เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ได้นำหลักฐานการแชตข้อความและสลิปการทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ศรีสะเกษ ของพรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับอดีตผู้สมัคร สส. รายนี้เป็นการส่วนตัว ต่อมาฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่ามีโควตาพิเศษและสามารถใช้เส้นสายวิ่งเต้นช่วยเหลือให้บุคคลสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้อย่างแน่นอน ด้วยความหวังอยากให้ลูกหลานมีความมั่นคงในอาชีพ ตนจึงหลงเชื่อและรวบรวมเงินเก็บส่วนตัวรวมทั้งสิ้น 2,350,000 บาท มอบให้เพื่อเป็นค่าดำเนินการฝากลูกหลานจำนวน 5 คน แต่เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศผลการสอบอย่างเป็นทางการ กลับปรากฏว่าไม่มีรายชื่อลูกหลานของตนแม้แต่คนเดียว เมื่อตนพยายามทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง อ้างว่าเดินทางไปต่างจังหวัดและอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงและตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ในทางกฎหมาย ประเด็นการฟ้องเรียกเงินวิ่งเต้นคืนมีความซับซ้อนและมีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้:
ข้อตกลงหรือสัญญาจ้างวานเพื่อวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการ ถือเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ส่งผลให้สัญญานั้นตกเป็น โมฆะทันที และตาม มาตรา 411 การชำระหนี้ตามอำเภอใจเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้จ่ายจะไม่สามารถฟ้องเรียกเงินคืนฐาน “ลาภมิควรได้” ในทางแพ่งได้ตามปกติ
แม้สัญญาทางแพ่งจะเป็นโมฆะ แต่หากผู้ถูกกล่าวหา “มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก” โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีอำนาจและไม่สามารถช่วยให้สอบผ่านได้จริง แต่กุเรื่องเท็จขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงิน พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็น ความผิดอาญาฐานฉ้อโกง ผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญา และใช้สิทธิตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ขอให้พนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือเงิน 2.35 ล้านบาท คืนให้แก่ผู้เสียหายในคดีอาญาได้!
กรณีเงิน 2.35 ล้านบาทที่ศรีสะเกษ เป็นอุทาหรณ์เตือนสติสังคมว่าอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของนักการเมืองหรือนายหน้าที่อ้างว่ามีเส้นสายสอบบรรจุราชการ ความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอาชีพราชการได้อย่างภาคภูมิใจและปลอดภัย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
คลิปไวรัลระทึกเขาใหญ่ เก๋งเร่งเครื่องประมาทเฉียด “พ่องาทอง-น้องต้นกล้า” กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อมีผู้บันทึกภาพเหตุการณ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันหนึ่งขับขี่ด้วยความเร็วและแสดงพฤติกรรมน่าหวาดเสียว พุ่งเข้าใส่ในระยะประชิดกับ “พ่องาทอง” ช้างป่าเขาใหญ่ตัวใหญ่ และ “น้องต้นกล้า” ลูกช้างป่าที่กำลังเดินข้ามถนนสายท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้ลูกช้างเกิดอาการตื่นตระหนกและเกือบถูกรถพุ่งชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 – 21 กันยายน 2569 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ยืนยันว่า ทราบตัวผู้ครอบครองยานพาหนะแล้ว และได้ออกหนังสือเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างบรรทัดฐานความปลอดภัยในพื้นที่อนุรักษ์ คำถามที่พบบ่อย: ขับรถชนสัตว์ป่าในอุทยาน หรือถูกช้างป่าเหยียบ ประกันจ่ายไหม? ข้อสงสัยยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ: เปิดข้อกฎหมาย: ฝ่าฝืนระเบียบอุทยานฯ เสี่ยงทั้งโทษจำและปรับ การขับรถประมาทหวาดเสียวเข้าใกล้สัตว์ป่ามีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ: 1. พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562: 2. พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562: หากการกระทำเข้าข่ายการล่าหรือทำอันตรายต่อสัตว์ป่าสงวนหรือคุ้มครอง มีโทษจำคุกและปรับหลักแสน 3. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522: ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดในเขตอุทยาน (จำกัดความเร็ว 60 กม./ชม.) กฎเหล็ก 5 ข้อเมื่อเจอช้างป่าบนถนนเขาใหญ่ 1. หยุดรถให้ห่างอย่างน้อย… Continue reading เขาใหญ่ฟันเก๋งซิ่งเฉียดชนช้างป่า เช็กกฎหมายอุทยานและประกันภัยรถชนสัตว์
กปช.จต. ซุ่มจับริมชายแดน ยึดรถ จยย. สภาพใหม่เตรียมส่งออกเขมร เมื่อช่วงดึกย่างเข้าสู่วันที่ 21 กันยายน 2569 กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ชั้นใน ลำเลียงข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงสนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรและฝ่ายปกครอง ตั้งจุดซุ่มตรวจจนพบกลุ่มชายต้องสงสัยกำลังช่วยกันเข็นและขนย้ายรถจักรยานยนต์สภาพใหม่เอี่ยมที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4 คัน มุ่งหน้าข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมตรวจยึดยาไอซ์จำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมและเตรียมส่งขายตามออเดอร์ ข้อสงสัยยอดฮิต: รถถูกขโมยส่งข้ามแดนไปแล้ว จะเคลมประกันรถหายได้หรือไม่? สำหรับเจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อไฟแนนซ์ที่ตกเป็นเหยื่อรถหาย: 1. เคลมได้ทันทีตามเงื่อนไขกรมธรรม์: แม้รถจะถูกนำข้ามแดนไปแล้วหรือตามรถกลับมาไม่ได้ หากมี “ประกันภัยรถหาย” หรือประกันภัยรถยนต์/รถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจที่คุ้มครองกรณีสูญหาย (ชั้น 1 หรือ 2+) บริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามทุนประกันที่ระบุไว้ในสัญญา (โดยทั่วไปอยู่ที่ 70-80% ของราคารถ) 2. ขั้นตอนการเคลม: ผู้เสียหายต้องนำใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ เอกสารสัญญากรมธรรม์ และกุญแจรถ (ถ้ามี) ไปยื่นเรื่องต่อบริษัทประกันภัยและไฟแนนซ์เพื่อดำเนินการปิดบัญชีหนี้ เปิดข้อกฎหมาย: โทษหนักทั้งขบวนการ ตั้งแต่ขโมยจนถึงลักลอบส่งออก 1.… Continue reading ทัพเรือสกัดจับแก๊งลัก จยย. ข้ามแดนจันทบุรี เช็กข้อกฎหมายและสิทธิเคลมประกันรถหาย
เหตุระทึกแยกลือชัย รถโม่ปูนเสียหลักอัดกำแพงบ้านพังยับเยิน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางหลวงใกล้แยกลือชัย ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน สีขาว เกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างจัง จนหน้ารถยุบอัดติดกับแนวกำแพงอิฐพังทลาย ส่งผลให้คนขับรถบรรทุกเพศชาย วัย 40 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและร่างติดค้างภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าเปิดซากห้องโดยสารเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลลืออำนาจ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่อาจเกิดอาการวูบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้: รถชนบ้าน ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซม? สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องประสบเคราะห์ร้าย รั้วบ้านหรือกำแพงพังเสียหาย คำถามแรกคือ “จะเรียกค่าเสียหายจากใคร และประกันอะไรจ่าย?” ในกรณีนี้ ตามกฎหมายแพ่ง ผู้ขับขี่ถือเป็นผู้กระทำละเมิด หากผู้ขับขี่เสียชีวิต ความรับผิดจะตกแก่ “นายจ้างหรือเจ้าของรถบรรทุก” หากเป็นการขับรถในทางการที่จ้าง นอกจากนี้ หากรถบรรทุกคันดังกล่าวมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยของผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ ข้อกฎหมายความรับผิด: ความรับผิดของผู้ขับขี่และนายจ้างตาม ป.พ.พ. 1. ความรับผิดฐานละเมิด (ม.420): ผู้ขับขี่กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 2. ความรับผิดของนายจ้าง (ม.425): นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง… Continue reading รถโม่ปูนพุ่งชนกำแพงบ้าน อ.ลืออำนาจ คนขับดับ เช็กสิทธิชดใช้ทรัพย์สินและประกันบ้าน