เดินทางไปต่างประเทศเพื่อเที่ยวหรือเจรจาธุรกิจ สิ่งสำคัญต้องทำพาสปอร์ต อยู่กรุงเทพฯ ทำที่ไหนดี เพราะมีหลายแห่ง ทําพาสปอร์ต MBK ดีไหม ดียังไง…วันนี้อินชัวร์เวิร์สพาคุณมาทำความรู้จักกับสำนักงานหนังสือเดินทาง ปทุมวัน ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชื่อดัง MBK Center ได้รับความนิยมจากเหล่านักช้อป เที่ยว กิน รวมถึงทำธุรกรรมต่าง ๆ ซึ่งเพราะเป็นศูนย์การค้าใจกลางเมืองทำให้การเดินทางสะดวกสบายสำหรับคนที่จะมาทำพาสปอร์ต
ปกติในการทำพาสปอร์ตหลายคนจะนึกถึงกรมกงสุล เพราะทำได้ทั้งแบบด่วนและปกติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหากไม่ได้อาศัยอยู่ในย่านแจ้งวัฒนะซึ่งเป็นที่ตั้งกรมกงสุล จะเดินทางไปทำพาสปอร์ตก็ต้องเสียเวลาในการเดินทาง ปัจจุบันจึงมีบริการทำพาสปอร์ตที่สำนักงานหนังสือเดินทางหลายแห่ง อย่างการเลือกทําพาสปอร์ต MBK ศูนย์การค้าแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มีข้อดีหลายด้าน เช่น
ที่นี่คุณสามารถเลือกวอร์กอินมารับบัตรคิวก่อน 17.30 หรือเลือกจองคิวล่วงหน้าก็ได้เช่นกัน สำนักงานหนังสือเดินทางแห่งนี้ยังมีบริการเปิดจองคิวล่วงหน้าด้วย คุณสามารถจองคิวออนไลน์ได้ด้วยตัวเองจำกัด1,000คิวในวันเสาร์และอาทิตย์จองคิวได้ที่เว็บไซต์กรมกงสุล https://www.qpassport.in.th/#/landing
ในการจองคิวยังไม่ต้องใช้เอกสารจำเป็น เพราะเป็นเพียงการจองคิวออนไลน์เท่านั้น การยื่นเอกสารเป็นขั้นตอนหลังจองคิวเสร็จ สำหรับการจองคิวทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
หลังจากจองคิวแล้ว สามารถเดินทางไปยื่นเอกสารในวันที่สะดวกได้เลย โดยสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ 30 วัน
สำหรับการทำพาสปอร์ต mbk หลังจากยื่นเอกสารแล้ว รวมถึงชำระค่าใช้จ่ายและค่าไปรษณีย์ คุณจะได้รับพาสปอร์ตเล่มใหม่ภายใน 2-5 วัน
ค่าใช้จ่ายในการทำพาสปอร์ต มีดังนี้
– ทำพาสปอร์ต เล่ม 5 ปี
– ทำพาสปอร์ต เล่ม 10 ปี
ทั้งนี้ที่สำนักงานหนังสือเดินทางแห่งนี้ยังไม่มีบริการทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษ หากคุณต้องการทำแบบด่วนพิเศษแนะนำเดินทางไปยังกรมกงสุล
อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ วางแผนเดินทางบินลัดฟ้าไปต่างประเทศ แนะนำเลือกทําพาสปอร์ต MBK และหากคุณยังไม่มีประกันเดินทางต่างประเทศ กรมธรรม์จากอินชัวร์เวิร์สคือคำตอบ เนื่องจากเป็นประกันออนไลน์ที่จะช่วยคุ้มครองหลายด้าน ไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ หรือแม้แต่เมื่อเกิดเหตุความล่าช้าในการเดินทางทุก 6 ชั่วโมง ทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย ทำให้ตลอดการเดินทางไปและกลับเบาใจ เที่ยวสนุก เจรจาธุรกิจราบรื่น โดยวันนี้หากคุณลังเลสามารถพิจารณาแผน ประกันภัยเดินทางต่างประเทศ และ เช็คเบี้ยประกันเดินทาง ได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์อินชัวร์เวิร์ส ประกันออนไลน์ในเครือทิพย ซึ่งเช็กได้ผ่านเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ