การเตรียมตัวเป็นคุณแม่ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เต็มไปด้วยความสุขและความพร้อมด้านการวางแผนค่าใช้จ่าย สำหรับคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 กองทุนประกันสังคมได้มอบสิทธิประโยชน์ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน ฝากครรภ์ประกันสังคม ตลอดจนถึงการคลอดบุตร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของทั้งแม่และทารกในครรภ์ มาดูกันว่าสิทธิประโยชน์นี้มีรายละเอียดและขั้นตอนการเบิกจ่ายอย่างไรบ้าง
สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามเกณฑ์อายุครรภ์ในอัตราเหมาจ่าย รวมสูงสุด 1,500 บาท โดยแบ่งจ่ายตามรอบการตรวจสุขภาพครรภ์ของแพทย์ ดังนี้
คุณแม่สามารถเข้ารับบริการตรวจฝากครรภ์ได้ที่สถานพยาบาลใดก็ได้ ไม่จำกัดเฉพาะโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม จากนั้นนำใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินมายื่นเบิกย้อนหลังได้
เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง ผู้ประกันตนต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์:
นอกเหนือจากเงินค่าตรวจฝากครรภ์ 1,500 บาทแล้ว เมื่อถึงกำหนดคลอดบุตร ผู้ประกันตนจะได้รับเงินก้อนสนับสนุนเพิ่มเติม
จ่ายในอัตราเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และสามารถคลอด ณ สถานพยาบาลใดก็ได้
คุณแม่ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย (คิดจากฐานสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลา 90 วัน หรือคิดเป็นเงินสูงสุด 22,500 บาท (เบิกได้สำหรับการคลอดบุตรคนที่ 1 และคนที่ 2)
คุณแม่สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Self Service โดยเตรียมเอกสารสำคัญ:
ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด สิ่งที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษนอกเหนือจากการตรวจสุขภาพคือความปลอดภัยในทุกจังหวะชีวิต คุณแม่หลายท่านยังคงต้องขับรถไปทำงานหรือเดินทางไปพบสูตินรีแพทย์ที่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะและการต่ออายุ พ.ร.บ. รถยนต์ รวมถึงการมี ประกันรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองครบวงจร จะช่วยคลายกังวลเรื่องอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ การเสริมเกราะป้องกันด้วย ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคล ยังช่วยคุ้มครองกรณีเกิดการลื่นล้มหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินในชีวิตประจำวัน ทำให้คุณแม่สามารถก้าวสู่บทบาทใหม่ของชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกย่างก้าว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ