ใครกำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ยังไม่มีพาสปอร์ต หรือเล่มเดิมใกล้หมดอายุ ไม่ต้องกังวล เพราะขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด บทความนี้รวมตั้งแต่ประเภทของพาสปอร์ต ค่าใช้จ่าย เอกสาร ไปจนถึงวิธีจองคิวและขั้นตอนการทำแบบเข้าใจง่าย และการเดินทางไปต่างประเทศก็อย่าลืมซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ จาก insurverse ที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงจากสิ่งที่ไม่คาดฝัน
Key Takeaway
พาสปอร์ต (passport) หรือหนังสือเดินทาง คือเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนและสัญชาติของเราเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเหมือน “บัตรประชาชนฉบับใช้เดินทางข้ามประเทศ” ที่ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต่าง ๆ
สำหรับคนทั่วไปที่ต้องเดินทางไปเที่ยว เรียน หรือทำงานต่างประเทศ จะใช้ หนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไป เป็นหลัก โดยปัจจุบันพาสปอร์ตมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร เช่น ภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ และภาพม่านตา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
พาสปอร์ตไทยมีหลายประเภท โดยแต่ละประเภทใช้กับคนและวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป สำหรับประชาชนทั่วไป, หนังสือเดินทางราชการ สำหรับผู้ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ และ หนังสือเดินทางทูต สำหรับบุคคลที่มีสิทธิได้รับตามหลักเกณฑ์
นอกจากนี้ยังมีหนังสือเดินทางประเภทอื่นสำหรับกรณีเฉพาะ เช่น หนังสือเดินทางชั่วคราว ดังนั้นถ้าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทั่วไป ให้เลือกทำ พาสปอร์ตบุคคลทั่วไป ก็เพียงพอ
พาสปอร์ตแบบปกติมีให้เลือก 2 แบบ คือ เล่ม 5 ปี ราคา 1,000 บาท และ เล่ม 10 ปี ราคา 1,500 บาท โดยเล่ม 10 ปีสามารถทำได้สำหรับผู้ที่มี อายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนการจัดส่งทางไปรษณีย์มีค่าบริการเพิ่มเติม
ถ้าต้องใช้พาสปอร์ตเร็วขึ้น สามารถเลือกบริการด่วนพิเศษและรับเล่ม ภายในวันเดียวกันได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท สำหรับเล่ม 5 ปี และ 3,500 บาท สำหรับเล่ม 10 ปี ทั้งนี้ต้องยื่นคำร้องภายในเวลาที่กำหนดและรับเล่มที่กรมการกงสุล
หากเลือกรับเล่มด้วยตัวเอง ควรนำ บัตรประชาชนตัวจริง และ ใบรับเล่มพาสปอร์ต ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันตัวตนและรับหนังสือเดินทาง
หากไม่สะดวกไปรับเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนได้ โดยต้องมี ใบรับเล่มที่ระบุการมอบอำนาจ, สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และ บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
การจองคิวออนไลน์ช่วยให้เราเลือกสำนักงาน วันที่ และช่วงเวลาที่สะดวกก่อนไปทำพาสปอร์ตได้ โดยสามารถจองผ่านระบบจองคิวออนไลน์ของกรมการกงสุล
ในปี 2026 การทำพาสปอร์ตง่ายและล้ำไปอีกขั้นด้วย ตู้ทำพาสปอร์ตอัตโนมัติ (Kiosk) ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบรอคิวนาน โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเคยมีพาสปอร์ตมาแล้วเท่านั้น (ไม่สามารถใช้บริการกรณีหนังสือเดินทางสูญหาย หรือเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลได้)
ขั้นตอนการทำพาสปอร์ตผ่านตู้ Kiosk:
พิกัดสถานที่ทำพาสปอร์ตตู้ Kiosk (อัปเดต 2026): ปัจจุบันตู้ Kiosk มีให้บริการกระจายอยู่ในหลายพื้นที่หลัก เช่น MBK Center (ปทุมวัน), Central Westgate (บางใหญ่), ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการทำพาสปอร์ตเหลือเพียง 10-15 นาที เท่านั้น!
1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน – MBK Center
2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ – ธัญญาพาร์ค
3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ – ตลิ่งชัน
4. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย
5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี
6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี – Future Park Rangsit
7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ – Central Westgate
8. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
ทําพาสปอร์ต ที่ไหนได้บ้าง ถ้าไม่ใช่ 8 ที่นี้ จริง ๆ แล้วยังมีสำนักงานหนังสือเดินทางที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แต่จุดนี้ รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการ ไม่ใช่จุดสำหรับทำพาสปอร์ตบุคคลทั่วไป จึงไม่ควรไปผิดจุดหากต้องการทำพาสปอร์ตสำหรับเดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางส่วนตัว นอกเหนือจากนี้ ก็เลือกสถานที่ทําพาสปอร์ตที่สะดวกได้เลย
หากเป็นการทำพาสปอร์ตแบบปกติ จะใช้เวลาจัดส่งประมาณ 3-5 วันทำการ (ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) หรือประมาณ 5-7 วันทำการ (สำหรับต่างจังหวัด) โดยจัดส่งผ่านบริการไปรษณีย์ (EMS) แต่หากเลือกบริการทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษ จะสามารถรับเล่มได้ภายในวันเดียวกัน ณ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนด
ควรนำพาสปอร์ตเล่มเก่าติดตัวไปด้วยทุกครั้งในกรณีที่ทำเล่มใหม่เพื่อต่ออายุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลและทำการยกเลิกเล่มเก่าอย่างถูกต้อง แต่หากพาสปอร์ตเล่มเดิมสูญหาย จะต้องใช้ใบแจ้งความประกอบการยื่นคำร้องแทน
สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องนำ ใบรับเล่มพาสปอร์ตที่มีการระบุการมอบอำนาจ, สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และ บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันรับเล่ม
สามารถแต่งหน้าและทำสีผมได้ตามปกติ แต่ควรแต่งหน้าในโทนธรรมชาติ ไม่ควรแต่งหน้าจัดจนเปลี่ยนโครงหน้าเดิมจนเกินไป สำหรับคอนแทคเลนส์ ไม่อนุญาตให้ใส่คอนแทคเลนส์สี หรือคอนแทคเลนส์แฟชั่นที่เปลี่ยนสีตา เพราะจะส่งผลต่อการตรวจสอบข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) ของระบบสแกนดวงตา เจ้าหน้าที่อาจขอให้ถอดออกก่อนถ่ายรูป
ในกรณีที่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ บิดาและมารดาควรเดินทางไปแสดงตัวพร้อมกันเพื่อลงนามให้ความยินยอม แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาได้ จะต้องทำหนังสือยินยอมจากสำนักงานเขตหรืออำเภอ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของบิดาหรือมารดาที่ไม่มา เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”