การเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้างแตกต่างจากประกันชั้น 1อย่างไร ทำไมจึงจ่ายน้อยกว่า มาเช็กกันว่าประกัน 2 เหมาะกับใครบ้างควรตัดสินใจเลือกซื้อประกันแบบไหนดี บทความนี้มีคำตอบ
ประกันรถยนต์มีหลายประเภทให้เลือกซื้อหามาคุ้มครองทั้งคนทั้งรถ แต่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุดนั้นสำหรับบางคนมองว่ามีราคาแพงเกินไป ประกันรถชั้น 2 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะราคาถูกกว่า แต่ความคุ้มครองก็น้อยกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยตามสัดส่วนของเบี้ยประกันที่ลดลง ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงจุดเด่นและข้อดีของประกันรถยนต์ชั้น 2 กัน
หลังจากทราบแล้วว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้างนั้นเห็นชัดว่าเป็นประกันที่คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคู่กรณีเท่านั้น จึงจ่ายเบี้ยประกันภัยน้อยกว่า เหมาะกับคนไม่ค่อยขับรถไปไหน ใช้รถยนต์ไม่บ่อยครั้งหรือขับในระยะทางใกล้ มีความชำนาญในการขับรถ ไม่เคยมีประวัติขับรถไปชนผู้อื่นให้เสียหาย ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงภัยน้อยตามไปด้วย จึงสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เหมาะกับผู้ที่เสี่ยงรถหายหรือภัยไฟไหม้
ประกันรถชั้น 2 จะไม่ซ่อมรถให้เรา เน้นซ่อมรถให้กับคู่กรณีที่เราขับไปชน หรือสร้างความเสียหายให้ สำหรับท่านที่ต้องการอัปเกรดเป็นประกันชั้น 2+ สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถยนต์คันที่เอาประกันด้วย แต่ก็เคลมได้เฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น ถ้าเป็นรถชนต้นไม้ ครูดกับฟุตบาท ถอยชนกำแพง หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รถชนรถ กรณีเหล่านี้จะเคลมค่าซ่อมรถไม่ได้ ทั้งนี้ต้องหาตัวคู่กรณีได้ด้วย
สรุปง่าย ๆ ว่าประกันชั้น 1 จ่ายแพงกว่าเพราะความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่า ถ้าเจ้าของขับรถเป็นประจำ มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง เลือกทำประกันชั้น 1 จะตอบโจทย์มากกว่าและขับอุ่นใจกว่า แต่ถ้าไม่ค่อยได้ขับรถ รู้สึกไม่คุ้มถ้าจ่ายค่าเบี้ยประกันราคาแพงเกินไป หรือขับจนชำนาญแล้ว ไม่เฉี่ยวชนอะไรบ่อย ๆ เลือกประกันชั้น 2 ก็เพียงพอแล้ว หรือหากต้องการความคุ้มครองเพิ่มขึ้น ก็เลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ที่เพิ่มเบี้ยอีกไม่มาก
สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์แต่ยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนตอบโจทย์การขับรถยนต์ของคุณ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อินชัวร์เวิร์ส ที่มีประกันหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช็กเบี้ยได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน