ใครที่สงสัยว่าตัวเองยังมีคะแนนใบขับขี่ครบอยู่มั้ย หรืออยากรู้ว่าโดนตัดแต้มไปกี่คะแนนแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปขนส่งหรือตำรวจจราจรอีกต่อไป เพราะตอนนี้สามารถ เช็คใบขับขี่จากเลขบัตรประชาชน ได้ง่าย ๆ ผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คคะแนน ตรวจสอบสถานะ หรือแม้แต่ใบสั่งค้างจ่าย ก็ทำได้ครบจบในไม่กี่นาที มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง
อย่างไรก็ตาม การมีใบขับขี่ที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่องของการขับขี่ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการจัดการเอกสารสำคัญอย่าง พ.ร.บ.รถยนต์ ด้วย เพราะเมื่อใบขับขี่มีสถานะสมบูรณ์และไม่มีปัญหาเรื่องคะแนนหรือการตัดแต้ม ก็สามารถใช้ต่อภาษีออนไลน์ได้ง่ายขึ้นทันที แถมถ้าเลือกซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ ยังได้รับความคุ้มครองทันทีหลังซื้อ และนำไปต่อภาษีออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปที่กรมขนส่งให้ยุ่งยาก
การ เช็คใบขับขี่จากเลขบัตรประชาชน สามารถทำได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว
รู้วิธีเช็คแล้ว มาดูเกณฑ์การตัดคะแนนใบขับขี่กันบ้าง เพราะหลายคนอาจไม่รู้ว่าการกระทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนท้องถนนก็ทำให้โดนตัดแต้มได้เช่นกัน โดยผู้ที่มีใบขับขี่ทุกประเภทจะได้รับคะแนนเริ่มต้น 12 คะแนน ซึ่งจะถูกตัดแต้มตามลักษณะความผิดต่าง ๆ ดังนี้
ถ้าคะแนนใบขับขี่ถูกตัดจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกพักใช้ใบขับขี่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน (3 เดือน) หากฝ่าฝืนไปขับรถในช่วงที่ถูกพักใช้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ถ้าอยากได้คะแนนคืนเร็ว ๆ สามารถเข้าอบรมหลักสูตรเพิ่มความรู้ด้านความปลอดภัยในการขับขี่ได้ ซึ่งจะได้คะแนนคืน 3 คะแนนต่อการอบรม 1 ครั้ง และสามารถอบรมได้ไม่เกินปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
นอกจากการ เช็คใบขับขี่จากเลขบัตรประชาชน แล้ว ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันยังสามารถตรวจสอบใบสั่งจราจรและชำระค่าปรับออนไลน์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือโมบายแบงกิ้ง ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจหรือขนส่งเลย
เมื่อสามารถตรวจสอบคะแนนใบขับขี่ได้ง่าย ๆ ผ่านออนไลน์แล้ว ก็อย่าลืมตรวจสอบความพร้อมของเอกสารอื่น ๆ อย่างการ เช็กเบี้ย พ.ร.บ.รถยนต์ ด้วย เพราะการมีพ.ร.บ.ที่ต่อไว้นั้นช่วยให้การดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะถ้าซื้อผ่านช่องทางออนไลน์กับ insurverse ไม่เพียงแค่ได้ราคาถูกสุด แต่ยังคุ้มครองทันทีและมีบริการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านอีเมลอีกด้วย ครบจบในที่เดียวแบบไม่ต้องเสียเวลาวุ่นวาย!
สามารถเช็คได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถสาธารณะ หรือใบขับขี่ชั่วคราว โดยข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกลางของกรมขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หากพบว่าข้อมูลคะแนนหรือสถานะใบขับขี่ในระบบไม่ถูกต้อง สามารถติดต่อกรมขนส่งทางบกหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลได้ทันที พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ไม่สามารถเช็คข้อมูลของผู้อื่นได้ เนื่องจากต้องใช้การลงทะเบียนและรหัสผ่านส่วนตัวเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้ถือใบขับขี่
ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถเช็คผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่รองรับได้ฟรี โดยเป็นบริการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมขนส่งทางบกจัดเตรียมไว้ให้ประชาชน
ระบบสามารถแสดงประวัติการกระทำผิดและการตัดแต้มย้อนหลังได้สูงสุด 3 ปี ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบและวางแผนการปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต