สำหรับมือใหม่หัดขับที่ยังไม่ชำนาญ ในช่วงแรก ๆ การถอยรถเข้าซองในสถานที่จอดรถหรือลานจอดรอดที่มีพื้นที่จำกัด คงยังกะระยะไม่เก่ง ยากจะเลี้ยวรถให้ตรงกับช่องจอดพอดี มีเคล็ดลับอะไรช่วยให้จอดรถง่ายขึ้นบ้าง มาติดตามอ่านกัน
เจ้าของรถคันใหม่ หรือมือใหม่หัดขับ ไม่มากก็น้อยย่อมรู้สึกถึงความกดดันและความเครียดขณะถอยรถเข้าจอดในพื้นที่แคบกันมาบ้าง รวมไปถึงการจอดซ้อนคันในห้างด้วย การถอยหลังเข้าซองแคบจะไม่ยากอีกต่อไป ถ้าทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ
1.ขับรถชิดฝั่งที่ต้องการถอยหลังเข้าซองแคบ โดยขับเลยช่องจอดไปเล็กน้อย จากนั้นหมุนพวงมาลัยเลี้ยวให้ตัวรถเฉียงขนานไปกับแนวช่องจอดอย่างช้า ๆ
2. ค่อย ๆ คืนพวงมาลัยให้รถอยู่กลางช่อง ตั้งล้อให้ตรงและใส่เกียร์เดินหน้าหรือถอยหลังให้ตัวรถขนานกับช่องจอดพอดี
สำหรับกรณีจอดรถในที่ว่างที่มีรถยนต์จอดอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง การถอยรถเข้าซองแคบแบบนี้ค่อนข้างปราบเซียนไม่น้อย หากกะระยะไม่แม่นมีโอกาสเฉี่ยวชนได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง จึงต้องระมัดระวังอย่างมาก
-ก่อนอื่นให้ขับรถไปเทียบกับรถที่จอดอยู่ข้างหน้าโดยมีระยะห่างประมาณครึ่งเมตร
-หมุนพวงมาลัยไปซ้ายสุด แล้วถอยหลังให้รถทำมุมกับขอบทางเท้า 45 องศา
-พอมองกระจกซ้ายเห็นป้ายทะเบียนรถคันหลัง จึงคืนพวงมาลัยให้ตรงแล้วถอยหลังต่อจนหน้ารถอยู่แนวเดียวกับกันชนท้ายของรถคันหน้า
-จากนั้นหักพวงมาลัยไปขวาสุดแล้วถอยเข้าซองช้า ๆ ก่อนจะคืนพวงมาลัยให้รถตั้งตรงและขนานไปกับเส้นจอด
บางคนอ่านขั้นตอนขับรถถอยหลังแล้วก็ยังสับสน ไม่รู้ต้องหมุนพวงมาลัยไปทางไหนก่อน มีเคล็ดลับให้จำง่าย ๆ คือ ต้องการให้ท้ายรถหันไปทางไหนให้หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น จะช่วยให้นึกภาพตามได้ง่ายขึ้น
1.วิธีถอยรถเข้าซองแบบตรง (ท่าสอบปฏิบัติใบขับขี่รถยนต์)
-จอดรถตรงบริเวณที่ต้องการจอดรถ
-หมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายเพื่อให้รถถอยหลังไปทางซ้าย หรือ
-หมุนพวงมาลัยไปทางขวาเพื่อให้รถถอยหลังไปทางขวา
-จากนั้นหักพวงมาลัยกลับมาทางตรงข้าม แล้วถอยหลังเข้าซองจนขนานไปกับเส้นเทียบ
-เสร็จแล้วคืนพวงมาลัยให้ล้อตรง
2.วิธีถอยรถเข้าซองแบบเฉียง
-ขับรถแนวตรงชิดฝั่งที่ต้องการถอยเข้าซอง ขับเลยช่องจอดเป็นเล็กน้อย เลี้ยวซ้ายให้ตัวรถเฉียงขนานแนวช่องจอด
-ตั้งล้อให้ตรง ใส่เกียร์ถอยหลังเลี้ยวรถให้ขนานกับช่องจอด
-หากรถจอดชิดทางฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป ให้เดินหน้าหมุนพวงมาลัยตั้งล้อใหม่ แล้วค่อยถอยหลังช้า ๆ คืนพวงมาลัยให้ล้อตั้งตรง
3.วิธีจอดแบบเทียบทางเท้า ขนานไปกับถนน
-จอดรถขนาบกับคันหน้า ระยะห่างจากตัวรถประมาณ 60 เซนติเมตร บังคับท้ายรถอยู่ในระดับเดียวกันกับคันหน้า
-หักพวงมาลัยให้สุด และค่อย ๆ ถอยรถเข้าซองด้านข้าง จนรถทำมุมแนวเฉียง 45 องศาพอดีกับที่จอด
-บิดล้อตรงแล้วถอยหลังเข้าซองไป จากนั้นบิดพวงมาลัยค่อย ๆ ถอยต่อจนท้ายรถชิดเส้นด้านหลัง และหน้ารถอยู่ในระดับเดียวกันกับท้ายรถคันหน้า ให้หมุนพวงมาลัยกลับมาเพื่อให้ล้อตั้งตรง
-เมื่อเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ขยับรถเดินหน้า หรือถอยหลัง เพื่อตั้งลำให้ตรงและมีระยะห่างพอดี ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป
สำหรับมือใหม่หัดขับ ยังมีประสบการณ์การขับรถไม่มาก มักจะกังวลเวลาขับรถอาจมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเกิดขึ้นได้ แต่การถอยรถเข้าซองนั้นเป็นเรื่องพื้น ๆ ที่ต้องเจอในชีวิตประจำวันและเป็นท่าหลักที่ใช้ในการสอบใบขับขี่รถยนต์ด้วย ในกรณีการใช้รถในชีวิตประจำวันควรเรียนรู้และฝึกฝนท่าทางเหล่านี้ให้ชำนาญ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถออกจากบ้านไปจอดสถานที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า หากมีความชำนาญ เทคเดียวผ่าน ก็จะปลอดภัยสบายใจ ไม่เป็นภาระของคนอื่นด้วย
ข้อดีของการทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้แล้ว ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มือใหม่หัดขับรถด้วยความรู้สึกอุ่นใจ แม้ว่าจะเกิดเหตุเฉี่ยวชนหรือกรณีเกิดกรณีที่ไม่คาดฝันอื่น ๆ ขึ้นมาจริง ๆ หลักฐานประกันรถยนต์จะคุ้มครองความเสียหายทั้งรถของคุณและรถคู่กรณี ซึ่งเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด แม้จะเป็นมือใหม่หัดขับก็อุ่นใจได้จริง ๆ อย่างที่ insurverse ประกันรถ ออนไลน์ มีแผนคุ้มครองประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองทันทีหลังซื้อประกัน เราแนะนำให้เจ้าของรถลอง เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ดูก่อนเพื่อหาราคาดีที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต