หลายคนอยากมีรถไว้ใช้งานสักคัน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นรถป้ายแดงหรือมือสอง สำคัญที่ว่าผ่อนแบบไหนดอกเบี้ยถูกกว่ากัน เป็นเรื่องจริงที่บางครั้งการซื้อรถต้องจ่ายดอกเบี้ยรถมือสองแพงกว่ารถป้ายแดง จึงต้องคำนวณกันให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อรถ
การเปรียบเทียบสินเชื่อรถยนต์ ควรเริ่มจากทุกที่เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยถูกที่สุด ก่อนอื่นตรวจเช็กเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยรถมือสองจากสถาบันการเงินแต่ละแห่ง รวมถึงเช็กโปรโมชัน สิทธิพิเศษต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้นด้วย จากนั้นเลือกธนาคารที่ให้วงเงินกู้ในจำนวนที่คุณต้องการ และต้องเหมาะกับความสามารถในการผ่อนชำระด้วย
1. สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองจากโตโยต้า ลิสซิ่ง (Toyota Leasing)
มีเงื่อนไขผู้สมัครอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินสินเชื่อสูงสุด 90% ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน ประเมินราคาตามมาตรฐานรถใช้แล้ว ผ่อนชำระได้นานถึง 84 เดือนหรือ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยต่ำ เริ่มที่ 2.79% พร้อมรับประกันคุณภาพรถ 1 ปีหรือ 20,000 กม. รับสิทธิพิเศษบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี
2. สินเชื่อธนาคารกสิกรไทย Kleasing
เงื่อนไขผู้สมัครอายุ 20-70 ปี รายได้ขั้นต่ำ 9,000 บาท/เดือน พนักงานประจำต้องมีอายุงานขั้นต่ำ 6 เดือน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100% ผ่อนสูงสุด 72 เดือนหรือ 6 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 0.22% ต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น ปีที่ผลิตและอายุการใช้งาน)
3. สินเชื่อรถยนต์กรุงศรีออโต้ “กรุงศรี ยูสด์ คาร์”
เงื่อนไขผู้สมัครอายุ 20-65 ปี มีถิ่นพำนักในไทย ชาวต่างชาติต้องยื่นสำเนาเอกสารหนังสือเดินทาง และเอกสารอนุญาตการทำงานที่มีอายุมากกว่า 3 เดือน อายุงานอย่างน้อย 1 เดือน และมีอายุคงเหลือมากกว่า 6 เดือน และต้องมีผู้ค้ำประกันที่มีสัญชาติไทย วงเงินสินเชื่อสูงสุด 80-90% ผ่อนสูงสุด 84 เดือนหรือ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับรุ่นปีที่ผลิตและอายุการใช้งานของรถ รับประกันอะไหล่นานสุด 2 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร
4.สินเชื่อธนาคารไทยพาณิชย์ CAR.SCB
เงื่อนไขผู้สมัครอายุ 20-65 ปี มีภูมิลำเนาในประเทศไทย วงเงินสูงสุด 90%
ไม่ต้องมีทรัพย์สินค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 8.87% ต่อปี
5.สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองธนาคารทิสโก้
เงื่อนไขผู้สมัคร อายุ 20-70 ปี มีภูมิลำเนาในประเทศไทย วงเงินสูงสุด 95% ไม่ต้องมีทรัพย์สินค้ำประกัน ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 72 เดือนหรือ 6 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3%-17% หรือ อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกต่อปี 5.64%-28.26%
6.สินเชื่อรถมือสองธนาคารทหารไทยธนชาต
เงื่อนไขผู้สมัครอายุ 20-65 ปี มีภูมิลำเนาในประเทศไทย วงเงินสูงสุด 100% ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 84 เดือนหรือ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี 3.90%-7.75%
วางแผนซื้อรถมือสองยังไงให้ดอกเบี้ยน้อยสิ่งแรกที่ช่วยได้คือตัวผู้ซื้อรถต้องมีเครดิตดีทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อใจ กล่าวคือ ต้องมีอาชีพการงานมั่นคง รายได้มั่นคง มีเงินออมในบัญชี และมีประวัติการใช้จ่ายชำระหนี้ที่น่าเชื่อถือ และท้ายสุดอาจต้องมีคนค้ำประกันหรือมีผู้กู้ร่วมเพื่อให้สถาบันการเงินเชื่อใจว่าจะผ่อนจ่ายจนครบได้ จึงยอมไว้วางใจให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
อีกข้อหนึ่งคือการเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระควรเลือกให้เหมาะกับรายได้ ถ้าระยะเวลาผ่อนน้อยและยอมจ่ายค่างวดรายเดือนสูง จะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยรถมือสองโดยรวมลดลง แนะนำให้พิจารณาเรื่องนี้ดี ๆ ว่าตนเองมีความมั่นคงพอไหม จะผ่อนจ่ายระยะยาวไหวไหม ถ้าทำได้ตามนี้ อีกไม่กี่ปีรถมือสองคันนี้ย่อมผ่อนหมดแน่นอน
หลายคนอยากผ่อนรถราคาประหยัด เพราะได้ยินมาว่าถ้าเลือกผ่อนรถไม่ถูกวิธี ดีไม่ดีอาจได้รถมือสองราคาแพงกว่ารถใหม่ป้ายแดงด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ตอบโจทย์เลย
สาเหตุที่ดอกเบี้ยรถมือสองแพงกว่ารถใหม่ป้ายแดง เกิดจากรถยนต์ผ่านการใช้งานมาแล้วจะมีค่าเสื่อมราคาลงทุกปี ไหนจะมีรายจ่ายในการซ่อมบำรุงและค่าเปลี่ยนอะไหล่รถ ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ที่กลายเป็นภาระทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนเสี่ยงที่จะผ่อนไม่หมด รถถูกยึดไปในที่สุด เมื่อบวกค่าความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว สถาบันการเงินจึงเพิ่มดอกเบี้ยไปตามค่าความเสี่ยงทำให้ราคารถมือสองนั้นแพงขึ้นตามความเสี่ยงนั่นเอง
การเลือกไฟแนนซ์รถมือสองดอกเบี้ยถูกเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถราคาประหยัด ผ่อนจ่ายสบาย ๆ และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว วิธีเลือกไฟแนนซ์รถมือสองยังไงให้ได้ดอกเบี้ยรถมือสองราคาถูก มีดังนี้
รู้ทันเรื่องดอกเบี้ยรถมือสองกันไปแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับการทำประกันภัย หากวันนี้คุณกำลังหาประกันรถยนต์ที่เหมาะกับคุณ แนะนำ ประกันชั้น 3 จากอินชัวร์เวิร์ส เพื่อความมั่นใจก่อนทำประกัน สามารถเช็ก เบี้ยประกันรถยนต์ ด้วยตัวเองได้ผ่านเว็บไซต์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด