รถเกียร์ออโต้เป็นระบบที่พึ่งพาน้ำมันเกียร์ในการหล่อลื่นส่วนต่างๆ ของชุดเกียร์ โดยน้ำมันเกียร์จะไหลเวียนเมื่อเครื่องยนต์ทำงานเท่านั้น ดังนั้น หากเครื่องยนต์ดับในขณะถูกลาก ชิ้นส่วนภายในเกียร์จะไม่ได้รับการหล่อลื่น ส่งผลให้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงและความร้อนสูงในห้องเกียร์ ซึ่งอาจทำให้เกียร์เสียหายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
หากรถเกียร์ออโต้ถูกลากโดยไม่มีการยกตัวขับเคลื่อนขึ้นจากพื้น การเสียหายนี้อาจทำให้ต้องซ่อมชุดเกียร์ใหม่ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง หากคุณมี ประกันรถยนต์ชั้น 3 จาก insurverse คุณไม่ต้องกังวล เพราะแผนประกันปรับได้ตามใจ ช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น
หากต้องการใช้บริการรถลาก ประกันภัยรถยนต์ insurverse มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ที่พร้อมดูแลคุณในทุกสถานการณ์ ไม่ว่ารถจะเสียหรือเกิดปัญหาบนท้องถนน คุณก็สามารถขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลา
ในกรณีที่จำเป็นต้องลากรถระยะสั้นมาก เช่น 1-2 กิโลเมตร และไม่มีทางเลือกอื่น:
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการดูแลรถเกียร์ออโต้ในกรณีฉุกเฉิน
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อต้องลากรถเกียร์ออโต้
การบำรุงรักษาเกียร์ออโต้เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
ความเสี่ยงที่เกิดจากการลากรถเกียร์ออโต้สามารถหลีกเลี่ยงได้หากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นอย่างถูกวิธี เพื่อให้ชุดเกียร์ของรถคุณอยู่ในสภาพดีและใช้งานได้ยาวนาน
รถเกียร์ออโต้สามารถลากได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี เช่น ยกล้อขับเคลื่อนขึ้นจากพื้น หรือใช้รถสไลด์เพื่อป้องกันความเสียหายกับระบบเกียร์
ฟันเฟืองและชุดคลัตช์จะไม่ได้รับการหล่อลื่น ทำให้เกิดความร้อนสะสมและการเสียดสีอย่างรุนแรง อาจนำไปสู่การเสียหายของชุดเกียร์
การลากรถในระยะสั้นสามารถทำได้หากจำเป็น แต่ควรใส่เกียร์ N ใช้ความเร็วต่ำไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการลากขึ้น-ลงทางลาดชัน
หากเป็นไปได้ ควรใช้รถสไลด์หรือรถยก เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับรถเกียร์ออโต้ ลดความเสี่ยงของความเสียหายต่อชุดเกียร์
หากคุณมีประกันภัยที่ครอบคลุม เช่น Insurverse คุณจะได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ เช่น การเรียกรถสไลด์หรือรถยก โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด