เมื่อเกิดข้อพิพาทหรือปัญหาที่ไม่อาจหาข้อสรุปได้ การทำ สัญญาประนีประนอมยอมความ กลายเป็นทางออกที่หลายคนเลือก เพราะช่วยยุติความขัดแย้งโดยไม่ต้องพึ่งศาลให้เสียเวลา แต่รู้หรือไม่ว่า ขั้นตอนและเงื่อนไขในการทำสัญญานั้นสำคัญไม่ต่างจากการเลือก ประกันภัยรถยนต์ ที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มครองและความโปร่งใสในการให้บริการ ซึ่ง insurverse ก็เป็นตัวอย่างของการให้บริการที่เน้นความโปร่งใสและปรับแต่งได้ตามความต้องการ ไม่ต่างจากการตกลงทำสัญญาที่ต้องชัดเจนและยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
ถ้ายังไม่มีการฟ้องร้องต่อศาล คู่กรณีสามารถตกลงกันเองและทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งพาศาล เช่น กรณีการกู้ยืมเงินแล้วเกิดการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันใหม่เรื่องวิธีการชำระหนี้และเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีผลทางกฎหมาย ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามสัญญา สามารถนำเอกสารนี้ไปฟ้องศาลได้ทันที
เมื่อมีการฟ้องร้องต่อศาลแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายยังอยากหาทางออกที่ไม่ต้องให้ศาลตัดสิน ก็สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลได้ ศาลจะออกคำพิพากษาตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน เรียกว่า “พิพากษาตามยอม” ซึ่งหากมีฝ่ายใดไม่ทำตามข้อตกลง สามารถบังคับคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องร้องใหม่
ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญานอกศาลหรือต่อหน้าศาล ต้องเขียนรายละเอียดให้ชัดเจนและลงลายมือชื่อของทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่มีเอกสารเป็นหลักฐาน การฟ้องร้องบังคับคดีจะเป็นไปไม่ได้ เช่น กรณี A ยืมเงิน B แล้วตกลงผ่อนจ่ายเดือนละ 2,500 บาท ถ้าแค่คุยกันปากเปล่า แต่ไม่มีเอกสารลงนามจากทั้งสองฝ่าย B จะไม่สามารถฟ้องร้อง A ได้หาก A ไม่จ่ายเงินตามที่ตกลง
ข้อสำคัญคือ เนื้อหาของสัญญาประนีประนอมยอมความต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น ไม่สามารถทำสัญญายกเว้นการดำเนินคดีในความผิดอาญาร้ายแรง เช่น คดีลักทรัพย์หรือคดีฆาตกรรมได้ ถ้าทำสัญญาในลักษณะนี้จะถือเป็นโมฆะทันที
การทำสัญญานี้จะทำให้สิทธิเรียกร้องเดิมหมดไป และแทนที่ด้วยข้อตกลงใหม่ เช่น เจ้าหนี้ที่มีสิทธิ์เรียกร้องเงินต้น 100,000 บาท อาจตกลงให้ลูกหนี้จ่ายเพียง 80,000 บาท โดยผ่อนชำระตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเมื่อทำสัญญาแล้ว เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกร้องเงิน 100,000 บาทเดิมได้อีก เพราะได้สละสิทธิ์นั้นไปแล้ว
กรณีที่ 1: สัญญาประนีประนอมยอมความในศาลถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับคดีได้ทันที เพราะถือว่าเป็นคำพิพากษาตามยอมแล้ว ไม่ต้องเริ่มฟ้องร้องใหม่ให้เสียเวลา
กรณีที่ 2: สัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาลถ้าเป็นสัญญาที่ทำกันเองนอกศาล จะต้องนำสัญญานั้นไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับคดี เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว จึงจะสามารถบังคับคดีได้
การทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการยุติข้อพิพาทโดยไม่ต้องพึ่งศาล หรือถ้าต้องการให้ศาลรับรองก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้สัญญามีผลบังคับใช้จริง ๆ
สัญญาประนีประนอมยอมความ
ทำขึ้น ณ วันที่ [ระบุวันที่]ณ สถานที่ [ระบุสถานที่]
ระหว่าง
และ 2. นาย/นาง/นางสาว [ชื่อ-นามสกุล ฝ่ายที่ 2] บัตรประชาชนเลขที่: [ระบุเลขบัตรประชาชน]ที่อยู่: [ระบุที่อยู่]ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ฝ่ายที่สอง”
เนื่องจากเมื่อวันที่ [ระบุวันที่เกิดเหตุ] เวลาประมาณ [ระบุเวลา] ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน บริเวณ [ระบุสถานที่เกิดเหตุ] โดย ฝ่ายที่หนึ่ง ขับรถยนต์ยี่ห้อ [ระบุยี่ห้อและรุ่นรถ] หมายเลขทะเบียน [ระบุเลขทะเบียน] และ ฝ่ายที่สอง ขับรถยนต์ยี่ห้อ [ระบุยี่ห้อและรุ่นรถ] หมายเลขทะเบียน [ระบุเลขทะเบียน] ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงกันดังนี้
ลงชื่อ ………………………………………………….. ฝ่ายที่หนึ่ง \n( [ชื่อ-นามสกุล ฝ่ายที่หนึ่ง] )
ลงชื่อ ………………………………………………….. ฝ่ายที่สอง \n( [ชื่อ-นามสกุล ฝ่ายที่สอง] )
พยาน
ตัวอย่างนี้สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามความเหมาะสมของแต่ละกรณีได้ แนะนำให้แนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่กรณีและพยานเพื่อความสมบูรณ์ของสัญญา!
สัญญาประนีประนอมยอมความ คือเครื่องมือที่ช่วยยุติข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับการ เช็กเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่ควรเลือกบริการที่สามารถปรับแผนได้เองเพื่อความคุ้มครองที่ตรงใจ ไม่จ่ายเกินจำเป็น และโปร่งใสในทุกขั้นตอน หากคุณกำลังมองหาประกันที่ตอบโจทย์ insurverse คือคำตอบที่คุณสามารถวางใจได้
สัญญาประนีประนอมยอมความสามารถใช้ได้เฉพาะคดีแพ่ง หรือคดีอาญาบางประเภทที่กฎหมายอนุญาตให้ยอมความได้ เช่น คดีหมิ่นประมาทหรือทำร้ายร่างกายเล็กน้อย แต่สำหรับคดีอาญาแผ่นดิน เช่น คดีฆาตกรรม ลักทรัพย์ หรือคดียาเสพติด ไม่สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้
แม้การมีพยานจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของสัญญา แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีพยานเสมอ สิ่งสำคัญคือต้องมีลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนและลงนามโดยทั้งสองฝ่าย หากไม่มีพยาน สัญญาก็ยังคงมีผลทางกฎหมายได้ตราบใดที่เอกสารถูกต้องและสมบูรณ์
การแก้ไขสัญญาหลังจากลงนามแล้วสามารถทำได้ หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและทำการบันทึกข้อตกลงใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมลงลายมือชื่อ หากมีการแก้ไขเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีความยินยอมจากอีกฝ่าย สัญญานั้นจะถือว่าไม่สมบูรณ์
สัญญาประนีประนอมยอมความสามารถใช้ในข้อพิพาทภายในครอบครัวได้ เช่น ข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินหลังการหย่าร้าง หรือการแบ่งมรดก แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยครอบครัวหรือมรดก และควรมีความชัดเจนในการระบุเงื่อนไขและสิทธิของแต่ละฝ่าย
ในกรณีที่คู่กรณีไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ สามารถใช้การลงลายนิ้วมือแทนลายเซ็นได้ และควรมีพยานที่น่าเชื่อถือรับรองว่าอีกฝ่ายเข้าใจเนื้อหาสัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งในอนาคตว่ามีการบังคับหรือหลอกลวงในการทำสัญญา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด