ทางด่วน มอเตอร์เวย์ เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของคนไทยใช้สัญจร แต่ถนนทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะเข้าใจว่า ทางด่วน มอเตอร์เวย์ เป็นทางประเภทเดียวกัน เนื่องจากเป็นเส้นทางยาวเหมือนกัน แต่ในความจริงแล้ว ทางด่วน มอเตอร์เวย์ มีความแตกต่างกันดังนี้
ทางด่วนหรือ Expressway เป็นเส้นทางยกระดับพิเศษจากพื้นดิน โดยมีเส้นทางทั้งภายในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชื่อมต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง ขณะที่ทางมอเตอร์เวย์หรือ Motorway เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองติดต่อกันที่อยู่ในระดับพื้น ไม่ได้มีการวางโครงสร้างสูงจากพื้นเหมือนทางด่วน
ทางด่วนจะอยู่ในความดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ดูแลและเก็บค่าผ่านทาง แต่ทั้งนี้มีบางช่วงของเส้นทางที่ทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทยให้สัมปทานกับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ดูแลรวมถึงเก็บค่าผ่านทางแทน โดยค่าผ่านทางคิดตามจำนวนล้อของรถยนต์ ราคาเริ่มที่ 50 บาท/คัน (ไม่รวมส่วนลด) ยกเว้นด่านบางจากเริ่มต้นที่ 10 บาทต่อคัน ส่วนมอเตอร์เวย์อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง คิดค่าผ่านทางตามจำนวนล้อเช่นเดียวกัน โดยมีค่าแรกเข้าด่าน 10 บาท จากนั้นคิดราคาตามระยะทางและตามเงื่อนไขของแต่ละเส้นทาง
ปัจจุบันเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนทำให้มีการวางเส้นทาง ทางด่วน มอเตอร์เวย์ หลากหลายสาย โดยทางด่วนมี 8 เส้นทาง ขณะที่เส้นทางมอเตอร์เวย์มีจำนวน 2 สาย ดังนี้
นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรเหมือนการขับรถบนถนนทั่วไปแล้ว การใช้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ยังมีกฏข้อบังคับเพิ่มเติม ได้แก่
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับทางด่วน มอเตอร์เวย์ ที่เรานำมาฝาก แต่ไม่ว่าถนนทั้งสองแบบจะแตกต่างกันอย่างไร ผู้ขับขี่ต้องรักษากฎจราจรเพื่อความปลอดภัยเหมือนกัน หากมีประกันติดรถไว้จะยิ่งช่วยให้ผู้ขับขี่อุ่นใจได้มากขึ้น อย่างน้อยทำ ประกันรถชั้น 3 เพื่อให้คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี ถือเป็นความคุ้มครองที่ช่วยแบ่งเบาความรับผิดชอบให้กับผู้ทำประกันได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แต่หากยังไม่แน่ใจสามารถ เช็กเบี้ยประกัน และเช็กความคุ้มครองของแต่ละแผนประกันทางออนไลน์ก่อนซื้อได้ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากพูดถึงชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีความสำคัญระดับหัวใจหลักของเครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) “หัวเทียนรถยนต์” (Spark Plug) คือหนึ่งในอะไหล่ที่คนใช้รถทุกคนต้องรู้จัก เพราะหากชิ้นส่วนนี้เกิดความเสียหายหรือที่เรียกกันติดปากว่า อาการหัวเทียนบอด อาจส่งผลให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติด เครื่องยนต์สั่น หรือกินน้ำมันมากกว่าปกติได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหัวเทียนรถยนต์ให้มากขึ้น ว่ามันคืออะไร มีกี่ชนิด พร้อมเช็คสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้อง เปลี่ยนหัวเทียน แล้ว เพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง หน้าที่สำคัญของหัวเทียนรถยนต์ในระบบจุดระเบิด หัวเทียนรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นตัวจุดประกายไฟในห้องเผาไหม้ โดยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงจะถูกส่งมาจาก คอยล์จุดระเบิด วิ่งผ่านแกนกลางของหัวเทียนไปสู่ ขั้วหัวเทียน (Electrode) เกิดเป็นการสปาร์ค (Spark) เพื่อจุดระเบิดส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงและอากาศ การจุดระเบิดนี้เองที่เป็นพลังงานผลักดันให้ลูกสูบทำงาน และทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ชนิดของหัวเทียนรถยนต์ มีกี่ประเภท? การเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์อย่างหัวเทียน จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับสเปกของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปในท้องตลาดจะแบ่งชนิดของหัวเทียนตามวัสดุที่ใช้ทำขั้วหัวเทียน 1.หัวเทียนทองแดง / นิกเกิล (Standard) เป็นหัวเทียนมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถใช้งานทั่วไป นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมจากแกนทองแดง (Copper) แต่มีข้อเสียคือ ขั้วเสื่อมสภาพและสึกหรอได้ง่ายที่สุด จึงต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าชนิดอื่น 2.หัวเทียนแพลตตินัม (Platinum) มีการเคลือบหรือใช้จุดที่เกิดประกายไฟเป็นแร่แพลตตินัม ทนทานต่อความร้อนได้สูงกว่าแบบทองแดงมาก ช่วยให้การจุดระเบิดมีความเสถียร อายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดปัญหาเขม่าเกาะขั้วหัวเทียน… Continue reading หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร? อาการหัวเทียนบอดเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนเมื่อไหร่
หม้อน้ำรถยนต์ (Car Radiator) คือ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนที่ทำหน้าที่สำคัญที่สุดใน ระบบระบายความร้อน ของรถยนต์ โดยจะช่วยระบายความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ออกสู่อากาศภายนอก เพื่อรักษาระดับ อุณหภูมิเครื่องยนต์ ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมในการทำงาน หากหม้อน้ำมีปัญหา อาจส่งผลร้ายแรงจนทำให้ เครื่องยนต์ฮีท (Overheat) และสร้างความเสียหายหนักต่อชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ปะเก็นฝาสูบ แตกหักได้ หม้อน้ำรถยนต์ ทำหน้าที่อะไร? หน้าที่หลักของหม้อน้ำรถยนต์คือ การดึงเอาความร้อนสะสมออกจากบล็อกเครื่องยนต์ โดยอาศัยของเหลวเป็นตัวนำพาความร้อน ซึ่งระบบนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อสมรรถนะและความปลอดภัยในการขับขี่ หลักการทำงานของระบบระบายความร้อน เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำงานและมีความร้อนสะสม ปั๊มน้ำจะทำการหมุนเวียน น้ำยาหล่อเย็น เข้าไปรับความร้อนในเครื่องยนต์ จากนั้นน้ำที่ร้อนจัดจะไหลผ่านท่อมายังรังผึ้งหม้อน้ำที่อยู่บริเวณ กระจังหน้า ของรถยนต์ โดยมีอากาศที่ปะทะจากภายนอกและ พัดลมหม้อน้ำ คอยเป่าระบายความร้อนออกไป เมื่อน้ำเย็นลงก็จะถูกส่งกลับเข้าไปในเครื่องยนต์อีกครั้ง เป็นวงจรต่อเนื่อง โดยมี วาล์วน้ำ (Thermostat) เป็นตัวคอยเปิด-ปิดควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ส่วนประกอบสำคัญของหม้อน้ำรถยนต์ เพื่อให้เข้าใจการทำงานและสามารถสังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น เราควรทำความรู้จักกับส่วนประกอบหลัก ดังนี้: 5 สัญญาณเตือน! หม้อน้ำรถยนต์กำลังมีปัญหา การซ่อมเครื่องยนต์ฮีทนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ราคาหม้อน้ำรถยนต์ หลายเท่าตัว ดังนั้นผู้ขับขี่ควรหมั่นสังเกต 5 อาการเหล่านี้… Continue reading หม้อน้ำรถยนต์ คืออะไร? หัวใจสำคัญของระบบระบายความร้อนที่ห้ามมองข้าม
น้ำมันเครื่องรถยนต์ คือหัวใจสำคัญที่ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ลดการเสียดสี ระบายความร้อน และป้องกันการเกิดสนิม การเลือกน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องและเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนาน ประหยัดน้ำมัน และลดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างการเดินทาง น้ำมันเครื่องรถยนต์ คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง? เมื่อสตาร์ทรถ ชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์จะเกิดการเสียดสีกันอย่างรุนแรง น้ำมันเครื่อง จึงเข้ามาทำหน้าที่สำคัญดังนี้: ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์ มีกี่แบบ? การแบ่งประเภทของน้ำมันเครื่องในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 เกรดหลักๆ ตามพื้นฐานการผลิต ดังนี้ 1.น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ (Fully Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องที่ผ่านกระบวนการทางเคมีในห้องแล็บ ทำให้มีโมเลกุลขนาดเท่ากัน ทนความร้อนสูงมาก และหล่อลื่นได้ดีเยี่ยมตั้งแต่สตาร์ท 2.น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) เป็นการผสมผสานระหว่างน้ำมันแร่ธรรมชาติและน้ำมันสังเคราะห์แท้ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน 3.น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว/ธรรมดา (Mineral Oil) สกัดจากน้ำมันดิบในธรรมชาติ มีราคาถูกที่สุด แต่ฟิล์มน้ำมันจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าประเภทอื่น วิธีอ่านฉลากและเลือก น้ำมันเครื่องรถยนต์ ให้ตรงสเปค การอ่านฉลากบนแกลลอนให้เป็น จะช่วยให้คุณได้น้ำมันเครื่องที่ตรงกับสเปครถยนต์ของคุณที่สุด โดยมี 2 ค่าสำคัญที่ต้องดู: การดูค่าความหนืด (SAE) มาตรฐานจากสมาคมวิศวกรยานยนต์… Continue reading คู่มือเลือก “น้ำมันเครื่องรถยนต์” อย่างไรให้เครื่องยนต์ฟิต ทนทาน