ปัจจุบันเราจะเห็นโชว์รูมรถยนต์และเต็นท์รถมือสองโฆษณาโปรโมชัน ออกรถฟรีดาวน์ไม่ต้องค้ำ อยู่บ่อย ๆ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีสำหรับคนที่ไม่มีเงินสดไว้สำหรับดาวน์ สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ อยากหออกรถฟรีดาวน์ คืออะไร มีจริงไหม มีข้อควรระวังอะไรบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงอยากทราบ insurverse เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน
ความหมายของการ ออกรถฟรีดาวน์ คือ การซื้อรถโดยไม่ต้องใช้เงินในการดาวน์รถ หรือทำสัญญาในครั้งแรก ซึ่งโดยปกติแล้วเงินดาวน์จะอยู่ที่ประมาณ 10-30% ของราคาซื้อรถยนต์ทั้งหมด หากเราวางเงินดาวน์เยอะ ค่างวดที่ต้องผ่อนต่อเดือนก็จะน้อยลง แต่ถ้าไม่มีเงินดาวน์เลย ค่าผ่อนต่องวดก็จะสูงขึ้น ออกรถฟรีดาวน์ไม่ต้องค้ำ นับเป็นข้อที่ควรระวังอยู่มาก
หมายความว่าเมื่อคุณออกรถ สิ่งที่ต้องจ่ายจึงมีเพียง 3 รายการด้วยกัน คือ ค่ามัดจำป้ายแดง, ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน และประกันสินเชื่อรถยนต์ ทำให้เราต้องจ่ายยอดจัดเต็ม พร้อมดอกเบี้ยที่สูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละศูนย์บริการ เนื่องจากภาระค่างวดแตกต่างออกไป ศูนย์จำหน่ายบางแห่งอาจกำหนดด้วยว่าคนค้ำประกันต้องมีเงินเดือนมากกว่าค่างวดในการผ่อนรถถึง 2 เท่า
ออกรถฟรีดาวน์ไม่ต้องค้ำ แม้ซื้อรถโดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ก่อนแต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นอยู่ ดังนี้ ไม่ว่าจะเป็น
การติดแบล็กลิสต์หรือมีประวัติเครดิตเสีย ไม่ว่าจะผ่อนเงินล่าช้าหรือผิดนัดชำระค่างวดก็ตาม มักจะถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติหรือ “เครดิตบูโร” ซึ่งสถาบันการเงินเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของเราได้ว่าเคยผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหาในการทำธุรกรรมการเงิน รวมถึงการออกรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การติดแบล็กลิสต์หรือเครดิตติดบูโร ยังคงออกรถได้ เพียงแต่ต้องหางบประมาณในการดาวน์สักหน่อย เช่น มีเงินดาวน์ประมาณ 30% ของราคารถ แต่บางสถาบันการเงินอาจเรียกเงินดาวน์เพียง 5% ของราคารถ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องมีคนค้ำประกันที่เป็นเจ้าบ้าน 1 คน มีอาชีพที่ชัดเจน และมีรายได้มากพอที่จะชำระหนี้ต่องวดได้ นอกจากนี้ยังเตรียมเอกสาร สลิปเงินเดือนหรือใบรับรองเงินเดือน เพื่อเป็นการยืนยันสถานะและรายได้ หรือถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องมีเอกสารหลักฐานมายืนยัน
ตามปกติทั่วไปแล้วการออกรถฟรีดาวน์ไม่ต้องค้ำ มีเอกสารที่ต้องใช้ ดังนี้
สรุปแล้ว ออกรถฟรีดาวน์ไม่ต้องค้ำ เรื่องที่ต้องรู้ก่อนคือยอดจัดราคาเต็มซึ่งบวกกับค่าดอกเบี้ยที่สูง, ค่างวดสูง, ดอกเบี้ยแพงกว่าปกติ, ถ้าเป็นรถมือสองมีสภาพไม่ดีนักสามารถนำมาจัดโปรฟรีดาวน์ได้ ศึกษาเรียนรู้ให้ครบถ้วนก่อนจะเตรียมตัวออกรถฟรีดาวน์ เพื่อให้แน่ใจว่าหลังจากแบ่งเบาภาระเงินดาวน์ไปได้ตั้งแต่ช่วงแรก จะสามารถรับผิดชอบผ่อนต่อจนจบได้อย่างไร้ปัญหา และหลังจากสมดังหวังออกรถมีรถเป็นของตัวเองแล้ว อย่าลืมเลือกทำ ประกันรถยนต์ แนะนำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 2+, ประกันรถยนต์ 3+, ประกันชั้น 3 จากอินชัวร์เวิร์ส เพราะเป็นประกันออนไลน์ที่คุณไว้วางใจได้ ให้ความคุ้มครองสูงสุด ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหนักหรือเบา ประกันเคลมให้ ทั้งยังให้ความคุ้มครองทั้งคุณ ผู้โดยสาร และคู่กรณี
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด