เชื่อเลยว่าหลายคนก็คงจะเคยนะ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องแบกสัมภาระหนักๆ ไปไหนมาไหน ก็ทำให้รู้สึกเที่ยวก็ไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย พะรุงพะรังไปหมด จะดีแค่ไหนถ้าเอาสัมภาระไปดรอปไว้ที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นก่อนได้ แล้วออกไปเที่ยวลั้ลลากับจุดหมายที่อยากไปกันได้อย่างสบายใจ จะได้เดินเล่นกันให้ตัวปลิว โดยไม่ต้องมาใช้แรงและพลังงานไปกับการเดินแบกหรือเดินลากกระเป๋า เพื่อให้ทุกคนได้สะดวกสบายที่สุดกับการเดินเล่นให้ฉ่ำหัวใจในญี่ปุ่น insurverse ก็เลยจะมาเปิดวาร์ป 5 พิกัดที่รับฝากกระเป๋าเดินทางในญี่ปุ่นให้ทุกคนได้รู้จัก จะได้มุ่งตรงไปฝากสัมภาระก่อนออกไปเที่ยวให้ตัวเบาหวิวกันอย่างสบายใจ มาดูกันดีกว่าพิกัดฝากกระเป๋าญี่ปุ่น 2567 มีที่ไหนกันบ้าง? Go!
ใครที่ไปญี่ปุ่นคงรู้ว่าสถานีรถไฟใหญ่ๆ หลายๆ แห่ง เขามีที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นเป็นแบบตู้ล็อกเกอร์อำนวยความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวด้วย แถมราคาก็ไม่แพงเลย เริ่มต้นเพียงแค่ 100 เยนต่อวันเท่านั้นหรือประมาณ 20 กว่าบาทไทย ใครที่ออกจากรถไฟแล้วอยากไปเที่ยวต่อแบบเบาๆ สบายๆ ไม่ต้องแบกกระเป๋าให้หนัก ก็มองหาตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าแล้วเอาสัมภาระไปฝากกันได้เลย
อีกหนึ่งที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นที่มีอยู่แทบทุกหนแห่งในญี่ปุ่นก็คือ Sagawa Express บริษัทขนส่งเจ้าดังของประเทศที่มีบริการรับฝากกระเป๋าเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ใครที่อยากจะฝากสัมภาระใบเล็กหรือใหญ่ เลือกฝากแบบชั่วคราวหรือระยะยาว เสริมออฟชันให้นำไปส่งที่โรงแรมหรือสนามบิน ที่นี่เขามีบริการให้หมด คอยอำนวยความสะดวกให้ดี๊ดี คุ้มครบเลยล่ะ
สถานที่ฝากกระเป๋าญี่ปุ่น 2567 อีกแห่งที่บริการดีม๊ากมาก ก็คือบริการรับฝากสัมภาระของ Ecbo Cloak ซึ่งมีอยู่ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว, ฮอกไกโด, โอกินาว่า, ฟุกุโอกะและคันไซ เรียกว่าครบแทบจะทุกแห่งของแหล่งท่องเที่ยว ใครที่ทำประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้สำหรับรับความคุ้มครองกันของหายแล้ว แต่ยังต้องการเสริมความปลอดภัยเพิ่มไปอีกขั้นกรณีไม่อยากแบกกระเป๋าไปตลอดการเดินทาง ก็แวะมาใช้บริการที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นกับที่นี่ได้ รับรองปลอดภัย หายห่วง!
ใครมาเที่ยวโอซาก้าแล้วอยากเที่ยว Namba ให้ตัวปลิว ไม่ต้องแบกของไปไหนมาไหนเวลาชอปปิง จะได้ชอปให้หนำใจแบบ Appreciate ตัวเอง เมื่อได้ถือสินค้าแบรนด์ต่างๆ แทน ก็แนะนำให้นำกระเป๋ามาฝากเอาไว้ที่ Rakuraku Baggage Storage ก่อน ซึ่งเป็นสถานที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้สถานีใต้ดิน Namba ที่เขาการันตีเลยว่าปลอดภัยสุดๆ แถมที่นี่ยังเป็นที่ฝากกระเป๋าที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นอีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่าสัมภาระทุกชิ้นจะอยู่ดีมีสุขระหว่างที่เที่ยวหรือมือไม้เต็มไปด้วยข้าวของใหม่กันอย่างสนุกสนานแน่นอน
ปิดท้ายกันที่สถานที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนโตเกียว เพราะที่นี่คือบริษัทขนส่งของเอกชนที่รับฝากและขนส่งสัมภาระที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้ทุกๆ คนในทุกๆ การเดินทาง ไม่ว่าจะฝากกระเป๋าเพื่อไปเที่ยวหรืออยากได้บริการขนส่งกระเป๋าไปให้ที่โรงแรมหรือสนามบิน ก็มีบริการให้แบบครบๆ แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะเขามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมกล้อง CCTV ที่สามารถเช็คทุกการเคลื่อนไหวของสัมภาระคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง
จะเที่ยวให้เหนื่อยกับการแบกสัมภาระไปมาระหว่างการเดินทางไปทำไม? ไม่ต้องทำให้ชีวิตยุ่งยากขนาดนั้น แค่รู้จักที่รับฝากกระเป๋าเดินทางญี่ปุ่นก็ทำให้ชีวิตของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่ถึงจะมีที่ฝากกระเป๋าญี่ปุ่นแล้ว ก็อย่าลืมทำประกันเดินทางออนไลน์เอาไว้ด้วยล่ะ เพิ่มความอุ่นใจขึ้นไปอีกขั้นให้กับทริปการเดินทางของคุณ ให้คุณเที่ยวได้อย่างปลอดภัยแบบคนที่ใจดีกับตัวเอง เสริมความปลอดภัยให้กับการเดินทางเป็น Priority อันดับแรก เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าที่ต่างถิ่นต่างแดนจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่อย่างน้อยๆ การทำประกันเดินทางเอาไว้ จะทำให้เดินทางไปที่ไหนก็มั่นใจ เกิดเหตุไม่คาดฝันอะไร ก็ยังมีบริษัทประกันคอยจัดการปัญหาให้ เลือกให้บริษัทประกันออนไลน์ที่ดีที่สุดอย่าง insurverse เป็นคำตอบสุดท้ายในการเดินทางของคุณ เข้าไปส่องความคุ้มครองจาก insuverse เพื่อเปรียบเทียบประกันการเดินทางต่างประเทศที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้เลย เพิ่มช้อยส์ความปลอดภัยให้กับชีวิต ในราคาเบี้ยประกันการเดินทางที่คุณเลือกได้ เที่ยวกี่วันก็จ่ายเท่านั้น เริ่มต้นเพียงหลักสิบต่อวันเท่านั้น ถูกและคุ้มยิ่งกว่ากาแฟแบบนี้ พร้อมรับความคุ้มครองแบบทำถึงก่อนบินไปญี่ปุ่นแล้วยัง? แล้วจะรู้เลยว่าเที่ยวให้ฟินแบบสบายใจ๊ สบายใจมันเป็นยังไง?
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”