ไขข้อสงสัยสำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทาง รถตู้นั่งได้กี่คน? คำตอบคือ รถตู้โดยทั่วไปสามารถนั่งได้ตั้งแต่ 8 ไปจนถึง 14 คน ขึ้นอยู่กับประเภทและการดัดแปลงภายในห้องโดยสาร หากเป็นรถตู้มาตรฐานทั่วไป (เช่น Toyota Commuter) จะรองรับได้ 13-14 ที่นั่ง แต่หากเป็นรถตู้ VIP ที่เน้นความกว้างขวาง จะถูกปรับลดเบาะเหลือเพียง 8-10 ที่นั่ง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่ารถตู้แต่ละแบบเหมาะกับการเดินทางแบบไหน พร้อมข้อกฎหมายที่ต้องรู้
รถตู้มาตรฐานที่นิยมใช้ตามวินรถตู้ หรือรถตู้รับจ้างทั่วไป จะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารให้ได้จำนวนมากที่สุด โดยยังคงอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
รถตู้ประเภทนี้จะมีลักษณะการจัดวางเบาะที่นั่งแบบ 3-3-3-4 (รวมเบาะหน้าข้างคนขับ) ทำให้สามารถจุคนได้สูงสุด 13 ถึง 14 คน เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ถึงระยะกลาง เช่น การทัศนศึกษาของนักเรียน การรับส่งพนักงาน หรือการเดินทางที่ผู้โดยสารไม่ได้เน้นความหรูหรามากนัก
สำหรับใครที่เป็นเจ้าของรถตู้ประเภทนี้เพื่อใช้ในครอบครัวหรือรับจ้าง สิ่งที่ขาดไม่ได้ตามกฎหมายคือการต่อพ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อเป็นหลักประกันพื้นฐาน และควรทำประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมจำนวนผู้โดยสารสูงสุด เพื่อคุ้มครองทั้งตัวรถและชีวิตของผู้ร่วมเดินทางทุกคน
ข้อควรระวังสำหรับรถตู้ 13-14 ที่นั่ง คือ “พื้นที่วางสัมภาระจะมีน้อยมาก” หากมีผู้โดยสารนั่งเต็มทุกที่นั่ง จะเหลือพื้นที่ด้านหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากสมาชิกทุกคนมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ อาจต้องลดจำนวนผู้โดยสารลง 1-2 คน เพื่อพับเบาะหลังสุดสำหรับวางกระเป๋า
หากคุณต้องการเช่ารถตู้พร้อมคนขับเพื่อการท่องเที่ยวระยะทางไกล รถตู้ VIP คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด
รถตู้ VIP จะทำการรื้อเบาะเดิมออกและติดตั้งเบาะใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น และสามารถปรับเอนนอนได้สบายกว่า โดยทั่วไปจะจัดผังที่นั่งแบบ 2-2-3 (9 ที่นั่ง) หรือ 3-3-3 (10 ที่นั่งรวมเบาะหน้า) ทำให้ผู้โดยสารสามารถยืดขาได้เต็มที่ และมีทางเดินตรงกลางที่สะดวกสบาย
การจัดกรุ๊ปทัวร์ที่มีผู้สูงอายุ หรือการเดินทางไกลข้ามจังหวัด ความสบายของเบาะที่นั่งคือสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากเบาะที่นุ่มสบายแล้ว รถตู้ VIP มักมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องเสียง ทีวี และช่องเสียบชาร์จ USB
ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร รถตู้ส่วนบุคคลและรถตู้โดยสารสาธารณะ ต้องมีที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง (ไม่รวมคนขับ) และทุกที่นั่งจะต้องมีการติดตั้ง เข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การดัดแปลงเพิ่มเบาะที่นั่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถือว่ามีความผิด และอาจทำให้ประกันภัยปฏิเสธการเคลมได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจเช่ารถตู้ ลองเปรียบเทียบจากตารางนี้ได้เลยครับ
รถตู้ VIP 10 ที่นั่ง จะมีพื้นที่ด้านหลังสำหรับวางกระเป๋าเดินทางขนาด 20-24 นิ้ว ได้ประมาณ 4-5 ใบ หากมีกระเป๋าเยอะกว่านี้แนะนำให้ลดจำนวนคนเหลือ 8-9 คน เพื่อใช้เบาะหลังสุดเป็นพื้นที่วางของ
ตามหลักความปลอดภัย ควรให้นับเด็กเป็น 1 ที่นั่ง เพื่อติดตั้ง Car Seat แยกต่างหาก ไม่แนะนำให้อุ้มไว้บนตักขณะเดินทางไกล
หากเป็น Toyota Commuter เดิมๆ จากโรงงานแบบยังไม่ปรับแต่งเบาะ จะสามารถนั่งได้สูงสุด 14 คน (รวมคนขับ)
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด