การเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เชื่อเถอะว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด หลายคนเลือกพกความมั่นใจไปกับการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่ถ้าคุณเป็นสายมูตัวจริง ก็ต้องมี “คาถาเดินทางปลอดภัย” ติดตัวไว้ด้วย เพราะไม่ใช่แค่เพื่อความอุ่นใจ แต่ยังเพิ่มความมั่นคงทางจิตใจในทุกเส้นทางด้วย
หนึ่งในคาถาเดินทางปลอดภัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คาถาพาหุงเชื่อว่าช่วยป้องกันอันตรายและเสริมความราบรื่นตลอดการเดินทาง
“พาหุง สะหัสสะมาปิ จิตตังมหาลาภัง อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ”“พุทธัง อะระหัง ธัมมัง อะระหัง สังฆัง อะระหัง”
ก่อนออกเดินทาง ให้นั่งในที่สงบ หลับตา ตั้งสมาธิ และเริ่มท่องคาถานี้ 3 หรือ 9 จบ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้เดินทางปลอดภัยและไร้อุปสรรค
เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างเดินทาง คาถาแคล้วคลาดช่วยเสริมให้รอดพ้นจากอันตรายได้
“นะโมพุทธายะ สัพพะทุกขัง สัพพะภะยัง สัพพะโรคัง วินาสสันติ”“นะโม พุท ธา ยะ นะ นะ นะโมพุทธายะ”
ก่อนสตาร์ตรถหรือก้าวขึ้นพาหนะ ให้ท่องคาถานี้ 3 จบ หรือ 9 จบ เพื่อเสริมพลังใจ และเพิ่มความอุ่นใจให้การเดินทาง
คาถาเดินทางปลอดภัยนี้เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือผ่านเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย หลวงปู่ทวดเป็นที่รู้จักในด้านการปกป้องคุ้มครองและแคล้วคลาดจากอันตราย
“นะโมโพธิสัตโต อาคันติยะ อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ”“อิติสุคะโต อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ พุท ธะ ปัน ธะ”
ก่อนเริ่มการเดินทาง ให้หลับตา ตั้งสมาธิ และท่องคาถานี้ 9 จบ พร้อมนึกถึงหลวงปู่ทวดเพื่อขอพรให้ปลอดภัย
เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว เชื่อกันว่าแม่ย่านางเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องยานพาหนะและผู้ขับขี่
“สุทินะทะ นะมะสะ มานะ อะระหังพุทโธ สุสุทะทะ”“อะหัง วันทามิ สัพพะทา นะมะพุทธายะ”
เตรียมเครื่องบูชา เช่น ธูป 5 ดอก น้ำเปล่า และผลไม้ วางไว้หน้ารถก่อนเดินทาง ตั้งจิตอธิษฐานและท่องคาถานี้ 3 หรือ 9 จบ
เหมาะสำหรับการเดินทางผ่านเส้นทางใหม่ ๆ หรือพื้นที่ที่อาจไม่คุ้นเคย คาถานี้ช่วยเสริมการปกป้องจากทุกทิศทาง
“อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู”“อะนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ”
ตั้งจิตให้นิ่ง ท่องคาถานี้ 1 จบ หรือ 3 จบก่อนเริ่มเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อผ่านเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
สำหรับผู้ที่เดินทางในช่วงเวลากลางคืน หรือกังวลเรื่องเคราะห์ คาถาบูชาพระราหูช่วยเสริมความปลอดภัยและลดอุปสรรค
“คะพุทปันทะ มะอะอุ มะอะอุ พุทธะสัง มิคะลาภา”“นะโม พุทธายะ อะระหัง นะมะพุทธายะ”
เตรียมของไหว้ เช่น ของดำ หรือธูปเทียน ท่องคาถานี้ 9 จบ พร้อมตั้งจิตอธิษฐานให้รอดพ้นจากอันตราย
คาถาหลวงพ่อโสธรเชื่อกันว่าเป็นคาถาสำหรับคุ้มครองจากภัยพิบัติและอันตราย เหมาะสำหรับทุกการเดินทาง
“นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (ท่อง 3 จบ)“อิติ สุคะโต อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ”
ก่อนเดินทางให้นึกถึงหลวงพ่อโสธรพร้อมท่องคาถานี้ 3 หรือ 9 จบ จะช่วยเสริมความมั่นใจในการเดินทาง
คาถาเดินทางปลอดภัยนี้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล หรือเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย หลวงพ่อโตเชื่อกันว่ามีเมตตาช่วยปกป้องผู้เดินทางจากอันตราย
“นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ มะอะอุ”“พุทธะสัง มิคะลาภา สัพพะทิ กาละโต”
ตั้งสมาธิแล้วท่องคาถานี้ 3 หรือ 7 จบก่อนออกเดินทาง เพื่อความราบรื่นและปลอดภัย
เป็นคาถาที่เหมาะสำหรับการป้องกันอุบัติเหตุ และเชื่อว่าสามารถช่วยแคล้วคลาดจากอันตรายได้ดี
“นะโมพุทธายะ นะชาลีติ ปะสิทธิ มะอะอุ อิสะวาสุ”“สัพพะภะยัง สัพพะปะฏิฆัง วินาสสันติ”
ท่องคาถานี้ก่อนออกจากบ้าน โดยตั้งสมาธิและนึกถึงความปลอดภัย จะช่วยเสริมกำลังใจและปกป้องจากอันตราย
หลวงพ่อเงินเป็นที่รู้จักในด้านการช่วยเสริมโชคลาภและปกป้องจากภัยพิบัติ คาถานี้เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวัน
“อิติปิโส พุทโธ ภะคะวา นะโมพุทธายะ”“นะมะพะทะ จะพะกะสะ มะอะอุ”
ก่อนเดินทางให้นั่งสงบใจ และท่องคาถานี้ 3 หรือ 9 จบ เพื่อเสริมความมั่นใจในการเดินทาง
เหมาะสำหรับการเดินทางที่ต้องผ่านเส้นทางยากลำบาก หรือพื้นที่ที่อาจมีอันตราย เชื่อว่าพระแม่กาลีจะช่วยปกป้องผู้เดินทาง
“โอม กาลีกาลี กาลี กาลี มหากาลี”“คะลิยะสันติ สัพพะภะยัง วินาสสันติ”
ท่องคาถานี้ 5 จบก่อนเริ่มเดินทาง พร้อมตั้งจิตอธิษฐานถึงพระแม่กาลีเพื่อปกป้องตลอดเส้นทาง
คาถานี้เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อขอให้ปลอดภัย และยังเสริมเรื่องความสำเร็จในทุกภารกิจระหว่างการเดินทาง
“อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมา สัมพุทโธ”“พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ”
ตั้งจิตให้นิ่งและท่องคาถานี้ 9 จบก่อนออกเดินทาง พร้อมพกพระพุทธชินราชติดตัวเสมอ
นอกจากคาถาที่ช่วยเสริมดวง การมีประกันเดินทางก็ช่วยให้อุ่นใจอีกขั้น insurverse ให้คุณเช็คเบี้ยประกันเดินทางได้ง่าย ๆ ผ่านออนไลน์ พร้อมเลือกความคุ้มครองเสริมให้ตรงใจในราคาที่คุ้มค่า
สายมูห้ามพลาด จะเดินทางไกลหรือแค่ขับรถไปซื้อน้ำเต้าหู้ แต่ถ้ามีเครื่องรางดี ๆ ติดตัวไว้ มันก็เพิ่มความมั่นใจได้แบบเต็มแม็กซ์ เผื่อเจอเรื่องไม่คาดฝันก็มีอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจ ลองมาส่องกันว่าอะไรเหมาะกับการพกไว้เสริมความปลอดภัยบ้าง
ขวัญใจสายมูที่ชอบความปังสองต่อ ทั้งป้องกันเคราะห์ร้ายและเรียกโชคลาภในคราวเดียว ปี่เซี๊ยะช่วยปัดพลังลบได้ดี แค่ห้อยติดกระเป๋าไว้ก็เหมือนมีเกราะกันภัย ใครเดินทางบ่อยนี่ควรมีจริง ๆ
หลวงปู่ทวด หรือพระที่ขึ้นชื่อเรื่องความแคล้วคลาดปลอดภัย เวลาเดินทางต้องมีติดรถหรือพกไว้กับตัว เชื่อกันว่าช่วยให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุและเรื่องร้าย ๆ ได้ เป็นไอเทมคู่ใจสายเดินทางไกลที่ห้ามขาด
สายจีนต้องรู้จัก “เทพไท้ส่วยเอี๊ย” ผู้คุ้มครองดวงชะตา เหรียญนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าดวงไม่ดี มีแต่เรื่องสะดุด พกไว้จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น หรือใครที่ปีชง แนะนำเลยว่าต้องมีติดตัว!
แฟชันเสริมดวงที่นอกจากจะเก๋แล้วยังช่วยได้เยอะ เช่น หินตาเสือช่วยเพิ่มสติ ลดความประมาทเวลาเดินทาง หรือหินไหมทองที่เสริมโชคและความปลอดภัย พกไว้ไม่เสียหาย ใส่แล้วได้ทั้งสวยและปลอดภัยไปพร้อมกัน
ยันต์ขนาดเล็กแต่พลังเกินตัว ฮู้ที่ปลุกเสกจากวัดจีนมักถูกพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ หรือแปะไว้ในรถ เชื่อกันว่าช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเคราะห์ร้าย ใครที่ขับรถบ่อย ๆ หรือเดินทางเป็นประจำ นี่แหละตัวช่วยเสริมความมั่นใจได้ดีเลย
การเดินทางจะใกล้หรือไกล ถ้ามีตัวช่วยเสริมดวงเหล่านี้ติดตัวไว้ก็ดีต่อใจสุด ๆ แต่ที่สำคัญ อย่าลืมใช้สติกับสมาธิทุกครั้งเวลาขับรถ หรือเดินทาง เชื่อเถอะว่าแค่มีทั้งเครื่องรางและความรอบคอบ ทริปไหน ๆ ก็แฮปปี้ปลอดภัยแน่นอน
นอกจากเครื่องรางเสริมดวงแล้ว ประกันเดินทางจาก insurverse ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้าม คุ้มครองครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมให้ซื้อความคุ้มครองเสริมได้ตามใจ จะรายเที่ยวหรือรายปีก็เลือกได้แบบสบาย ๆ
คนส่วนใหญ่นิยมสวดก่อนออกเดินทางทันที เพื่อเสริมสิริมงคลและสร้างความมั่นใจ
จำนวนจบที่สวดขึ้นอยู่กับความสะดวก บางคนสวด 3, 5 หรือ 9 จบตามความเชื่อ แต่สำคัญที่สุดคือสวดด้วยจิตที่แน่วแน่
ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ตั้งจิตให้สงบ หายใจเข้าลึก ๆ และสวดออกมาด้วยความตั้งใจ
ได้! คาถาเดินทางปลอดภัยใช้ได้กับทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล แม้แต่ขับรถในเมืองก็สวดได้
สามารถพกเครื่องรางเสริมดวง หรือไหว้พระก่อนเดินทางก็ได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความมั่นใจของแต่ละคน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ