ชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยรับแรงกระแทกจากช่วงล่าง ช่วยให้รถวิ่งได้อย่างนุ่มนวลแม้จะต้องเผชิญกับถนนที่ขรุขระหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ นั่นก็คือ ลูกหมากกันโคลง อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ติดอยู่กับล้อรถ ชิ้นส่วนอะไหล่ชิ้นนี้มีอายุการใช้งานจำกัด จำเป็นต้องคอยเช็กและเปลี่ยนอะไหล่ตามวงรอบ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าควรจะเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นนี้ตอนไหนดี วันนี้ insurverse มีคำตอบมาฝากกัน
ลูกหมากกันโคลงรถยนต์ คือ ลูกยางขนาดเล็กที่ติดอยู่บริเวณปลายเหล็กกันโคลง มีทั้งทรงกลมและทรงกระบอก ติดตั้งอยู่ตรงจุดที่เชื่อมต่อระหว่างล้อรถกับโช้คอัพ หน้าที่หลัก ๆ ของมันคือช่วยลดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวลแม้จะอยู่บนถนนที่มีผิวขรุขระหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ อีกทั้งยังช่วยรักษาสมดุลของรถ ไม่ให้รถโคลงหรือเสียหลักหลุดโค้ง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
การได้รับแรงกระแทกรุนแรงจากการขับขี่บนถนนขรุขระถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกหมากกันโคลงเสียหรือเสื่อมสภาพ โดยรถที่มีปัญหาลูกหมากเสียหรือเสื่อมสภาพนั้นส่วนมากมักมีอาการผิดปกติคล้าย ๆ กัน ดังนี้
โดยทั่วไปลูกหมากกันโคลงส่วนมากจะมีอายุการใช้งานราว ๆ 60,000 – 80,000 กิโลเมตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานของรถด้วยว่าใช้รถขับขี่บนถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อบ่อยหรือไม่ หากพบว่ารถมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวไปข้างต้น ควรนำรถไปตรวจเช็กสภาพและเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้รถ และการเปลี่ยนลูกหมากชุดใหม่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากนัก เพราะไม่ต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่ เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของมุมล้อ ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนโช้คอัพที่จำเป็นต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่หมด
ส่วนราคาลูกหมากกันโคลงก็มีตั้งแต่หลักหลายร้อยไปจนถึงหลายพันบาท แต่หากใครที่ใช้รถแบบสมบุกสมบัน ออกต่างจังหวัดเจอหลุมเจอบ่อเป็นประจำ ขอแนะนำให้เลือกอะไหล่ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ทำจากเหล็กกล้าหรืออะลูมิเนียมเกรดดี แม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่าทนทานต่อการใช้งาน ตอบโจทย์สายลุยมากกว่า
ทั้งหมดนี้คือสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับอะไหล่ชิ้นเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า ลูกหมากกันโคลง ที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ และสำหรับใครที่มีข้อกังวลว่าอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์ของตัวเองอาจเสื่อมสภาพจนทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบไม่รู้ตัว อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายในระยะยาวได้ก็คือการทำ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ที่ให้ความคุ้มครองทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และตัวรถ โดยสามารถ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ได้ที่หน้าเว็บไซต์ insurverse เพื่อหาแผนการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าและค่าเบี้ยประกันเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าของคุณ เพียงเท่านี้ก็ใช้รถได้อย่างอุ่นใจ หมดห่วงเรื่องอุบัติเหตุ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด