vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
กู้ร่วมซื้อบ้าน เรื่องต้องรู้ก่อนลงเรือลำเดียวกัน

กู้ร่วมซื้อบ้าน เรื่องต้องรู้ก่อนลงเรือลำเดียวกัน

schedule
share

การกู้ร่วมซื้อบ้าน คือ การที่คนสองคน (หรือมากกว่านั้น) จับมือกันลงชื่อในสัญญาสินเชื่อบ้านเดียวกัน เพื่อให้ธนาคารมั่นใจว่า มีหลายคนช่วยกันรับผิดชอบหนี้ เพิ่มโอกาสให้การอนุมัติสินเชื่อผ่านได้ง่ายขึ้น หรือได้วงเงินมากขึ้น การกู้ร่วมเหมาะกับคนที่รายได้เดี่ยวอาจไม่ถึงเกณฑ์ธนาคาร หรืออยากช่วยกันแบ่งเบาภาระผ่อนบ้านให้สบายขึ้น แต่ต้องเข้าใจให้ดีว่า ทุกคนในสัญญากู้ร่วมมีหน้าที่รับผิดชอบหนี้ก้อนนี้เต็ม 100% ไม่ใช่แค่ส่วนของตัวเอง ถ้าคนหนึ่งไม่จ่าย อีกคนต้องรับภาระแทนทันที

ใครสามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้บ้าง?

  • พ่อแม่ ลูก พี่น้องสายตรง กู้ร่วมได้ง่ายสุด เพราะอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ธนาคารมองว่ามีความสัมพันธ์ชัดเจน และมักช่วยเหลือกันเรื่องการเงินอยู่แล้ว
  • คู่สมรส ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็สามารถกู้ร่วมได้ แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน อาจต้องแสดงหลักฐานอื่น ๆ เช่น รูปงานแต่ง ทะเบียนบ้านที่อยู่ด้วยกัน เอกสารทางการเงินที่ทำธุรกิจร่วมกัน ฯลฯ
  • คู่รัก LGBTQ+ หากต้องการกู้ร่วม ต้องแสดงหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน เช่น ทะเบียนบ้านเดียวกัน เอกสารสินทรัพย์ที่ซื้อร่วมกัน หรือสัญญาทำธุรกิจร่วมกัน
  • พี่น้องท้องเดียวกัน แต่ใช้นามสกุลต่างกัน กู้ร่วมได้ถ้ามีเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน
  • คู่หมั้นหรือคู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงาน กู้ร่วมได้ แต่ต้องมีหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ เช่น ภาพงานหมั้น หรือเอกสารเกี่ยวกับการวางแผนแต่งงาน

หากกู้ร่วมกับคนอื่น สิ่งสำคัญคือควรมีแผนสำรองหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุที่ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse สามารถช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมในกรณีอัคคีภัยและภัยพิบัติต่าง ๆ

ประโยชน์ของการกู้ร่วมซื้อบ้าน

  • ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ถ้ากู้เดี่ยวแล้วรายได้ไม่พอ มีคนกู้ร่วมช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ธนาคาร ทำให้อนุมัติง่ายขึ้น
  • วงเงินกู้สูงขึ้น ธนาคารนำรายได้ของทุกคนในสัญญามาคำนวณรวมกัน ทำให้ได้วงเงินมากขึ้น
  • แบ่งเบาภาระหนี้ ไม่ต้องแบกหนี้ก้อนเดียวคนเดียว มีคนช่วยกันผ่อน สบายขึ้นเยอะ
  • มีโอกาสลงทุนร่วมกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากซื้ออสังหาฯ เป็นการลงทุนและแชร์ผลประโยชน์กัน

เอกสารที่ต้องใช้ในการกู้ร่วม

  • เอกสารส่วนตัว
    • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ทุกคน
    • ทะเบียนสมรส (ถ้ามี) หรือหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ (กรณีไม่ได้จดทะเบียน)
    • หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (หากทรัพย์สินเป็นสินสมรส)
  • เอกสารทางการเงิน
    • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน
    • หนังสือรับรองเงินเดือน
    • รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
    • หลักฐานการเสียภาษี (ถ้ามี)
  • เอกสารหลักทรัพย์
    • สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน
    • สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์ห้องชุด

ข้อควรรู้ก่อนกู้ร่วม

  1. หนี้ร่วม ไม่ใช่หารคนละครึ่ง ธนาคารถือว่าทุกคนรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด 100% ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่จ่าย อีกฝ่ายต้องชดใช้เต็มจำนวน
  2. ชื่อในสัญญากู้กับชื่อในโฉนดอาจไม่เหมือนกัน
    ผู้กู้ร่วมทุกคนอาจมีชื่อในโฉนดบ้าน ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ในทรัพย์สิน
    • อาจมีเพียงคนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แม้จะกู้ร่วมกัน แต่คนที่ไม่มีชื่อในโฉนดจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สิน
  3. สิทธิ์ลดหย่อนภาษีถูกหารตามจำนวนผู้กู้ ถ้ากู้ร่วมกัน 2 คน สิทธิ์ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้าน 100,000 บาท จะถูกหารคนละ 50,000 บาท
  4. หากผู้กู้ร่วมเสียชีวิต ต้องแจ้งธนาคารทันที ธนาคารจะพิจารณาให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกเข้ามารับผิดชอบหนี้ต่อ

กู้ร่วมซื้อบ้านแล้วอยากถอนชื่อทำได้ไหม?

  • ต้องขอให้ธนาคารพิจารณาว่าผู้กู้ที่เหลือสามารถผ่อนไหวหรือไม่ ถ้าไหวสามารถถอนชื่อผู้กู้ร่วมได้
  • ถ้าธนาคารไม่ยอม ต้องใช้วิธี รีไฟแนนซ์ ไปเป็นกู้เดี่ยว หรือหาผู้กู้ร่วมคนใหม่

ทำอย่างไรถ้ากู้ร่วมแล้วต้องการแยกทาง?

  1. ถอนชื่อออกจากสัญญา
    • กรณีหย่ากัน ต้องใช้ใบหย่าเป็นหลักฐาน และต้องให้ธนาคารอนุมัติ
    • ต้องมีหลักฐานแสดงว่าผู้ที่เหลือสามารถชำระหนี้คนเดียวได้
  2. รีไฟแนนซ์จากกู้ร่วมเป็นกู้เดี่ยว
    หากถอนชื่อไม่ได้ ต้องขอสินเชื่อใหม่ในชื่อคนเดียว โดยอาจย้ายไปธนาคารใหม่
  3. ขายบ้านและแบ่งเงินกัน
    ถ้าหาทางออกอื่นไม่ได้ อาจต้องขายบ้านแล้วแบ่งเงินตามข้อตกลง

กู้ร่วมซื้อบ้านสามารถขอสินเชื่อประเภทใดได้บ้าง?

  • สินเชื่อบ้านใหม่/บ้านมือสอง
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน
  • สินเชื่อบ้านแลกเงิน

ธนาคารพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระจากรายได้รวมของผู้กู้ร่วมทุกคน ช่วยเพิ่มโอกาสให้สินเชื่อได้รับอนุมัติได้ง่ายขึ้นเพราะมีคนช่วยรับผิดชอบหนี้

สรุป

การกู้ร่วมซื้อบ้านเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ขอสินเชื่อผ่านได้ง่ายขึ้น ได้วงเงินสูงขึ้น และลดภาระหนี้ แต่ต้องมั่นใจว่าคนที่กู้ร่วมกันไว้ใจได้ และต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียของการกู้ร่วมให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าเกิดปัญหาภายหลัง มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแยกทางกันได้โดยไม่มีผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ที่ทำให้บ้านเสียหาย หรืออุบัติเหตุที่กระทบต่อรายได้ของผู้กู้ร่วม อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse ช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายซ่อมแซมหรือฟื้นฟูทรัพย์สิน ช่วยให้ยังสามารถผ่อนบ้านต่อไปได้โดยไม่สะดุด

5 คำถามที่พบบ่อย

กู้ร่วมซื้อบ้านต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? 

ผู้กู้ร่วมต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ที่สามารถชำระหนี้ได้ และมีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่มีหนี้เสียหรือภาระหนี้ที่หนักจนเกินไป ผู้กู้ร่วมต้องมีความเกี่ยวข้องกันตามที่ธนาคารกำหนด เช่น เป็นคู่สมรส พ่อแม่พี่น้อง หรือคู่รักที่สามารถแสดงหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน

การกู้ร่วมต้องรับผิดชอบหนี้ในสัดส่วนเท่ากันหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหนี้แบบหารครึ่ง แต่ทุกคนในสัญญาต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ อีกฝ่ายต้องชำระแทน ดังนั้นต้องแน่ใจว่าผู้กู้ร่วมเป็นคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถในการชำระหนี้ร่วมกัน

สามารถถอนชื่อออกจากการกู้ร่วมได้หรือไม่?

ทำได้หากธนาคารอนุมัติ โดยธนาคารต้องมั่นใจว่าผู้กู้ที่เหลือสามารถผ่อนชำระหนี้ได้เพียงลำพัง หากธนาคารเห็นว่าผู้กู้ที่เหลืออาจมีปัญหาในการผ่อน อาจต้องใช้วิธีรีไฟแนนซ์ไปเป็นกู้เดี่ยวหรือหาผู้กู้ร่วมคนใหม่มาแทน

หากผู้กู้ร่วมเสียชีวิตต้องทำอย่างไร?

ต้องแจ้งธนาคารทันที เพื่อให้ธนาคารพิจารณาว่าจะให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบหนี้แทน หากผู้กู้ร่วมมีประกันชีวิตที่แนบมากับสินเชื่อ ธนาคารอาจใช้เงินประกันชีวิตมาชำระหนี้บางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อลดภาระของผู้กู้ที่เหลือ

การกู้ร่วมมีผลต่อการกู้สินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคตหรือไม่?

มีผลแน่นอน เพราะภาระหนี้จากการกู้ร่วมจะถูกนับรวมในการพิจารณาขอสินเชื่อใหม่ หากต้องการขอสินเชื่ออื่น เช่น กู้ซื้อรถ หรือขอสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารจะพิจารณาสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของผู้กู้ทั้งหมด หากภาระหนี้สูงเกินไป อาจส่งผลให้ขอสินเชื่อใหม่ยากขึ้น

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย