vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ดีเดย์วันแรก! เปิดลงทะเบียน ‘TH-AI Passport’ 5 ล้านสิทธิ : กางขั้นตอนสมัคร เช็กเงื่อนไขสิทธิ PDPA และเตือนระวังลิงก์ปลอมดูดข้อมูล

schedule
share
เปิดลงทะเบียน TH-AI

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดระบบให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิทดสอบระบบในโครงการ “TH-AI Passport” อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก โดยเปิดให้รับสิทธิล่วงหน้าจำนวนจำกัด 5,000,000 สิทธิ ก่อนที่จะเปิดระบบเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่คนไทย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงและใช้งานเครื่องมือ Generative AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับพรีเมียมฟรีโดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay Per Use) การลงทะเบียนจะต้องดำเนินการผ่านเว็บไซต์ทางการ de.aipass.net และใช้การยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครอง อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสสร้างเว็บไซต์ปลอม ลิงก์ฟิชชิ่ง (Phishing) หรือแอปพลิเคชันดูดเงินเพื่อหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัวและบัญชีธนาคาร

การลงทะเบียนบริการดิจิทัลภาครัฐ ประชาชนได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างไรบ้าง?

โครงการ TH-AI Passport มีการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร ประชาชนจึงได้รับความคุ้มครองอย่างเข้มงวดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ดังนี้:

1. หลักความยินยอมและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน (Consent & Purpose Limitation)

หน่วยงานรัฐผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจน และเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการยืนยันสิทธิเท่านั้น ห้ามนำข้อมูลไปขายหรือส่งต่อให้บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Rights)

ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบ ขอสำเนา ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง รวมถึงมีสิทธิ “ถอนความยินยอม” หรือขอให้ลบทำลายข้อมูลเมื่อสิ้นสุดโครงการ

3. มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)

ผู้ให้บริการต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือการเข้าถึงโดยมิชอบ

ประเด็นกฎหมายหรือความรับผิด

มิจฉาชีพที่สร้างเว็บไซต์ปลอมหรือส่ง SMS ลิงก์ปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชน มีความผิดทางอาญาหลายข้อหาหนัก:

  • พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม): มาตรา 14 ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น): โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566: ผู้เปิดบัญชีม้าหรือซิมม้าให้มิจฉาชีพใช้ มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท

ช่องทางการรับเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียหาย

  1. เข้าเว็บไซต์ทางการเท่านั้น: พิมพ์ URL de.aipass.net ด้วยตนเอง ห้ามคลิกลิงก์จาก SMS หรือโพสต์โซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นทางการ
  2. สแกน QR Code ยืนยันตัวตนด้วย ThaID: เปิดแอปพลิเคชัน ThaID บนโทรศัพท์มือถือของท่านเพื่อสแกนยืนยันตัวตน ตรวจสอบชื่อโครงการก่อนกดยืนยัน
  3. อ่านข้อกำหนด PDPA ให้ถี่ถ้วน: ตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวก่อนกดยินยอม
  4. ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น: โครงการนี้ลงทะเบียนฟรี หากมีข้อความเรียกเก็บเงินหรือขอรหัส OTP ทางการเงิน ถือเป็นมิจฉาชีพแน่นอน 100%

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ควรทำอย่างไร?

  • โทรอายัดบัญชีธนาคารทันที: โทรสายด่วน AOC 1441 (ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์) ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อระงับเส้นทางการเงิน
  • แจ้งความออนไลน์: แจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th หรือที่สถานีตำรวจท้องที่
  • เปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชี: เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล แอปธนาคาร และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)

สรุป

โครงการ TH-AI Passport เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทย แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนต้องมีภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ รู้จักปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามสิทธิ PDPA และระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพ เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)