ยาง lenso คือแบรนด์ยางที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่ ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวันไปจนถึงการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะสูง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับยางยี่ห้อ lenso และเหตุผลที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งาน
ยาง lenso เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย เริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะผลิตยางรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุดในราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่คนไทย ปัจจุบัน lenso ส่งออกยางไปยังหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและยุโรป
ยาง lenso แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน นี่คือรุ่นยอดนิยมของ lenso ที่น่าสนใจ
ยางสปอร์ตที่มีลวดลายดอกยางเฉียบคมให้ความมั่นใจในการขับขี่ทุกสภาพอากาศ ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีและเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
ยางสปอร์ตที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มขีดจำกัดใหม่ของยางไทยผ่านการผลิตที่ทันสมัย ให้การขับขี่ที่นุ่ม เงียบและปลอดภัยในทุกสภาพถนน
ยางสำหรับรถเก๋งสายซิ่งที่มาพร้อมโลโก้ GP ดอกยางช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ เพิ่มสมรรถนะการรีดน้ำ และการยึดเกาะถนน
ยางที่ออกแบบสำหรับสายลุย สามารถตอบสนองได้ทุกพื้นผิว ทั้งถนนดำ ถนนเปียก และเส้นทางออฟโรด
ยางที่มาพร้อมโครงสร้างชั้นผ้าใบ 8 ชั้น ให้ความแข็งแรง ทนทาน ลายดอกยางช่วยในการรีดน้ำและเกาะถนนได้ดี
ดอกยางถูกออกแบบด้วยร่องลึกแบบสามมิติ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนทั้งบนพื้นผิวแห้งและเปียก ป้องกันการลื่นไถลในสภาพถนนเปียก ช่วยลดระยะเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยส่วนผสมในเนื้อยางช่วยลดแรงต้านทานการหมุนของยาง ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพิ่มความทนทานของยางในระยะยาว
ดอกยางถูกออกแบบมาเพื่อลดเสียงที่เกิดจากการสัมผัสกับถนน ช่วยเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร เหมาะสำหรับการเดินทางไกล
ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวในยาง lenso ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ ทั้งในด้านความปลอดภัย ความนุ่มสบาย ความประหยัดพลังงาน และการใช้งานที่ยาวนาน จึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยางที่มีสมรรถนะครบครัน
แรงดันลมที่เหมาะสมช่วยลดการสึกหรอของดอกยางและเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ควรเช็กแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง ไม่ควรปล่อยให้ยางอ่อนหรือแข็งเกินไป
การสลับยางทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร จะช่วยให้ยางสึกหรออย่างสมดุลในทุกล้อ เป็นการยืดอายุการใช้งานของยางให้ยาวนาน
การขับขี่ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ควรหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันหรือเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วสูง ห้ามบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดที่ยางรองรับได้
การตรวจสอบยางเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดความเสียหายใหญ่ โดยดอกยางต้องมีความสูงมากกว่าสะพานยาง หากดอกยางสึกจนถึงสะพานยางต้องเปลี่ยนยางใหม่ทันที
การดูแลยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มสมรรถนะและยืดอายุการใช้งานของยาง พร้อมเสริมความปลอดภัยในทุกเส้นทาง แต่ในทุกเส้นทางยังมีความไม่แน่นอน เช่น อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ติดรถไว้ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยปกป้องคุณจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งในปัจจุบันคุณสามารถ เช็กค่าเบี้ยประกัน และปรับแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณอุ่นใจในทุกเส้นทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสนุกของการขับขี่รถยนต์เกียร์ธรรมดา (เกียร์กระปุก) หรือผู้ที่ใช้รถกระบะบรรทุกในการทำงาน อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เท้าซ้ายต้องสัมผัสอยู่ตลอดเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ก็คือ “ครัชรถ” หรือ “คลัตช์” (Clutch) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง เมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง คลัตช์ย่อมมีการสึกหรอตามธรรมชาติ หากปล่อยปละละเลยจนคลัตช์หมดสนิท รถอาจหมดแรงวิ่งขึ้นทางชันหรือเข้าเกียร์ไม่ได้กลางถนน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักการทำงานของคลัตช์ สัญญาณเตือนคลัตช์หมด และวิธีขับขี่ถนอมคลัตช์ให้อยู่ได้ยาวนาน ครัชรถยนต์คืออะไร ทำหน้าที่อะไรในระบบขับเคลื่อน คลัตช์รถยนต์ (Clutch) คืออุปกรณ์ตัดและต่อกำลังระหว่างล้อช่วยแรง (Flywheel) ของเครื่องยนต์กับเพลาเกียร์ โดยเมื่อเราเหยียบแป้นคลัตช์ ชุดคลัตช์จะแยกตัวออกจากล้อช่วยแรงเพื่อตัดการส่งกำลัง ทำให้เราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล และเมื่อเราค่อยๆ ปล่อยแป้นคลัตช์ แผ่นคลัตช์จะประกบเข้ากับล้อช่วยแรงอีกครั้งเพื่อส่งถ่ายแรงบิดขับเคลื่อนล้อรถยนต์ให้วิ่งไปข้างหน้า 3 ชิ้นส่วนหลักของชุดคลัตช์รถยนต์ที่ทำงานร่วมกัน ชุดคลัตช์ประกอบด้วย 3 ชิ้นส่วนสำคัญที่ทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ ได้แก่ จานคลัตช์ หรือแผ่นคลัตช์ (Clutch Disc) มีลักษณะเป็นแผ่นกลมที่บุด้วยผ้าคลัตช์ (วัสดุเสียดทานทนความร้อนสูง) ทำหน้าที่ประกบติดกับล้อช่วยแรงเพื่อถ่ายทอดแรงบิด เป็นชิ้นส่วนหลักที่เกิดการสึกหรอเมื่อใช้งาน หวีคลัตช์ หรือจานกดคลัตช์ (Clutch Cover / Pressure Plate) ทำหน้าที่เป็นสปริงแผ่นกดแผ่นคลัตช์ให้แนบสนิทกับฟลายวีลตลอดเวลา และปลดแรงกดออกเมื่อเหยียบแป้นคลัตช์ ลูกปืนกดคลัตช์ (Release Bearing)… Continue reading ครัชรถยนต์คืออะไร สัญญาณเตือนคลัตช์หมด วิธีสังเกตและดูแล
เมื่อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คู่ใจของเราถูกใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี สิ่งที่ผู้ครอบครองรถทุกคนต้องพบเจอเป็นประจำทุกปีก่อนการต่อภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ก็คือขั้นตอนการตรวจสภาพรถ และเอกสารสำคัญที่ต้องได้รับมาก็คือ “ใบตรวจสภาพรถ” สำหรับใครที่รถเพิ่งมีอายุการใช้งานย่างเข้าสู่เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และสงสัยว่าใบตรวจสภาพรถคืออะไร ต้องไปตรวจที่ไหน ตรวจอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลฉบับสมบูรณ์มาให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ ทำความรู้จักใบตรวจสภาพรถ เอกสารสำคัญคู่การต่อภาษีประจำปี ใบตรวจสภาพรถ (หรือใบรับรองการตรวจสภาพรถ) คือเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการจากสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ว่ายานพาหนะคันดังกล่าวมีสภาพความพร้อม แข็งแรง ปลอดภัยต่อการขับขี่บนท้องถนน และไม่ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ “สถานตรวจสภาพรถเอกชน” (ตรอ.) ที่มีป้ายสัญลักษณ์ฟันเฟืองสีฟ้า หรือที่สำนักงานขนส่งจังหวัด รถประเภทไหนบ้างที่ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุของยานพาหนะที่ต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีไว้ดังนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถบรรทุก (อายุครบ 7 ปีขึ้นไป) ได้แก่ รถเก๋ง รถกระบะ 4 ประตู รถกระบะบรรทุก และรถ SUV ที่มีอายุการใช้งานนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรกครบ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพทุกปีก่อนต่อภาษี รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (อายุครบ 5 ปีขึ้นไป) รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรกครบ 5 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนต่อภาษีประจำปีเช่นเดียวกัน เช็กลิสต์รายการที่ ตรอ. ตรวจสอบ… Continue reading ใบตรวจสภาพรถคืออะไร ตรวจที่ไหนกี่ปีต้องตรวจ สรุปขั้นตอนต่อภาษี
เมื่อต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถ ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน ใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร และมีโทษปรับเท่าไหร่หากไม่ดำเนินการตามกำหนด