กฎหมายจราจรอัปเดตใหม่ ขับเร็วเกินกำหนดระวังโดนปรับ! ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาความเร็วรถ ได้เผยข้อกำหนดใหม่ที่บังคับใช้ในกรุงเทพฯ กำหนดความเร็วของถนนแต่ละสายอย่างชัดเจน ลดปัญหาอุบัติเหตุและความเสี่ยงบนท้องถนน ใครที่ชอบเหยียบคันเร่งต้องเช็กให้ดี ขับเร็วเกินกำหนดเมื่อไหร่ มีสิทธิ์โดนจับทันที!
และถ้าพูดถึงความปลอดภัยในการขับขี่ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เจ้าของรถห้ามมองข้ามคือ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างถูกกฎหมาย ซื้อง่าย ราคาถูกสุด และคุ้มครองทันที สามารถใช้ต่อภาษีออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลายุ่งยาก ให้การเดินทางของคุณปลอดภัยทั้งจากกฎหมายและอุบัติเหตุ
ถ้าใครยังคิดว่าในเมืองกรุงขับรถได้ตามใจฉัน วิ่งเร็วแค่ไหนก็ได้ ขอให้คิดใหม่ เพราะล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาความเร็วรถ ได้ออกข้อบังคับใหม่ที่กำหนดอัตราความเร็วบนถนนในกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน ใครขับเกินก็เตรียมรับค่าปรับไปเลย! ดังนั้น มาทำความเข้าใจรายละเอียดกันให้ครบ เพื่อป้องกันไม่ให้กระเป๋าฉีกเพราะขับเร็วเกินกำหนด
ตามประกาศล่าสุด มีการกำหนดให้ถนนโดยรอบ เขตพระราชฐาน จำกัดความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีข้อกำหนด ห้ามใช้เสียง ในพื้นที่เหล่านี้ด้วย ซึ่งถนนที่อยู่ในขอบเขตนี้ ได้แก่:
ใครที่ต้องขับผ่านโซนเหล่านี้ต้องระวังให้ดี เพราะนอกจากเรื่องความเร็วแล้ว ห้ามใช้เสียงดังเกินความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นบีบแตรเสียงดัง หรือรถที่มีท่อไอเสียเสียงดังผิดปกติ เพราะอาจโดนเจ้าหน้าที่จราจรเรียกปรับได้
ถนนสายหลักในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ถูกกำหนดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม มี 13 เส้นทางที่ได้รับการยกเว้น ซึ่งสามารถขับได้เร็วขึ้น ได้แก่
ดังนั้น หากคุณใช้ถนนเส้นหลักเหล่านี้ สามารถทำความเร็วได้มากกว่าปกติ แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ไม่ใช่ขับเร็วสุดขีดจนเกิดอุบัติเหตุ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องมีการกำหนดความเร็วบนถนนต่าง ๆ ให้แตกต่างกัน คำตอบคือ เพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน นี่คือตัวอย่างเหตุผลหลักที่มีการบังคับใช้ข้อกำหนดนี้
ถ้าคุณคิดว่าแค่ขับรถเร็วเกินกำหนดแล้วจะไม่มีผลอะไร ลองคิดใหม่ เพราะการฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้มี โทษตามกฎหมายจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งระบุว่า
ดังนั้น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ เพราะค่าปรับอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ค่าเสียหายและผลกระทบที่ตามมาอาจหนักหนากว่าที่คิด
เมื่อ ราชกิจจานุเบกษาความเร็วรถ ออกข้อกำหนดใหม่แบบนี้ คนขับทุกคนก็ควรอัปเดตข้อมูลและระวังเรื่องความเร็วให้มากขึ้น โดยเฉพาะหากต้องใช้เส้นทางในเขตเมืองหรือบริเวณรอบพระราชฐาน การขับขี่อย่างมีสติและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายจะช่วยให้ทุกคนเดินทางได้อย่างปลอดภัย และไม่ต้องเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็กเส้นทางและจำกัดความเร็วให้ดี จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับใบสั่งที่ส่งมาถึงบ้าน!
นอกจากการป้องกันค่าปรับแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ต้องเช็กให้พร้อมคือ พ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งช่วยให้การขับขี่ถูกต้องตามกฎหมาย ซื้อล่วงหน้าได้ 1 ปี คุ้มครองทันที และสามารถใช้ต่อภาษีออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถว เช็กเบี้ยพ.ร.บ.รถยนต์ ผ่าน insurverse ได้ง่าย ๆ เพื่อให้ทุกทริปของคุณขับขี่สบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมาย
หลายคนสงสัยว่าตามข้อกำหนดใหม่ กล้องตรวจจับความเร็วถูกติดตั้งที่ไหนบ้างในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีกล้องตรวจจับความเร็วกระจายตามถนนสายหลักหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจำกัดความเร็วที่เข้มงวด เช่น เขตพระราชฐานและพื้นที่ที่มีอุบัติเหตุบ่อย การขับขี่ให้ปลอดภัยและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ในกรุงเทพฯ การตรวจจับความเร็วทำได้ทั้งจากกล้องอัตโนมัติและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากขับเกินความเร็วที่กำหนดในบริเวณที่มีกล้องตรวจจับ ใบสั่งจะถูกส่งตรงไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ โดยผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบใบสั่งออนไลน์และชำระค่าปรับผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
แม้ว่าจะมี 13 ถนนที่ได้รับการยกเว้นจากข้อบังคับจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถขับได้เร็วตามใจชอบ อัตราความเร็วสูงสุดของถนนเหล่านี้ยังคงต้องเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เช่น ถนนบางนา-ตราด หรือถนนวิภาวดีรังสิต สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80-120 กม./ชม. ทั้งนี้ควรตรวจสอบป้ายกำหนดความเร็วในแต่ละเส้นทางเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
รถจักรยานยนต์ก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องความเร็วเหมือนกับรถยนต์ โดยในบางพื้นที่อาจมีการจำกัดความเร็วต่ำกว่าปกติเพื่อความปลอดภัย เช่น เขตชุมชนและถนนใกล้โรงเรียน อย่างไรก็ตาม รถจักรยานยนต์ไม่สามารถใช้ความเร็วเท่ากับรถยนต์ในถนนที่ได้รับการยกเว้นได้ เช่น ถนนที่กำหนดให้รถยนต์วิ่ง 80 กม./ชม. แต่รถจักรยานยนต์อาจถูกจำกัดความเร็วต่ำกว่า
ระบบนำทาง GPS หรือแอปพลิเคชันบางตัวอาจแสดงความเร็วที่แตกต่างจากข้อกำหนดในแต่ละพื้นที่ หากพบว่าระบบนำทางแสดงว่าขับเร็วเกินกำหนด ควรตรวจสอบกับป้ายจำกัดความเร็วบนถนนจริง เพราะเจ้าหน้าที่ใช้กล้องตรวจจับและเรดาร์เป็นหลักในการตรวจวัดความเร็ว ไม่ใช่ข้อมูลจาก GPS ของรถยนต์หรือแอปพลิเคชันนำทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด