ประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะในแต่ละภูมิภาคก็มีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในหลาย ๆ ประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งหากใครที่กำลังวางแผนทริปท่องเที่ยว แล้วอยากจะออกรถใหม่เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง วันนี้เราจะมาแนะนำรถยนต์ที่เหมาะกับสายท่องเที่ยว ไปดูกันเลย
ใครที่กำลังจะออกรถใหม่ ไม่ว่าจะเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำ หรือมีแพลนจะเดินทางท่องเที่ยว จะขอแนะนำรถ Mitsubishi แบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งมีข้อดีและคุณประโยชน์หลากหลายด้าน ดังนี้
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน คงไม่มีใครที่ไม่ทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ เพราะเป็นตัวช่วยในการดูแลรถของคุณ และจะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ซึ่งในปัจจุบันมีประกันภัยรถยนต์ที่นิยมใช้กัน 5 ประเภท ได้แก่ ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 3 และประกันชั้น 3+ โดยในแต่ละประเภทจะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนี้
สำหรับคนขับสายท่องเที่ยว ควรจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เนื่องจากประกันชั้น 1 เหมาะสำหรับรถที่ต้องขับทางไกล โดยเฉพาะสายท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางต่างจังหวัด เพราะมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า แม้ว่าจะมีความชำนาญในการขับรถ แต่การขับรถไปในพื้นที่ที่อาจจะไม่คุ้นเคยมากนัก ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุทางธรรมชาติต่าง ๆ
สิ่งสำคัญสำหรับสายท่องเที่ยวคือการเตรียมตัวให้พร้อม และไม่ประมาทกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะแม้ว่าเราจะระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุแล้ว ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ การทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ควรมองข้าม
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท