vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน!

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน!

schedule
share

ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโด ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนัก น้ำหนุน หรือแม้แต่ปัญหาท่อระบายน้ำที่อุดตัน การรู้ว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหรือวางแผนซื้อบ้าน-คอนโด เพราะนอกจากจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกทำเลได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยเตรียมแผนรับมือได้อย่างรอบคอบ 

และแน่นอนว่าเมื่อภัยธรรมชาติเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การมีประกันบ้านและคอนโด ที่คุ้มครองทั้งอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ และโจรกรรม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณอุ่นใจได้ในทุกสถานการณ์

ทำไมกรุงเทพฯ ถึงน้ำท่วมบ่อย?

กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองน้ำท่วมง่ายในโลกไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่เพราะปัญหาสะสมที่แก้ไม่หาย เริ่มจากการขยายตัวของเมืองที่ไม่ทิ้งพื้นที่ให้ธรรมชาติช่วยระบายน้ำ จากเดิมที่มีทุ่งนา ป่ากก หรือสวนต่าง ๆ คอยดูดซับน้ำฝน ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยตึกสูง คอนโดหรู และบ้านจัดสรรที่ปูซีเมนต์เต็มพื้นที่ พอน้ำฝนเทลงมา น้ำก็ไม่มีที่ไป นอกจากถนนและตรอกซอกซอยทั้งหลาย

อีกหนึ่งปัญหาคือท่อระบายน้ำที่ออกแบบมาเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งตอนนั้นฝนตกไม่หนักเท่าปัจจุบัน ท่อระบายน้ำในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้รองรับฝนไม่เกิน 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่ตอนนี้ฝนเทลงมาทีเกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง สภาพท่อก็เหมือนลำไส้ที่โดนของกินอุดตัน แถมบางท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 30-60 เซนติเมตร ซึ่งไม่พอสำหรับการระบายน้ำปริมาณมหาศาลแน่นอน

ท่อระบายน้ำอุดตัน ตัวการสำคัญที่หลายคนมองข้าม

อยากรู้ไหมว่าทำไมกรุงเทพฯ น้ำท่วมทุกครั้งที่ฝนตกหนัก? หนึ่งในเหตุผลหลักคือตัวร้ายที่ชื่อว่า “ท่อระบายน้ำอุดตัน” ขยะ เศษดินโคลน หรือแม้แต่ไขมันจากร้านอาหารต่าง ๆ ที่ถูกทิ้งลงไปในท่อ ทำให้ระบบระบายน้ำทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะไขมันที่เมื่อสะสมจนหนาจะจับตัวเป็นก้อนหนาเหมือนแผ่นแป้งพิซซ่า และขวางทางน้ำได้อย่างสบาย ๆ

เมื่อท่อระบายน้ำถูกอุดตัน น้ำฝนที่ควรไหลลงท่อก็ต้องหาที่ไปใหม่ ซึ่งที่ไปใหม่ก็คือถนนและตรอกซอกซอยในเมืองนี่แหละ ผลลัพธ์คือการจราจรติดขัด น้ำท่วมขัง และบ้านเรือนที่ต้องเผชิญกับน้ำขังหลายชั่วโมงหรือแม้กระทั่งหลายวัน

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ที่ควรรู้ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโด

ถ้ากำลังมองหาบ้านหรือคอนโดในกรุงเทพฯ ต้องระวังพื้นที่เหล่านี้ให้ดี เพราะขึ้นชื่อเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากแบบไม่มีเบื่อ ซึ่งอาจทำให้ชีวิตประจำวันกลายเป็นฝันร้ายได้เลย

12 เขตที่ควรเลี่ยง เพราะน้ำท่วมบ่อยและท่วมนาน

  • ตลิ่งชัน
  • ทวีวัฒนา
  • บางพลัด
  • บางแค
  • ภาษีเจริญ
  • หนองแขม
  • ดอนเมือง
  • บางเขน
  • สายไหม
  • หลักสี่
  • จตุจักร
  • คลองสามวา

14 ถนนที่ควรเลี่ยง เพราะน้ำท่วมซ้ำซาก

  • ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร
  • ถนนรัชดาภิเษกหน้าธนาคารกรุงเทพ
  • ถนนพหลโยธินหน้าตลาดอมรพันธุ์และแยกเกษตร
  • ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 แยกเตาปูน
  • ถนนราชวิถีหน้าราชภัฏสวนดุสิตและเชิงสะพานกรุงธน
  • ถนนพญาไทหน้ากรมปศุสัตว์
  • ถนนศรีอยุธยาหน้า สน.พญาไท
  • ถนนจันทร์ซอยบำเพ็ญกุศลถึงที่ทำการไปรษณีย์ยานนาวา
  • ถนนสวนพลูจากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่
  • ถนนสาธุประดิษฐ์แยกถนนจันทร์
  • ถนนสุวินทวงศ์จากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ
  • ถนนเพชรเกษมจากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราชมนตรี
  • ซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจจากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาภิเษก
  • ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลจากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม

โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครรู้ดีว่าการปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับน้ำท่วมทุกปีไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นจึงมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 8 จุดเสี่ยงสำคัญ โดยมีการสร้างและปรับปรุงบ่อสูบน้ำ ท่อระบายน้ำ และแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำ

  1. บ่อสูบน้ำคูน้ำสารวัตรทหารที่ 11 เขตราชเทวี ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในถนนศรีอยุธยา สน.พญาไท และวังสวนผักกาด
  2. ถนนพระรามที่ 9 บริเวณแยก อสมท. เขตห้วยขวาง บ่อสูบน้ำถาวรขนาดใหญ่ที่จะช่วยระบายน้ำในซอยทวีมิตรและพื้นที่ใกล้เคียง
  3. ถนนรัชดาภิเษกหน้าศาลอาญา เขตจตุจักร การสร้างท่อระบายน้ำขนาดใหญ่สองแห่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
  4. ถนนแจ้งวัฒนะ วงเวียนบางเขน เขตบางเขน สร้างแก้มลิงขนาดกักเก็บน้ำ 6,000 ลูกบาศก์เมตรพร้อมพื้นที่ออกกำลังกาย
  5. ทำนบกั้นน้ำคลองลำผักชี ข้างตลาดยิ่งเจริญ เขตหนองจอก โครงการนี้ช่วยป้องกันน้ำท่วมในเขตบางเขน สายไหม และถนนเทพรักษ์
  6. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ เป็นการปรับปรุงบ่อสูบน้ำเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
  7. ถนนต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติกับถนนประชาชื่น เขตหลักสี่
  8. ถนนแจ้งวัฒนะ ซอยแจ้งวัฒนะ 14 บึงสีกัน เขตหลักสี่ การปรับปรุงแก้มลิงเพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ

แอปพลิเคชันเช็กสถานการณ์น้ำท่วมแบบเรียลไทม์

เวลาฝนตกหนัก น้ำเริ่มขัง หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ที่ต้องเดาใจฟ้า ว่าตกหนักแค่ไหน น้ำจะท่วมถึงไหน แต่โชคดีที่เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันที่ช่วยเช็กสถานการณ์น้ำท่วมแบบเรียลไทม์ ให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้าได้สบาย ๆ จะเดินทางไปไหน หรืออยากรู้ว่าบ้านตัวเองเสี่ยงน้ำท่วมหรือเปล่า แอปเหล่านี้ช่วยได้เยอะ

  1. ThaiWater
    แอปนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่วม หรือแม้แต่สภาพอากาศปัจจุบัน ThaiWater รายงานข้อมูลแบบละเอียด ทั้งปริมาณฝนย้อนหลัง 24 ชั่วโมง แผนที่น้ำท่วม เส้นทางพายุ รวมถึงข้อมูลอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการแสดงข้อมูลปริมาณน้ำใช้การจาก 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต้องมีติดเครื่องไว้เลย
  2. DPM Reporter
    สำหรับใครที่ชอบติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติ แอปนี้ตอบโจทย์มาก เพราะนอกจากจะแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว ยังครอบคลุมถึงภัยพิบัติอื่น ๆ ด้วย เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือพายุ แอปนี้มีฟังก์ชันเด็ด ๆ อย่างการส่งข่าวสาธารณภัยให้ประชาชนผ่านสมาร์ทโฟนแบบเฉพาะกลุ่มและแบบสาธารณะ ผู้ใช้ยังสามารถรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยพิบัติที่ตัวเองพบเห็นได้อีกด้วย เหมือนเป็นช่องทางให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังภัย
  3. WMSC (Water Management System Center)
    แอปนี้เหมาะสำหรับสายวิเคราะห์ เพราะมีข้อมูลครบถ้วนทั้งสถานการณ์น้ำประจำวัน ข้อมูลน้ำฝน น้ำท่า และน้ำในอ่างเก็บน้ำ แถมยังมีกล้องติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ใครอยากรู้ว่าน้ำขึ้นถึงไหนแล้วก็เปิดดูได้ทันที นอกจากนี้ยังมีแผนที่อากาศ แผนที่ลมชั้นบน และภาพถ่ายดาวเทียมที่ช่วยให้วางแผนรับมือได้อย่างละเอียด
  4. DWR4THAI
    นี่คือแอปจากกรมทรัพยากรน้ำที่เน้นให้ข้อมูลแบบเจาะลึกเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทย แอปนี้เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อนำเสนอข่าวสารที่แม่นยำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หรือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนรับมือกับน้ำท่วมอย่างจริงจัง

ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่ การป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุ หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างการโจรกรรม ล้วนเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การ เช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด ที่คุ้มครองครอบคลุมทุกความเสี่ยง จะช่วยให้คุณจัดการกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายก้อนโต และสามารถฟื้นฟูบ้านหรือคอนโดของคุณกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อภัยมา เราไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับมันได้อย่างดีที่สุด

5 คำถามที่พบบ่อย

จะเช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้จากที่ไหน?

การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสามารถทำได้ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ที่ให้บริการแผนที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมแบบเรียลไทม์ หรือจะดูข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งปริมาณฝนและความเสี่ยงน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่

ถ้าน้ำท่วมบ้าน ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?

หากเกิดน้ำท่วมบ้าน สิ่งที่ควรทำทันทีคือ ตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟรั่ว จากนั้นรีบ ขนของมีค่าไปไว้ในที่สูง และหากสถานการณ์รุนแรง ให้เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มีของจำเป็น เช่น เอกสารสำคัญ อาหารแห้ง ยา และไฟฉาย เตรียมพร้อมอพยพเมื่อได้รับแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทำไมบางพื้นที่น้ำท่วมหนัก ในขณะที่บางพื้นที่กลับไม่มีปัญหาเลย?

ปัจจัยที่ทำให้บางพื้นที่น้ำท่วมหนักขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานและระบบระบายน้ำ หากพื้นที่นั้นมีท่อระบายน้ำขนาดเล็กหรืออุดตันบ่อย ๆ ก็จะทำให้ระบายน้ำได้ช้า พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะหรือต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ก็มีโอกาสท่วมขังได้นานกว่าพื้นที่สูง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้ปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บางจุดเผชิญน้ำท่วมบ่อยกว่าจุดอื่น

น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร?

น้ำท่วมอาจนำมาซึ่งโรคภัย เช่น โรคน้ำกัดเท้า ที่เกิดจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน โรคระบบทางเดินอาหาร จากการดื่มหรือใช้ น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค และโรคที่เกิดจาก สัตว์พาหะ เช่น ไข้ฉี่หนูที่มากับน้ำขัง ดังนั้น หลังจากน้ำลด ควรล้างทำความสะอาดพื้นที่ที่โดนน้ำท่วมและระมัดระวังสุขอนามัยเป็นพิเศษ

ถ้าต้องเดินทางในวันที่มีน้ำท่วม ควรทำอย่างไร?

หากเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องเดินทางขณะเกิดน้ำท่วม ควรตรวจสอบ เส้นทางที่น้ำท่วมขังก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอปพลิเคชันรายงานสถานการณ์น้ำ หรือข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา เลือกใช้ รถที่มีความสูงพอสมควร หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำไหลเชี่ยว และพกอุปกรณ์ฉุกเฉินติดตัว เช่น รองเท้าแตะกันลื่น หรือกระเป๋ากันน้ำสำหรับใส่ของสำคัญ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย