ลองนึกภาพว่ารถคุณอยู่ดีๆ ก็เริ่มมีเข็มวัดความร้อนชี้ไปในโซนแดง หรือมีไอน้ำลอยออกมาจากฝากระโปรง นี่แหละคืออาการ “รถความร้อนขึ้น” ที่หลายคนอาจเคยเจอแบบไม่ตั้งตัว ถ้าไม่รีบแก้ไข อาจลามไปถึงขั้นเครื่องพัง ต้องเสียเงินก้อนโตแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลยล่ะ!
การเสียหายของสายพานหรือปั๊มน้ำอาจเกิดขึ้นกลางทาง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทั้งน่ารำคาญและอันตราย ด้วย ประกันภัยรถยนต์ จาก insurverse คุณสามารถมั่นใจได้ว่ามีเจ้าหน้าที่พร้อมออกมาช่วยคุณในกรณีฉุกเฉิน เช่น บริการนอกสถานที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาด่วน ให้คุณกลับมาเดินทางได้โดยไว
การเลือกน้ำหล่อเย็นที่ผิดอาจทำให้เกิดความเสียหายในระบบได้ ถ้ากังวลว่าปัญหานี้จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตประกันรถยนต์ชั้น 3+ จาก insurverse ช่วยคุณได้ด้วยแผนประกันที่ปรับได้ตามใจ ไม่ว่าคุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน แค่ปรับออนไลน์ก็ได้ตามต้องการง่ายๆ ไม่ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ยุ่งยาก
รถความร้อนขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้ หากเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ที่อาจตามมา การดูแลรถอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างสบายใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ควรจอดรถในที่ปลอดภัยและรอให้เครื่องยนต์เย็นลงก่อน จากนั้นตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นและมองหารอยรั่วในระบบ
น้ำเปล่าทำให้เกิดตะกรันในระบบหม้อน้ำและลดประสิทธิภาพการระบายความร้อน ควรใช้น้ำหล่อเย็นสูตรเฉพาะสำหรับรถยนต์
ตรวจสอบฟิวส์และสายไฟ หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ควรนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการ
ควรเปลี่ยนทุก 1-2 ปี หรือทุกระยะที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ เพื่อป้องกันการสะสมของสนิมและตะกรัน
ควรตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น หม้อน้ำ และพัดลมระบายความร้อนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมประกันภัยรถยนต์จาก insurverse ที่ช่วยให้คุณอุ่นใจระหว่างเดินทางไกลด้วยบริการเคลมออนไลน์ 100%
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรามองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวที่มีเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และมีตัวถังยกสูงพร้อมลุยทุกสภาพถนน คำศัพท์ที่เราจะได้ยินบ่อยที่สุดในวงการยานยนต์ไทยก็คือคำว่า “รถ PPV” และ “รถ SUV” ซึ่งทั้งสองประเภทมีรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกันมากจนทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าแท้จริงแล้ว “รถ ppv คือ” อะไรกันแน่ และมีความแตกต่างจากรถ SUV อย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกโครงสร้าง จุดเด่น ข้อดีข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณเลือกรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด รถ PPV คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมสูงในเมืองไทย รถ PPV ย่อมาจากคำว่า “Pick-up Passenger Vehicle” คือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ถูกพัฒนาและดัดแปลงโครงสร้างมาจาก “รถกระบะ” (Pick-up Truck) โดยนำพื้นฐานแชสซีส์และเครื่องยนต์ดีเซลอันทรงพลังของรถกระบะมาออกแบบตัวถังใหม่ให้มีห้องโดยสารปิดทึบเชื่อมต่อกันทั้งหมด พร้อมติดตั้งเบาะนั่ง 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง และปรับปรุงระบบช่วงล่างด้านหลังให้เป็นแบบคอยล์สปริงเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการโดยสาร ตัวอย่างรุ่นยอดนิยมในไทย เช่น Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, Ford Everest และ… Continue reading รถ PPV คืออะไร ต่างจาก SUV อย่างไร สรุปจุดเด่นก่อนซื้อ
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ขับขี่คนใดอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุรุนแรงที่มีผู้สูญเสียชีวิต ซึ่งนอกจากความสูญเสียทางจิตใจและภาระค่าสินไหมทดแทนแล้ว ผู้ขับขี่ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีทางกฎหมายอาญาอีกด้วย คำถามสำคัญที่ผู้ใช้รถทุกคนควรรู้ไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติในการขับขี่ด้วยความระมัดระวังก็คือ “ขับรถชนคนตายติดคุกกี่ปี” คดีประเภทนี้สามารถเจรจายอมความได้หรือไม่ และประกันภัยรถยนต์จะเข้ามาช่วยเหลือในขั้นตอนใดบ้าง บทความนี้ได้สรุปข้อกฎหมายและสิทธิความคุ้มครองที่สำคัญมาให้เข้าใจอย่างครบถ้วน ขับรถชนคนตายติดคุกกี่ปี เช็กอัตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ในทางกฎหมาย อุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเสียชีวิตโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ได้มีเจตนาฆ่า จะถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเรื่องความประมาทและกฎหมายจราจร โดยมีอัตราโทษดังนี้ ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (มาตรา 291) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท” กรณีเมาแล้วขับชนคนเสียชีวิต โทษหนักขึ้นอย่างไร ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) แล้วขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาท ถึง 200,000 บาท รวมถึงถูกศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ คดีขับรถชนคนตาย ยอมความได้ไหม และมีโอกาสรอลงอาญาหรือไม่ ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย… Continue reading ขับรถชนคนตายติดคุกกี่ปี สรุปข้อกฎหมายจราจร พร้อมความคุ้มครอง
พฤติกรรมมักง่ายบนท้องถนนที่สร้างความเดือดร้อนและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงอยู่บ่อยครั้งก็คือ “การขับรถย้อนศร” ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ที่ลักไก่ขับสวนเลนเพื่อย่นระยะทางกลับรถ นอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรอย่างชัดเจนแล้ว ยังก่อให้เกิดคำถามสำคัญในหมู่ผู้ใช้รถว่า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดโทษปรับขับรถย้อนศรไว้เท่าไหร่ และหากเราขับรถมาตามทางปกติแล้วพุ่งชนรถที่ขับย้อนศรมา เราจะต้องกลายเป็นฝ่ายผิดหรือประมาทร่วมหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนมาฝากกัน ขับรถย้อนศร มีโทษปรับเท่าไหร่ตามกฎหมายจราจรฉบับใหม่ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ได้มีการปรับเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนขับรถย้อนศรให้หนักขึ้นเพื่อป้องปรามอุบัติเหตุ โดยแบ่งเป็น 2 กรณีสำคัญดังนี้ ความผิดฐานขับรถย้อนศรทั่วไป (ปรับไม่เกิน 2,000 บาท) ตามมาตรา 41 กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องขับรถไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ในช่องเดินรถ การฝ่าฝืนขับรถย้อนศรมีโทษปรับตามกฎหมายใหม่ “สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท” (เพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิมที่ปรับไม่เกิน 500 บาท) และอาจถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับขี่ 1 คะแนน ความผิดฐานขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หากเป็นการขับรถยนต์ย้อนศรบนถนนสายหลัก ทางหลวง หรือทางด่วนด้วยความเร็วสูง ซึ่งสร้างความหวาดเสียวและอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้ทางคนอื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ตามมาตรา 43(8) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คลายข้อสงสัย ขับรถมาทางตรงแล้วชนรถย้อนศร ใครเป็นฝ่ายผิด… Continue reading ขับรถย้อนศรปรับเท่าไหร่ สรุปกฎหมายจราจร เกิดอุบัติเหตุใครผิด