การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในทุกวันนี้หลาย ๆ ประเทศรองรับสังคมไร้เงินสด ทำให้การจับจ่ายเงินเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะการรองรับบัตร Travel Card บทความนี้เราเลยจะพาไปเจาะทำความเข้าใจว่าบัตร Travel Card มีดียังไง แตกต่างจากบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไร แล้วเราจะเลือกบัตร Travel Card ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด
สารบัญบทความ
เที่ยวต่างประเทศทั้งทียังไงก็ต้องมีบัตร Travel Card สักใบ สำหรับใช้จ่ายและทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว ซึ่งหลาย ๆ ธนาคารก็จะมีบัตร Travel Card พร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมายออกมากระตุ้นความสนใจ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่าจะเลือกบัตร Travel Card ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานที่สุด เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าบัตร Travel Card นั้นคืออะไร แล้วมีข้อดียังไง
บัตร Travel Card เป็นผลิตภัณฑ์บัตรประเภทหนึ่งสำหรับทำธุรกรรมทางการเงินคล้ายกับบัตรเดบิต แต่จะเด่นเรื่องการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ให้เรทดี และค่าธรรมเนียมไม่สูง วิธีการของบัตรก็คือเราจะต้องเติมเงินหรือโอนเงินเข้ามาในบัตร แล้วแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ต้องการ จากนั้นก็สามารถนำเอาไปใช้กดเงินสดที่ตู้ ATM ในประเทศสกุลเงินนั้น ๆ ได้ หรือจะนำไปใช้จ่ายรูดซื้อสินค้าในต่างประเทศตามสกุลเงินที่แลกเอาไว้ได้
บัตร Travel Card จึงเป็นบัตรที่ตอบโจทย์สายท่องเที่ยวและคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย ๆ เพราะไม่ต้องเสียเวลาพกหรือแลกเงินสด สามารถพกบัตรใบเดียวจับจ่ายได้อย่างคล่องตัว ใครสายท่องเที่ยวหรือต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยแนะนำให้มี Travel Card ยังไงก็สะดวกกว่า
1.สะดวกพกง่าย
ข้อดีแรกของบัตร Travel Card ก็คือพกพาง่าย แถมการจัดการก็ง่าย มีบัตรเพียงใบเดียวรองรับทุกการใช้จ่าย ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสด สามารถจัดการแลกเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน
2.แลกเปลี่ยนเงินล่วงหน้าได้
บัตร Travel Card สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินล่วงหน้าได้ ทำให้เราสามารถเลือกเรทค่าเงินที่ดีที่สุดได้ อีกทั้งยังสามารถ fixed rate วงเงินตั้งแต่วันแรกได้เลย
3.ใช้กดเงินสด
หากต้องการจับจ่ายด้วยเงินสดในต่างประเทศเราสามารถใช้บัตร Travel Card ที่ได้แลกสกุลเงินมาแล้วกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้เลย ได้เงินสดทันทีไม่จำเป็นต้องไปหาสถานที่รับแลกเงินให้วุ่นวาย
4.ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจ่าย
การใช้จ่ายผ่านบัตร Travel Card นั้นเหมือนกับการใช้จ่ายผ่านเงินสด ไม่มีเก็บค่าธรรมเนียมหรือเซอร์วิสชาร์ทแบบบัตรเครดิตที่บางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมมาถึง 2.5% เลยทีเดียว
5.สิทธิประโยชน์มากมาย
นอกจากจะไม่มีค่าธรรมเนียมการรูดจ่ายแล้วบัตร Travel Card ยังมีสิทธิประโยชน์พ่วงมาด้วยอีกมากมายแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่นของธนาคารเจ้าของบัตร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นส่วนลดที่พักและอาหาร ส่วนลดจากการจับจ่าย รวมไปถึงอาจมีประกันเดินทางให้ได้ในบางกรณี เรียกได้ว่ายิ่งใช้ยิ่งคุ้มเลยทีเดียว
1.Planet SCB
บัตร Travel Card ของธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนสกุลเงิน แลกเงินง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน SCB EASY App ล็อกเรทแลกเงินได้ รองรับมากถึง 13 สกุลเงินยอดนิยมในบัตรเดียว ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW และ TWD ใช้กดเงินผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศสูงสุดเทียบเท่า 100,000 บาทต่อวัน และรูดใช้จ่ายสูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาทต่อวัน ได้ทั่วโลก ที่สำคัญก็คือฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ แต่มีค่าสมัครหรือค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท และยังฟรีประกันการเดินทางสูงสุด 10 วัน
2. Krungsri Boarding Card
บัตร Travel Card ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ให้เรทแลกเงินราคาดี รองรับ16 สกุลเงิน ได้แก่ JPY, KRW, HKD, SGD, USD, EUR, AUD, CAD, CHF, CNY, DKK, GBP, NOK, NZD, SEK, TWD ครอบคลุมการใช้จ่ายทั่วโลก วงเงินในบัตรรวมทุกสกุลเงิน 500,000 บาท/บัตร หรือ เทียบเท่า วงเงินถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ 100,000 บาทต่อวัน และวงเงินรูดใช้จ่ายสูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาทต่อวัน พร้อมทั้งยังมีสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรอีกมากมายกับร้านค้าที่ร่วมรายการ
3. YouTrip
บัตร Travel Card จากธนาคารกสิกรไทย รองรับการใช้จ่าย 150 สกุลเงินครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วโลก และยังสามารถแลกเงินล่วงหน้าได้ 10 สกุลเงิน ได้แก่ USD, CAD, SGD, JPY, HKD, EUR, AUD, GBP, CHF และ THB วงเงินใช้จ่ายรวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ใช้จ่ายออนไลน์และรูดจ่ายได้ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ 50,000 บาท / เดือน
4. TTB All Free
บัตร Travel Card จากธนาคารทหารไทยธนชาต ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ได้ทั่วโลก 200,000 บาท/วัน ค่าธรรมเนียม 75 บาท/ครั้ง ให้เรทราคาดี ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้จ่าย รองรับได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก แถมยังมีส่วนลดสูงสุด 20% จากร้านอาหาร และจองที่พักที่ร่วมรายการ
5. Krungthai Travel Visa Platinum Card
บัตร Travel Card จากธนาคารกรุงไทย รองรับ 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR , NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB วงเงินในบัตร รวมทุกสกุลเงิน ไม่เกิน 5,000,000 บาท ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ 100,000 บาท/วัน และสามารถใช้จ่ายออนไลน์และรูดจ่ายได้ไม่เกิน 750,000 บาท
ไปเที่ยวต่างประเทศพก Travel Card สักใบก็สะดวกสบายใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว แถมยังปลอดภัยไม่ต้องเสี่ยงถูกโจรกรรม และอีกอย่างที่สำคัญไปไม่แพ้กันเลยในการเดินทางไปต่างประเทศก็คือควรจะมีประกันเดินทางคุ้มครองตลอดทั้งทริปเพื่อความอุ่นใจในทุก ๆ การเดินทาง โดยวันนี้สำหรับประกันออนไลน์อินชัวร์เวิร์ส ก่อนตัดสินใจทำประกันคุณสามารถ เช็คเบี้ยประกันเดินทาง ผ่านเว็บไซต์ สะดวก ไม่ต้องผ่านตัวแทน ไว้วางใจได้
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท
“เซ็นทรัลเวิลด์” (centralwOrld) ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางย่านราชประสงค์ คือแลนด์มาร์กสำคัญที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ และอีเวนต์ระดับประเทศไว้มากมาย ในแต่ละวันจึงมีผู้ขับขี่รถยนต์แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนขับรถไปเที่ยว ทานอาหาร หรือดูหนัง คำถามยอดฮิตที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนออกเดินทางคือ “ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์” คิดราคาเท่าไหร่ มีสิทธิ์จอดฟรีหรือไม่ และต้องรวมยอดใบเสร็จกี่บาทจึงจะสแตมป์บัตรได้ บทความนี้สรุปเกณฑ์ล่าสุดมาให้ครบถ้วน เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางราชประสงค์ กับพื้นที่จอดรถกว่า 7,000 คัน centralwOrld มีอาคารจอดรถขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 7,000 คัน โดยมีทางเข้า-ออกเชื่อมต่อทั้งจากถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพชรบุรี ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงโซนต่างๆ ของห้างได้อย่างรวดเร็ว สรุปอัตราค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ อัปเดตล่าสุด อัตราค่าบริการที่จอดรถของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีรายละเอียดดังนี้ สิทธิ์จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรกสำหรับทุกคน สำหรับลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ ทางศูนย์การค้ามอบสิทธิ์ “จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก” ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมียอดซื้อสินค้าหรือประทับตราใบเสร็จใดๆ อัตราค่าบริการรายชั่วโมงหลังจากหมดเวลาจอดฟรี หากจอดรถเกิน 2 ชั่วโมงแรกและไม่มีการประทับตราใบเสร็จ จะคิดค่าบริการดังนี้: เงื่อนไขการประทับตราใบเสร็จช้อปปิ้งและทานอาหาร เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการภายในศูนย์การค้า สามารถนำใบเสร็จไปประทับตราเพื่อขยายเวลาจอดฟรีได้: สิทธิ์จอดรถฟรีสำหรับลูกค้าโรงภาพยนตร์… Continue reading ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ สรุปอัตราค่าบริการ พร้อมเงื่อนไขจอดฟรี
โครงการ “One Bangkok” (วัน แบงค็อก) แลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับสายช้อปปิ้ง ชิมอาหาร เที่ยวชมงานศิลปะ และติดต่อธุรกิจ ทว่าสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล คำถามสำคัญอันดับแรกก่อนเลี้ยวรถเข้าโครงการก็คือ “ค่าจอดรถ one Bangkok” ราคาเท่าไหร่ มีสิทธิ์จอดรถฟรีหรือไม่ และต้องซื้อสินค้าเท่าไหร่ถึงจะได้ประทับตราจอดรถฟรีเพิ่ม บทความนี้ได้สรุปอัตราค่าบริการและเงื่อนไขทั้งหมดมาให้คุณวางแผนได้อย่างแม่นยำ One Bangkok แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุง กับระบบที่จอดรถอัจฉริยะ โครงการ One Bangkok ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่จอดรถใต้ดินและอาคารจอดรถขนาดมหึมาที่สามารถรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 12,000 คัน พร้อมระบบบริหารจัดการลานจอดรถอัจฉริยะ (Smart Parking System) ที่มีไฟสัญญาณแสดงช่องว่างและระบบแนะนำทาง ช่วยให้การหาที่จอดรถในโครงการขนาดใหญ่เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว สรุปอัตราค่าจอดรถ One Bangkok อัปเดตล่าสุด นโยบายและอัตราค่าบริการที่จอดรถในโซนศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานของ One Bangkok มีรายละเอียดดังนี้ สิทธิ์การจอดรถฟรีเบื้องต้นสำหรับผู้มาเยือน สำหรับลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า ทางโครงการมอบสิทธิ์ “จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก” โดยไม่ต้องแสดงใบเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแวะรับประทานอาหารหรือซื้อของได้อย่างสบายใจ เงื่อนไขการประทับตราใบเสร็จช้อปปิ้งเพื่อรับชั่วโมงจอดฟรีเพิ่ม หากต้องการจอดรถนานขึ้น… Continue reading ค่าจอดรถ one Bangkok สรุปอัตราค่าบริการ จอดฟรีกี่ชั่วโมง