vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
กฎหมายสุนัขรบกวนเพื่อนบ้าน สิ่งที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้

กฎหมายสุนัขรบกวนเพื่อนบ้าน สิ่งที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องรู้

schedule
share

สัตว์เลี้ยงมักเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์และสร้างความสุขให้แก่เจ้าของ แต่ความน่ารักนี้อาจกลายเป็นปัญหาหากสัตว์เลี้ยงของคุณไปสร้างความรำคาญหรือก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น  กฎหมายสุนัขรบกวนเพื่อนบ้าน ในประเทศไทยมีบทบัญญัติชัดเจนเพื่อควบคุมสถานการณ์เหล่านี้ และเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เมื่อสัตว์เลี้ยงไปสร้างอันตรายต่อผู้อื่น

กรณีที่สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขไปไล่กัดคน วิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุ หรือทำอันตรายใด ๆ ที่ส่งผลต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน เจ้าของจะถูกดำเนินคดีตาม กฎหมายสุนัขรบกวนเพื่อนบ้าน มาตรา 377 โดยระบุว่า “ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งโทษดังกล่าวครอบคลุมถึงทุกสถานการณ์ที่สัตว์เลี้ยงของคุณทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

ตัวอย่างเช่น หากสุนัขของคุณหลุดออกจากบ้านและไปไล่กัดคนจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังเสี่ยงถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอีกด้วย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการจัดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสม เช่น ติดตั้งรั้วที่มั่นคงและล็อกประตูรั้วให้แน่นหนา

ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น

ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงของคุณสร้างความเสียหาย เช่น ขับถ่ายในที่สาธารณะ กัดรองเท้าหรือข้าวของของเพื่อนบ้าน ความผิดนี้จะอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ซึ่งระบุว่า “ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่เสียหาย”

ดังนั้น หากคุณรู้ว่าสัตว์เลี้ยงของตัวเองมีพฤติกรรมชอบขุดคุ้ยหรือกัดสิ่งของ ควรจัดการเลี้ยงในพื้นที่ที่จำกัด เช่น เลี้ยงในกรงที่สะอาดและปลอดภัย หรือพาออกไปเดินเล่นในที่ที่เหมาะสม โดยดูแลใกล้ชิดเสมอ และหากสัตว์เลี้ยงของคุณทำความเสียหาย ควรแสดงความรับผิดชอบทันที

การสร้างความรำคาญแก่เพื่อนบ้าน

เสียงเห่าหอนตอนกลางคืน กลิ่นเหม็นจากการไม่ทำความสะอาดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ หรือปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเดินเพ่นพ่านในพื้นที่สาธารณะ สิ่งเหล่านี้อาจเข้าข่ายก่อความรำคาญตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ซึ่งระบุว่า “ผู้ใดกระทำการใด ๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอาย เดือดร้อน รำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท”

เจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงต้องมั่นใจว่า สัตว์เลี้ยงของคุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น การฝึกให้เห่าเมื่อจำเป็น การทำความสะอาดพื้นที่เลี้ยงสัตว์อย่างสม่ำเสมอ และการจัดการสุขอนามัยของสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนผู้อื่น

กฎหมายสาธารณสุขเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 ระบุว่า การเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม หรือในจำนวนที่เกินสมควรจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้อื่น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การเลี้ยงสุนัขจำนวนมากในพื้นที่แคบ โดยไม่มีการจัดการสุขอนามัยที่ดี อาจทำให้เกิดโรคระบาดหรือปัญหากลิ่นเหม็นที่กระทบต่อเพื่อนบ้าน

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณควรพิจารณาจำนวนสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น หากอาศัยอยู่ในคอนโด ควรเลี้ยงสัตว์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และควรคำนึงถึงพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่หรือไม่ เช่น ไม่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ในพื้นที่เล็กเกินไป

แม้ว่าปัญหาเรื่องหมาจะแก้ได้ง่าย แต่บางครั้งภัยธรรมชาตินั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่หากคุณมีประกันบ้านและคอนโดจาก insurverse ก็สามารถมั่นใจได้มากขึ้น เพราะประกันช่วยครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดในบ้านของคุณได้อย่างครบถ้วน

https://freerangestock.com/photos/70225/dog-sitting-on-couch-in-living-room.html

ข้อแนะนำสำหรับการเลี้ยงสัตว์ในชุมชน

  1. หมั่นตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ เช่น การฉีดวัคซีน การตัดขน และการตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  2. ใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ปลอกคอที่มีชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของ เพื่อช่วยติดตามสัตว์เลี้ยงในกรณีที่มันหลุดออกจากบ้าน
  3. วางแผนการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม เช่น จัดโซนพื้นที่สำหรับให้อาหารและขับถ่าย และเก็บกวาดทำความสะอาดทันที
  4. พาสัตว์เลี้ยงไปออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวหรือดุร้าย

นอกจากนี้ หากคุณรักบ้าน และต้องการดูแลทรัพย์สินจากภัยธรรมชาติ อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse เพราะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายในห้องของคุณจะได้รับการคุ้มครอง 

ผลกระทบหากละเลยความรับผิดชอบ

การละเลยความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน แต่ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาทาง กฎหมายสุนัขรบกวนเพื่อนบ้าน ที่ร้ายแรง เช่น ค่าปรับจำนวนมาก การถูกฟ้องร้อง และความเสียหายต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ หากสัตว์เลี้ยงของคุณไปทำร้ายผู้อื่นหรือสร้างความเสียหาย คุณอาจต้องรับผิดชอบทางแพ่งและอาญาพร้อมกัน ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ข้างบ้านเลี้ยงสัตว์แล้วรบกวน ทำไงดี

เมื่อข้างบ้านเลี้ยงสัตว์และเกิดปัญหารบกวน เช่น เสียงเห่าหอนดังรบกวน กลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือสัตว์เลี้ยงมาทำลายทรัพย์สินในพื้นที่ของคุณ การจัดการกับสถานการณ์นี้ควรใช้วิธีที่มีเหตุผลและสร้างสรรค์เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ลองเริ่มต้นจากขั้นตอนเหล่านี้

  1. พูดคุยอย่างสุภาพกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง
    เริ่มต้นด้วยการสื่อสารกับเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร อธิบายปัญหาที่คุณเผชิญ เช่น เสียงเห่าที่ดังในช่วงเวลากลางคืน หรือสัตว์เลี้ยงของพวกเขามาทำความเสียหายในบ้านของคุณ แนะนำวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้ เช่น การเลี้ยงสัตว์ในบริเวณที่มิดชิดหรือปรับพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง
  2. บันทึกปัญหาและหลักฐาน
    หากการพูดคุยไม่ได้ผล ให้บันทึกปัญหา เช่น ถ่ายภาพหรือวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงจดวันเวลาและลักษณะของปัญหา หลักฐานเหล่านี้จะมีประโยชน์หากคุณต้องการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. แจ้งนิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้าน
    ในกรณีที่คุณอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรร คุณสามารถแจ้งนิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้านเพื่อให้พวกเขาช่วยเป็นคนกลางในการเจรจา หรือตักเตือนเจ้าของสัตว์เลี้ยงตามกฎของพื้นที่นั้น
  4. ร้องเรียนผ่านหน่วยงานท้องถิ่น
    หากปัญหายังคงมีอยู่ คุณสามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล อบต. หรือหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในกรณีที่ปัญหากระทบต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย
  5. ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • หากสัตว์เลี้ยงสร้างความรำคาญ เช่น เสียงเห่าหอนดังรบกวน คุณสามารถอ้างอิง พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 ซึ่งระบุว่าการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะที่รบกวนผู้อื่นถือเป็นเหตุรำคาญ
  • หากสัตว์เลี้ยงทำลายทรัพย์สินหรือก่ออันตราย เช่น กัดทรัพย์สินหรือไล่กัดคน คุณสามารถใช้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 และ มาตรา 433 ในการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย
  1. ป้องกันทรัพย์สินของตัวเอง
    ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รั้วสูง แผงกั้น หรือกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงจากบ้านใกล้เคียงเข้ามาในพื้นที่ของคุณ

สรุป

การเลี้ยงสัตว์ในชุมชนเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงทั้งความสุขของเจ้าของและความสงบสุขของเพื่อนบ้าน การปฏิบัติตามกฎหมายและดูแลสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

5 คำถามที่พบบ่อย

เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถถูกดำเนินคดีในกรณีใดบ้าง?

เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถถูกดำเนินคดีในกรณีที่สัตว์เลี้ยงสร้างอันตรายแก่ผู้อื่น เช่น ไล่กัดหรือวิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377) หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น กัดของเสียหาย หรือขับถ่ายในพื้นที่สาธารณะ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433)

หากสัตว์เลี้ยงของข้างบ้านสร้างความรำคาญ เช่น เห่าหอนเสียงดัง เพื่อนบ้านควรทำอย่างไร?

ควรเริ่มจากการพูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างสุภาพ หากปัญหาไม่ถูกแก้ไข สามารถแจ้งนิติบุคคล กรรมการหมู่บ้าน หรือร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล หรือใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25

การเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ที่จำกัด เช่น คอนโด ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

ควรตรวจสอบว่าคอนโดอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์หรือไม่ และเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ รวมถึงดูแลสุขอนามัยเพื่อป้องกันกลิ่นและเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน

มีบทลงโทษอะไรบ้างสำหรับเจ้าของสัตว์ที่ปล่อยปละละเลยจนสัตว์เลี้ยงสร้างความเสียหายหรือรบกวนผู้อื่น?

บทลงโทษมีตั้งแต่ปรับเงิน เช่น ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397) ไปจนถึงจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับในกรณีสัตว์เลี้ยงก่ออันตราย (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377)

เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาให้เพื่อนบ้าน?

ควรจัดการพื้นที่เลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสม เช่น ติดตั้งรั้ว ล็อกประตู จัดการสุขอนามัยสัตว์ และควบคุมพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง เช่น ฝึกให้เห่าเมื่อจำเป็น และเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลในพื้นที่สาธารณะเสมอ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย