สำหรับมนุษย์เงินเดือนและพนักงานบริษัทเอกชนทุกคน ประกันสังคมมาตรา 33 ถือเป็นสวัสดิการภาคบังคับตามกฎหมายแรงงานที่อยู่คู่กับชีวิตการทำงานในทุกเดือน โดยเงินเดือนที่ถูกหักสมทบเข้ากองทุนนั้น ได้รับการเปลี่ยนกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ที่คุ้มครองทั้งตัวคุณและครอบครัวในหลากหลายสถานการณ์
บทความนี้จะสรุปทุกเรื่องที่ผู้ประกันตน ม.33 ต้องรู้ ทั้งการคำนวณเงินสมทบ เจาะลึกความคุ้มครองครบทั้ง 7 กรณี สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และเทคนิคการวางแผนประกันภัยเสริมเพื่อการใช้ชีวิตที่ไร้กังวล
ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
ลูกจ้างจะถูกหักเงินสมทบ 5% จากฐานเงินเดือน โดยมีเพดานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ทำให้อัตราเงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 750 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบให้อีก 5% (สูงสุด 750 บาท) และรัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 2.75%
ผู้ประกันตน มาตรา 33 ได้รับความคุ้มครองสูงสุดครอบคลุม 7 กรณี ได้แก่:
เข้ารับการรักษาพยาบาลฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิ พร้อมสิทธิทันตกรรม 900 บาทต่อปี และเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างเมื่อต้องหยุดงานตามคำสั่งแพทย์
เบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) พร้อมเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน สำหรับผู้ประกันตนหญิง
ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างรายเดือนตลอดชีวิต พร้อมค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริง
จ่ายค่าทำศพ 50,000 บาทให้แก่ผู้จัดการศพ พร้อมเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตให้แก่ทายาทตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ
รับเงินช่วยเหลือรายเดือน 800 บาทต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์
แม้ประกันสังคมจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล แต่หากเกิดอุบัติเหตุกะทันหัน การมี ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล (PA) จะช่วยให้คุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนใกล้ที่เกิดเหตุได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และมีวงเงินชดเชยรายได้เสริมจากสิทธิประกันสังคม
สำหรับคนทำงานที่ขับรถไปทำงานทุกวัน อย่าลืมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ และทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 หรือ 2+ ไว้ดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน
ประกันสังคมมาตรา 33 คือสวัสดิการพื้นฐานที่ทรงคุณค่าของคนทำงาน การรู้จักใช้สิทธิประโยชน์ให้ครบถ้วนควบคู่กับการวางแผนประกันภัยเสริม จะช่วยให้คุณทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน
สิทธิการรักษาพยาบาล คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชีวิต จะคุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือนนับจากวันที่สิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้าง
ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านระบบออนไลน์ของกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท
“เซ็นทรัลเวิลด์” (centralwOrld) ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางย่านราชประสงค์ คือแลนด์มาร์กสำคัญที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ และอีเวนต์ระดับประเทศไว้มากมาย ในแต่ละวันจึงมีผู้ขับขี่รถยนต์แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนขับรถไปเที่ยว ทานอาหาร หรือดูหนัง คำถามยอดฮิตที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนออกเดินทางคือ “ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์” คิดราคาเท่าไหร่ มีสิทธิ์จอดฟรีหรือไม่ และต้องรวมยอดใบเสร็จกี่บาทจึงจะสแตมป์บัตรได้ บทความนี้สรุปเกณฑ์ล่าสุดมาให้ครบถ้วน เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางราชประสงค์ กับพื้นที่จอดรถกว่า 7,000 คัน centralwOrld มีอาคารจอดรถขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 7,000 คัน โดยมีทางเข้า-ออกเชื่อมต่อทั้งจากถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพชรบุรี ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงโซนต่างๆ ของห้างได้อย่างรวดเร็ว สรุปอัตราค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ อัปเดตล่าสุด อัตราค่าบริการที่จอดรถของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีรายละเอียดดังนี้ สิทธิ์จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรกสำหรับทุกคน สำหรับลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ ทางศูนย์การค้ามอบสิทธิ์ “จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก” ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมียอดซื้อสินค้าหรือประทับตราใบเสร็จใดๆ อัตราค่าบริการรายชั่วโมงหลังจากหมดเวลาจอดฟรี หากจอดรถเกิน 2 ชั่วโมงแรกและไม่มีการประทับตราใบเสร็จ จะคิดค่าบริการดังนี้: เงื่อนไขการประทับตราใบเสร็จช้อปปิ้งและทานอาหาร เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการภายในศูนย์การค้า สามารถนำใบเสร็จไปประทับตราเพื่อขยายเวลาจอดฟรีได้: สิทธิ์จอดรถฟรีสำหรับลูกค้าโรงภาพยนตร์… Continue reading ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ สรุปอัตราค่าบริการ พร้อมเงื่อนไขจอดฟรี