครองชาวบ้านในช่วงปี 2419 จากกลุ่มอังยี่ที่รวมตัวกันก่อความวุ่นวาย ซึ่งถ้าได้ไปนอกจากเจิมรถแล้ว อย่าลืมไปสักการะหลวงพ่อแช่มเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย
ตามความเชื่อแล้วในวันที่ออกรถต้องเตรียมของมงคล 7 อย่าง ได้แก่ ใบมะยม ดอกกุหลาบ ใบมะขาม ใบพุทธรักษา 9 ใบ พวงมาลัย มะนาว และใบทับทิม แต่ถึงอย่างนั้นมีสิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ ในการออกรถ ทั้งฤกษ์ออกรถ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถนำรถไปเจิมเสริมสิริมงคล และเรื่องที่ห้ามทำ แต่ไม่ว่าอย่างไรเมื่อออกรถใหม่อย่าลืมคำว่าปลอดภัย รับประกันไม่มีอุบัติเหตุกวนใจ สำหรับผู้ที่ออกรถใหม่หากกำลังมองหา ประกันภัยรถยนต์ แนะนำให้เข้ามาดูรายละเอียดประกันรถยนต์ที่สนใจได้ที่เว็บไซต์ insurverse เพราะเว็บไซต์นี้มีแผนประกันรถยนต์ที่มอบความคุ้มครองอย่างคุ้มค่าให้กับคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถชั้น 1 ประกันรถชั้น 2+ ประกันรถชั้น 3+ และประกันรถชั้น 3 อีกทั้งคุณยังสามารถปรับแผนประกันให้ตรงกับความต้องการเพิ่มเติมได้ สามารถเข้าไปเช็กเบี้ยประกันและซื้อประกันออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม.
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากพูดถึงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีความสำคัญระดับหัวใจหลักของเครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) “หัวเทียนรถยนต์” (Spark Plug) คือหนึ่งในอะไหล่ที่คนใช้รถทุกคนต้องรู้จัก เพราะหากชิ้นส่วนนี้เกิดความเสียหายหรือที่เรียกกันติดปากว่า อาการหัวเทียนบอด อาจส่งผลให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติด เครื่องยนต์สั่น หรือกินน้ำมันมากกว่าปกติได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหัวเทียนรถยนต์ให้มากขึ้น ว่ามันคืออะไร มีกี่ชนิด พร้อมเช็คสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้อง เปลี่ยนหัวเทียน แล้ว เพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง หน้าที่สำคัญของหัวเทียนรถยนต์ในระบบจุดระเบิด หัวเทียนรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นตัวจุดประกายไฟในห้องเผาไหม้ โดยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงจะถูกส่งมาจาก คอยล์จุดระเบิด วิ่งผ่านแกนกลางของหัวเทียนไปสู่ ขั้วหัวเทียน (Electrode) เกิดเป็นการสปาร์ค (Spark) เพื่อจุดระเบิดส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงและอากาศ การจุดระเบิดนี้เองที่เป็นพลังงานผลักดันให้ลูกสูบทำงาน และทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ชนิดของหัวเทียนรถยนต์ มีกี่ประเภท? การเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์อย่างหัวเทียน จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับสเปกของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปในท้องตลาดจะแบ่งชนิดของหัวเทียนตามวัสดุที่ใช้ทำขั้วหัวเทียน 1.หัวเทียนทองแดง / นิกเกิล (Standard) เป็นหัวเทียนมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถใช้งานทั่วไป นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมจากแกนทองแดง (Copper) แต่มีข้อเสียคือ ขั้วเสื่อมสภาพและสึกหรอได้ง่ายที่สุด จึงต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าชนิดอื่น 2.หัวเทียนแพลตตินัม (Platinum) มีการเคลือบหรือใช้จุดที่เกิดประกายไฟเป็นแร่แพลตตินัม ทนทานต่อความร้อนได้สูงกว่าแบบทองแดงมาก ช่วยให้การจุดระเบิดมีความเสถียร อายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดปัญหาเขม่าเกาะขั้วหัวเทียน… Continue reading หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร? อาการหัวเทียนบอดเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนเมื่อไหร่
หม้อน้ำรถยนต์ (Car Radiator) คือ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนที่ทำหน้าที่สำคัญที่สุดใน ระบบระบายความร้อน ของรถยนต์ โดยจะช่วยระบายความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ออกสู่อากาศภายนอก เพื่อรักษาระดับ อุณหภูมิเครื่องยนต์ ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมในการทำงาน หากหม้อน้ำมีปัญหา อาจส่งผลร้ายแรงจนทำให้ เครื่องยนต์ฮีท (Overheat) และสร้างความเสียหายหนักต่อชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ปะเก็นฝาสูบ แตกหักได้ หม้อน้ำรถยนต์ ทำหน้าที่อะไร? หน้าที่หลักของหม้อน้ำรถยนต์คือ การดึงเอาความร้อนสะสมออกจากบล็อกเครื่องยนต์ โดยอาศัยของเหลวเป็นตัวนำพาความร้อน ซึ่งระบบนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อสมรรถนะและความปลอดภัยในการขับขี่ หลักการทำงานของระบบระบายความร้อน เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำงานและมีความร้อนสะสม ปั๊มน้ำจะทำการหมุนเวียน น้ำยาหล่อเย็น เข้าไปรับความร้อนในเครื่องยนต์ จากนั้นน้ำที่ร้อนจัดจะไหลผ่านท่อมายังรังผึ้งหม้อน้ำที่อยู่บริเวณ กระจังหน้า ของรถยนต์ โดยมีอากาศที่ปะทะจากภายนอกและ พัดลมหม้อน้ำ คอยเป่าระบายความร้อนออกไป เมื่อน้ำเย็นลงก็จะถูกส่งกลับเข้าไปในเครื่องยนต์อีกครั้ง เป็นวงจรต่อเนื่อง โดยมี วาล์วน้ำ (Thermostat) เป็นตัวคอยเปิด-ปิดควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ส่วนประกอบสำคัญของหม้อน้ำรถยนต์ เพื่อให้เข้าใจการทำงานและสามารถสังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น เราควรทำความรู้จักกับส่วนประกอบหลัก ดังนี้: 5 สัญญาณเตือน! หม้อน้ำรถยนต์กำลังมีปัญหา การซ่อมเครื่องยนต์ฮีทนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ราคาหม้อน้ำรถยนต์ หลายเท่าตัว ดังนั้นผู้ขับขี่ควรหมั่นสังเกต 5 อาการเหล่านี้… Continue reading หม้อน้ำรถยนต์ คืออะไร? หัวใจสำคัญของระบบระบายความร้อนที่ห้ามมองข้าม
น้ำมันเครื่องรถยนต์ คือหัวใจสำคัญที่ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ลดการเสียดสี ระบายความร้อน และป้องกันการเกิดสนิม การเลือกน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องและเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนาน ประหยัดน้ำมัน และลดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างการเดินทาง น้ำมันเครื่องรถยนต์ คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง? เมื่อสตาร์ทรถ ชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์จะเกิดการเสียดสีกันอย่างรุนแรง น้ำมันเครื่อง จึงเข้ามาทำหน้าที่สำคัญดังนี้: ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์ มีกี่แบบ? การแบ่งประเภทของน้ำมันเครื่องในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 เกรดหลักๆ ตามพื้นฐานการผลิต ดังนี้ 1.น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องที่ผ่านกระบวนการทางเคมีในห้องแล็บ ทำให้มีโมเลกุลขนาดเท่ากัน ทนความร้อนสูงมาก และหล่อลื่นได้ดีเยี่ยมตั้งแต่สตาร์ท 2.น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) เป็นการผสมผสานระหว่างน้ำมันแร่ธรรมชาติและน้ำมันสังเคราะห์แท้ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน 3.น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว/ธรรมดา (Mineral Oil) สกัดจากน้ำมันดิบในธรรมชาติ มีราคาถูกที่สุด แต่ฟิล์มน้ำมันจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าประเภทอื่น วิธีอ่านฉลากและเลือก น้ำมันเครื่องรถยนต์ ให้ตรงสเปค การอ่านฉลากบนแกลลอนให้เป็น จะช่วยให้คุณได้น้ำมันเครื่องที่ตรงกับสเปครถยนต์ของคุณที่สุด โดยมี 2 ค่าสำคัญที่ต้องดู: การดูค่าความหนืด (SAE) มาตรฐานจากสมาคมวิศวกรยานยนต์… Continue reading คู่มือเลือก “น้ำมันเครื่องรถยนต์” อย่างไรให้เครื่องยนต์ฟิต ทนทาน