vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.

schedule
share
รย.3 คือ

สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน

รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก?

รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก

เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่:

  • รถประเภท รย.3: คือ รถกระบะตอนเดียว (Single Cab) และรถกระบะแค็ป (Space Cab / Extended Cab 2 ประตู) ซึ่งเน้นพื้นที่กระบะท้ายสำหรับการบรรทุกสินค้าหรืออุปกรณ์
  • ข้อเปรียบเทียบกับ รย.1: รถกระบะ 4 ประตู (Double Cab) จะถูกจัดเป็น รย.1 (รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน) เพราะเน้นการโดยสาร แต่กระบะ 2 ประตูและตอนเดียวจะถูกจัดเป็น รย.3 (รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) เสมอ

ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร?

รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นรถกระบะบรรทุกส่วนบุคคล หากนำไปใช้งานเพื่อการโดยสารสาธารณะหรือรับจ้างทั่วไปจะถือว่าผิดกฎหมาย

เกณฑ์การคำนวณภาษีประจำปีของรถ รย.3 (คิดตามน้ำหนักรถ)

ความพิเศษของการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีประเภท รย.3 คือ ไม่ได้คิดตามขนาดซีซีของเครื่องยนต์ เหมือนรถเก๋ง รย.1 แต่จะ คิดภาษีตามน้ำหนักตัวรถ (Gross Vehicle Weight) ในอัตราคงที่ ดังนี้:

  • น้ำหนักรถไม่เกิน 500 กิโลกรัม = 150 บาท
  • น้ำหนักรถ 501 – 750 กิโลกรัม = 300 บาท
  • น้ำหนักรถ 751 – 1,000 กิโลกรัม = 450 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,001 – 1,250 กิโลกรัม = 800 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,251 – 1,500 กิโลกรัม = 900 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,501 – 1,750 กิโลกรัม = 1,050 บาท
  • น้ำหนักรถ 1,751 – 2,000 กิโลกรัม = 1,350 บาท
  • น้ำหนักรถ 2,001 – 2,500 กิโลกรัม = 1,650 บาท

ค่าเบี้ย พ.ร.บ. รถยนต์ รย.3 และการเลือกประกันภัยที่คุ้มครองการบรรทุก

ก่อนที่จะนำรถไปต่อภาษีประจำปี กฎหมายกำหนดให้ต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์ โดยสำหรับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน จะมีอัตราเบี้ย พ.ร.บ. ภาคบังคับอยู่ที่ 967.28 บาทต่อปี (รวมภาษีและอากรแสตมป์)

สำหรับการทำประกันภัยภาคสมัครใจ รถ รย.3 ที่ใช้งานบรรทุกสินค้าควรเลือกทำ ประกันภัยรถยนต์ ที่ระบุลักษณะการใช้งานให้ชัดเจน หากมีการติดตั้งตู้ทึบ โครงเหล็ก หรือคอกเสริมด้านข้าง จะต้องแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อลงบันทึกสลักหลังความคุ้มครองอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ หากผู้ขับขี่หรือคนงานต้องเดินทางขนส่งสินค้าเป็นประจำ การทำ ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลเพิ่มเติมจะช่วยคุ้มครองความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและค่ารักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุม

กฎหมายและข้อควรรู้เมื่อใช้รถ รย.3 ขนของ บรรทุกอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย

การใช้รถ รย.3 บรรทุกสิ่งของบนท้องถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด:

  1. ความกว้าง: บรรทุกไม่เกินความกว้างของตัวรถ
  2. ความยาว: ด้านหน้ายื่นไม่เกินหน้าหม้อรถ ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถได้ไม่เกิน 2.50 เมตร และต้องติดธงแดงขนาด 30×45 ซม. ในเวลากลางวัน หรือสัญญาณไฟสีแดงในเวลากลางคืน
  3. ความสูง: บรรทุกสูงจากพื้นทางได้ไม่เกิน 3.00 เมตร (หรือ 3.80 เมตรสำหรับรถที่มีความกว้างเกิน 2.30 เมตร)
  4. การป้องกัน: ต้องมีผ้าใบหรือตาข่ายคลุมมัดสิ่งของให้แน่นหนา ป้องกันการตกหล่นบนพื้นผิวจราจร

การดูแลรถ รย.3 ให้พร้อมใช้งานทั้งเรื่องการต่อภาษี การทำ พ.ร.บ. รถยนต์ และการมี ประกันรถยนต์ ที่เหมาะสม จะช่วยให้ทุกการเดินทางและการทำมาค้าขายของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)