ใบขับขี่ใครใกล้หมดอายุยกมือขึ้น! รู้หรือยังว่าจะต้องเข้าเว็บไซต์ DLT e-Learning อบรมต่ออายุใบ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ให้เรียบร้อยก่อนจึงเดินทางไปรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งได้ ใครยังไม่รู้ว่าอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ใบขับขี่คืออะไร? ไม่เป็นไรเลย! เพราะ insurverse จะมาแนะนำทุกขั้นตอนให้คุณเตรียมตัวและทำตามไปพร้อมกันในบทความนี้
DLT e-Learning อบรมต่ออายุใบต่อใบขับขี่ออนไลน์ คือ ระบบอบรมใบอนุญาตขับรถของกรมขนส่งทางบก ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมจะอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคุณสามารถใช้เวลาช่วงพักกลางวันเพื่อฟังอบรมด้วยโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างรับประทานอาหารได้
ขั้นตอนในการอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ใบขับขี่ออนไลน์ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงเข้าสู่เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/ ของกรมขนส่งทางบก
หลังจากเข้าสู่เว็บไซต์ DLT e-Learning อบรมต่ออายุใบต่อใบขับขี่ออนไลน์ แล้วให้ทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อย โดยข้อมูลส่วนตัวที่จะต้องเตรียมไว้ให้พร้อมมีดังนี้
หากคุณต้องการฟังอบรมใบขับขี่ออนไลน์ใหม่ให้เลือกประเภทใบขับขี่ที่คุณต้องการต่ออายุให้ถูกต้อง โดยระบบจะมีให้เลือกอบรมใบขับขี่ 4 วิชา คือ
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ก่อนการอบรมระบบจะให้คุณทำแบบทดสอบก่อน การทำแบบทดสอบในขั้นตอนนี้สามารถทำสบาย ๆ ได้ แต่หลังจากทำเสร็จจะต้องตั้งใจฟังอบรมจนจบ เพราะหากคุณไม่ฟังการบรรยายให้จบก็จะไม่สามารถต่อใบขับขี่ได้ รวมถึงคุณจะต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการทำแบบทดสอบหลังเรียนให้ผ่านจึงจะต่อใบขับขี่ได้
ในส่วนของแบบทดสอบเพื่อต่อใบขับขี่จะเป็นข้อสอบที่ใช้วัดความรู้ความเข้าใจจากการอบรม หากทำขั้นตอนนี้ผ่านก็สามารถพิมพ์ใบรับรองเพื่อนำไปยื่นต่อใบขับขี่ได้ที่สำนักงานขนส่งที่คุณสะดวก
หลังจากผ่านกระบวนการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์เป็นที่เรียบร้อย ให้เข้าสู่เว็บไซต์ DLT Smart Queue เพื่อจองคิวเข้าไปยื่นเรื่องขอต่ออายุใบขับขี่ โดยให้เลือกวัน เวลา และสำนักงานขนส่งที่คุณสะดวก จากนั้นเมื่อถึงวันที่จองเอาไว้ให้นำใบรับรองจาก DLT e-Learning อบรมต่ออายุใบต่อใบขับขี่ออนไลน์ ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจขาดสามารถทำการต่ออายุใบขับขี่ได้ตามปกติ แต่หาก พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์ขาดต่อจำเป็นต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน เพราะ พ.ร.บ. รถยนต์และการจ่ายภาษีรถยนต์ทุกปีเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องปฏิบัติตาม
DLT e-Learning อบรมต่ออายุใบต่อใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์ให้ถูกต้อง จากนั้นลงทะเบียนเพื่อเข้าฟังอบรมใบขับขี่ที่คุณต้องการและทำแบบทดสอบให้ผ่านก็สามารถพิมพ์ใบรับรองการอบรมไปยื่นเรื่องต่อใบขับขี่ใบใหม่ที่สำนักงานขนส่งได้แล้ว แม้ว่าไม่จำเป็นจะต้องต่อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจก่อนต่อภาษีรถยนต์ แต่หากมีประกันติดรถไว้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น โดยเฉพาะการทำ ประกันชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองทุกความเสี่ยงบนท้องถนน สามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ในราคาคุ้มค่ากว่าใครได้ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต