วันหยุดยาวใกล้เข้ามาแล้ว ใครที่กำลังวางแผนเดินทางขับรถท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว ทริปกับเพื่อน ๆ หรือไปกับคู่รัก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือ การตรวจเช็คความเรียบร้อยของรถคู่ใจให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เพื่อทริปที่สนุกสนานไม่มีติดขัด
เพราะการเดินทางท่องเที่ยวจะใช้เวลานาน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ไม่ว่าจะด้วยสภาพแวดล้อม หรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจะต้องมีการตรวจเช็คดังต่อไปนี้
ก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรจะดูการเชื่อมต่อของขั้วแบตและฉนวนสายไฟ ตรวจดูสภาพโดยรวมของแบตเตอรี่ว่ายังใช้งานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำ แบบแห้ง และแบบกึ่งแห้ง หมั่นทำความสะอาดคราบขี้เกลือที่อยู่บริเวณขั้วแบต และเช็คระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่กำหนด
จะต้องตรวจเช็คความลึกร่องดอกยาง รอยเจาะ ยางแตกลายงา ยางบวม หรือดอกยางหมดหรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาต้องรีบทำการเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้จะตรวจเช็คและเติมลมยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
วิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจเช็คช่วงล่างก็คือ การทดลองขับบนถนนจริง โดยให้สังเกตไปที่พวงมาลัยว่าระหว่างขับขี่พวงมาลัยตั้งตรงหรือไม่ หากมีองศาที่แปลก หรือระหว่างขับขี่รถมีเสียงแปลก ๆ โดยเฉพาะตอนที่เจอพื้นถนนที่ไม่เรียบก็ให้ส่งตรวจที่ศูนย์ได้เลย
น้ำมันเครื่องจะต้องอยู่ในระดับปกติเสมอ ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเครื่องอยู่ในระดับที่มากหรือน้อยเกินไป เพราะน้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นของระบบกลไกต่าง ๆ ในเครื่องยนต์ และยังช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น
ตรวจสอบให้น้ำมันเบรกอยู่ในระดับปกติอยู่เสมอ ซึ่งจะสามารถสังเกตได้จากความหนืดระหว่างเหยียบเบรก หากเหยียบแล้วรู้สึกแข็งทื่อผิดปกติ อาจเกิดจากอาการระบบหม้อลมเบรกรั่วซึมได้ จะต้องรีบนำส่งศูนย์เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด
เพราะไฟส่องสว่างมีความสำคัญต่อการขับขี่บนท้องถนนอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรค ไฟฉุกเฉิน หรือไฟในส่วนอื่น ๆ ควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา
เพราะในขณะที่ระบบเครื่องยนต์ทำงาน จะมีความร้อนสะสม บวกกับอุณหภูมิภายนอกของประเทศไทยที่ร้อนอย่างมาก ถ้าหากหม้อน้ำมีน้ำอยู่น้อย จะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกับเครื่องยนต์ได้ ซึ่งมีจุดที่จะต้องเช็ค คือ การทำงานของพัดลม รอยรั่วของหม้อน้ำ และท่อซีลต่าง ๆ
เนื่องจากไฟต่าง ๆ บนหน้าปัดรถยนต์จะบอกสถานะผิดปกติของรถ เช่น ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า น้ำมัน และอุณหภูมิของเครื่องยนต์ ดังนั้น หากมีสัญลักษณ์ไฟเตือนขึ้น แสดงว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์อย่างแน่นอน
เอกสารจำเป็นที่จะต้องมีติดตัวไว้สำหรับการเดินทาง มีดังนี้ สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ และ พ.ร.บ. รถยนต์
ทุกการเดินทางย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การมีประกันภัยรถยนต์ก็เหมือนเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่สร้างความอุ่นใจให้กับทุกการเดินทางของเรา ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความเหมาะสมและตามความคุ้มครองที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+, หรือประกันชั้น 3
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ