โดยปกติแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลตามสิทธิที่ได้เลือกไว้ แต่ในชีวิตจริง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุรุนแรง หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ต่างจังหวัด มักทำให้เราต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้หรือไม่ เบิกได้เท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้มีคำตอบชัดเจน
ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ในกรณีที่จำเป็นทางการแพทย์ ดังนี้:
หากผู้ประกันตนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตถึงแก่ชีวิต (เช่น หมดสติ ไม่หายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน) สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบาย UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลใดๆ ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเมื่อพ้นวิกฤต โรงพยาบาลจะประสานงานส่งตัวกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมต่อไป
กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต UCEP) แล้วจำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลอื่นที่ไม่ได้ระบุในบัตรรับรองสิทธิ ผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำหลักฐานมาเบิกเงินคืนตามเกณฑ์ดังนี้
ผู้ประกันตนหรือญาติสามารถยื่นเรื่องขอเบิกเงินคืนภายใน 2 ปีนับจากวันที่เข้ารับการรักษา โดยเตรียมเอกสาร:
จะเห็นได้ว่า แม้ประกันสังคมจะมีสิทธิเบิกจ่ายกรณีฉุกเฉิน แต่ก็ยังมีเพดานวงเงินจำกัด โดยเฉพาะหากต้องรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งค่ารักษาพยาบาลจริงอาจสูงกว่าวงเงินที่เบิกได้หลายเท่าตัว การเตรียมแผนสำรองเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็น การมี ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ เพราะให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลตามจริงในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และหากเหตุฉุกเฉินเกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนน การมี พ.ร.บ. รถยนต์ พร้อมด้วย ประกันรถยนต์ ภาคสมัครใจ จะเข้ามาช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลในเบื้องต้นทันที ช่วยปกป้องเงินออมของคุณและครอบครัวจากค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นคง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท
“เซ็นทรัลเวิลด์” (centralwOrld) ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางย่านราชประสงค์ คือแลนด์มาร์กสำคัญที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง โรงภาพยนตร์ และอีเวนต์ระดับประเทศไว้มากมาย ในแต่ละวันจึงมีผู้ขับขี่รถยนต์แวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนขับรถไปเที่ยว ทานอาหาร หรือดูหนัง คำถามยอดฮิตที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนออกเดินทางคือ “ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์” คิดราคาเท่าไหร่ มีสิทธิ์จอดฟรีหรือไม่ และต้องรวมยอดใบเสร็จกี่บาทจึงจะสแตมป์บัตรได้ บทความนี้สรุปเกณฑ์ล่าสุดมาให้ครบถ้วน เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางราชประสงค์ กับพื้นที่จอดรถกว่า 7,000 คัน centralwOrld มีอาคารจอดรถขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 7,000 คัน โดยมีทางเข้า-ออกเชื่อมต่อทั้งจากถนนพระราม 1 ถนนราชดำริ และถนนเพชรบุรี ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงโซนต่างๆ ของห้างได้อย่างรวดเร็ว สรุปอัตราค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ อัปเดตล่าสุด อัตราค่าบริการที่จอดรถของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีรายละเอียดดังนี้ สิทธิ์จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรกสำหรับทุกคน สำหรับลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ ทางศูนย์การค้ามอบสิทธิ์ “จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก” ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมียอดซื้อสินค้าหรือประทับตราใบเสร็จใดๆ อัตราค่าบริการรายชั่วโมงหลังจากหมดเวลาจอดฟรี หากจอดรถเกิน 2 ชั่วโมงแรกและไม่มีการประทับตราใบเสร็จ จะคิดค่าบริการดังนี้: เงื่อนไขการประทับตราใบเสร็จช้อปปิ้งและทานอาหาร เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการภายในศูนย์การค้า สามารถนำใบเสร็จไปประทับตราเพื่อขยายเวลาจอดฟรีได้: สิทธิ์จอดรถฟรีสำหรับลูกค้าโรงภาพยนตร์… Continue reading ค่าจอดรถเซ็นทรัลเวิลด์ สรุปอัตราค่าบริการ พร้อมเงื่อนไขจอดฟรี