ไต้หวันประเทศที่ใครหลาย ๆ คนฝันอยากจะไป ไม่ไกลจากไทยแถมเมืองก็น่าอยู่อีกด้วยและมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้คุณได้เพลิดเพลิน จนบางครั้งคุณเหนื่อยล้าจากการตะลุยเที่ยว เราจึงขอนำเสนอ บ่อน้ำพุและสปา ที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายรีเซตความเหนื่อยล้าเติมพลังในวันดี ๆ จองคุณที่ไต้หวัน
ทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง แล้วก้าวเข้ามาที่นี่เพื่อการพักผ่อนสุดสบายไปกับบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัว หรืออยากแช่บ่อรวมก็มีเช่นกัน The Gaia Hotel Beitou ถือว่าตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการการพักผ่อนที่ดีเยี่ยมในไต้หวัน ให้ความรู้สึกไม่เร่งรีบ เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ เมื่อคุณได้ลองแช่น้ำพุร้อนที่ตกแต่งสไตล์ธรรมชาติของที่นี่
ไม่เพียงเท่านี้ The Gaia Hotel Beitou ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ สระน้ำเย็น ให้คุณได้เลือกออฟชั่นความสบายตามสไตล์ของคุณ และเราขอกระซิบว่าที่นี่อาหารอร่อยมาก ยากให้คุณได้ลอง
ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่หนึ่งของไต้หวัน ตั้งอยู่ในนิวไทเป ทีเด็ดของสถานที่นี้คือ “บ่อนรก” ที่มีอุณหภูมิ 50-90 องศา มีควันพวยพุ่งตลอดและน้ำมีสีฟ้าทำให้มองแล้วสบายตา มีเส้นทางให้เดินชมรอบบ่อเลย ซึ่งบ่อนรกมีไว้ชมเท่านั้น แต่ที่นี่ก็มีบ่อน้ำพุร้อนปกติให้คุณได้แช่เช่นกัน และเช่นเคยที่นี่ก็มีอาหารเด็ดเหมือนกัน นั่นก็คือ ไก่เลี้ยงสไตล์ไต้หวัน ลองสั่งเมนูไก่ที่นี่ดูเข้ากับบรรยากาศน้ำพุร้อนเป็นที่สุด
น้ำพุร้อนที่นี่ ตั้งอยู่ในเมืองหนานโถว ติดกับบริเวณทางเข้าของอุทยานแห่งชาติยวี่ซาน (Yushan National Park) ใครเป็นสายธรรมชาติจะต้องรักที่นี่ เพราะมีวิวธรรมชาติสวยงาม มีจุดชมพระอาทิตย์สวย ๆ ไฮไลท์สำคัญคือบ่อน้ำพุร้อนตงผู่นั้นขึ้นชื่อว่าสะอาดและใสบริสุทธิ์ เนื่องจากน้ำที่ไหลจากภูเขาโดยตรงทำให้ไม่มีกลิ่นและดีต่อสุขภาพ
น้ำพุร้อนไต้หวันที่มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากบ่อน้ำพุร้อนหยางหมิงซานนั้นได้รับความร้อนจากภูเขาไฟ จึงทำให้น้ำพุร้อนมีส่วนผสมของกำมะถันสีขาวและกำมะถันสีเขียว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาที่นี่ และบ่อน้ำพุร้อนหยางหมิงซานยังติดอันดับ 1 ใน 4 น้ำพุร้อนที่โด่งดังมากที่สุดในไต้หวัน ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาจะเป็นช่วง กุมภาพันธ์ – มีนาคม เพราะดอกซากุระกำลังเบ่งบานในช่วงนี้ การันตีความสวยงามอย่างแน่นอน
ผิวสวยด้วยน้ำพุร้อน ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการแช่น้ำแล้วผิวสวย เพราะที่นี่มีแร่ธาตุที่จะช่วยบำรุงผิวของคุณให้สวยสดชื่นปรับสภาพผิวได้ดี บอกเลยว่าใครเป็นสายรักสวยอยากได้ความสบายพร้อมผิวกายที่เปล่งปลั่ง เราขอแนะนำที่นี่ บ่อน้ำพุร้อนอูไหล
ย้ายมาต่อกันที่สปาในไต้หวัน เริ่มด้วยที่นี่ Starlight Spa ในนิยายของคำว่า หรูหราในราคาที่ย่อมเยา นวดถึงจุดมีความสุขหลังนวดแน่นอน ขอรับรองเลยว่าหากได้มานวดที่นี่คืนนี้หลับสบายอย่างแน่นอน โดยไฮไลท์ของที่นี่จะเป็นการนวดหน้า นวดมือ และนวดหลังหู ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้าน
ดื่มด่ำกับการนวดเท้า พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มบรรเทาอาการปวด บำบัดความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางใจ ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันนวดหอมระเหยที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ มาเที่ยวต่างแดนแต่เหมือนได้กลับบ้านหากคุณได้ใช้บริการที่นี่ หลีกหนีความวุ่นวายผ่อนคลายในช่วงเวลาของคุณ ที่นี่ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากได้การนวดแบบครบทุกส่วน
Forest SPA Shilin ตั้งอยู่ใจกลางกรุงไทเป มอบความผ่อนคลายสบายใจให้กับคุณ ด้วยการตกแต่งที่หรูหราแต่ไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติพร้อมบรรยากาศที่เงียบสงบบรรจบเป็นความสุขเล็ก ๆ ในวันที่เหนื่อยล้าของคุณ ที่นี่มีนักบำบัดมืออาชีพมากมาย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไฮไลท์คือการนวดน้ำมันหอมระเหยบูติคจากไทย ให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้บ้านในต่างแดน
หากคุณอยากได้รับการนวดแบบหรูหรา และสบายขั้นสุดเราขอแนะนำที่นี่ Villa.Like Oriental Spa จุดเด่นคือการใช้ Vie Arôme แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส และการแช่เท้าด้วยเกลือหิมาลัยสีชมพู และมาพร้อมทรีตเมนต์ส่วนตัวชั้นเลิศเป็นสถานที่นวดที่คุณจะได้รับการปรนนิบัติขั้นสูงอย่างแน่นอน ให้คุณได้ผ่อนคลายได้เต็มที่ พร้อมลุยในวันถัดไปแน่นอน
สปาไต้หวันที่สร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่น่าหลงใหล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ตอนเช้าเที่ยวไต้หวัน ตะวันตกดินเหมือนได้มาเยือนญี่ปุ่น ต้องที่นี่เลย The Village Spa ที่นี่เปิดให้บริการจนถึงตี 3 มีครบทุกบริการการนวดที่คุณต้องการ จัดเต็มทุกความสบายส่งต่อให้ตัวคุณ
ไม่ว่าจะเป็นสปาหรือบ่อน้ำพุร้อนก็ล้วนแต่มอบความสบายกายให้กับคุณหลังจากการท่องเที่ยวทั้งวันของคุณ แต่ก็อย่านิ่งนอนใจ เพราะความสบายก็อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ ทั้งเรื่องของอุณหภูมิของน้ำพุร้อนที่บางคนไม่เคยแช่มาก่อนอาจจะไม่รู้ เกิดอาการหน้ามืดหรือเป็นลมได้ และการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในต่างประเทศแบบนี้ เราจึงอยากแนะนำให้คุณทำ ประกันเดินทางต่างประเทศกับ insurverse เพื่อสร้างความสบายใจขั้นสูงสุดหลังจากการท่องเที่ยวให้กับตัวคุณเอง แช่น้ำพุร้อนและเพลิดเพลินกับสปาได้อย่างอุ่นใน ให้เราดูแลคุณเมื่ออยู่ต่างแดน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ