อุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นสิ่งที่คาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ แม้ว่าเราจะพยายามขับรถด้วยความระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ก็ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนรถคันอื่นมาเฉี่ยวชนได้อยู่ดี การทำประกันภัยรถยนต์ จึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่มีรถไว้ใช้งาน แต่หลายคนอาจจะเกิดคำถามในใจ ถ้ารถที่ใช้งานเป็นรถมือสอง ควรจะเลือกประกันรถมือสองอย่างไรดี หรือรถมือสองทำประกันชั้น 1 ได้ไหม วันนี้ insurverse จะพานักขับทุกท่านไปหาคำตอบกัน
ประกันรถมือสองมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน มีการใส่เทคโนโลยีเข้ามาค่อนข้างเยอะ ทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกเหมือนในอดีตเมื่อต้องเคลมค่าซ่อม เลยทำให้เราอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเองจนกระเป๋าฉีกเอาได้ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด และไม่มีประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครอง
ซื้อรถมือสอง ทำประกันชั้น 1 ได้ หากบริษัทประกันตกลงกันผู้ทำประกันในส่วนเงื่อนไขได้ ซึ่งโดยมากจะมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุรถ ว่าจะต้องไม่เกินกี่ปีขึ้นไป เช่น 10 ปี, 12 ปี, หรือ 15 ปี และอาจจะมีข้อพิจารณาอื่นร่วมด้วย สภาพความสมบูรณ์ของตัวรถ เลขไมล์ที่ใช้งานมา หรือประวัติการเคลมที่ผ่านมา
ประกันชั้น 1 รถมือสอง คือสิ่งที่ตอบโจทย์ความคุ้มครองมากได้ครอบคลุมที่สุด แต่หากไม่สามารถทำได้จริง ๆ คนขับรถมือสองก็ยังสามารถเลือกทำประกันชั้นอื่นได้ ที่มีความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกัน หรืออาจจะลดหลั่นลงมาหน่อย ได้ยังคงได้รับความอุ่นใจในการดูแลเมื่อเกิดอุบัติเหตุอยู่เหมือนเดิม โดยจะมีความแตกต่างในด้านความคุ้มครอง ดังนี้
หากทำประกันรถมือสองเป็นชั้น 1 ไม่ได้ การเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ไม่ต่างกัน เพราะมีความคุ้มครองที่แทบจะเหมือนกับประกันชั้น 1 ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองในด้านความเสียหายจากการเฉี่ยวชน ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รถหาย รถถูกไฟไหม้ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร รวมไปถึงการประกันตัวผู้ขับขี่ จะมีแต่การชนแบบไม่มีคู่กรณีเท่านั้น ที่ไม่มีในประกันชั้น 2+ แต่ก็มีข้อดีตรงที่ค่าเบี้ยประกันจะถูกลงกว่าพอสมควร
ถ้ายังรู้สึกว่าประกันรถมือสองชั้น 2+ ยังมีค่าเบี้ยที่สูงไป และไม่ได้ต้องการความคุ้มครองในส่วนของรถหาย รถไฟไหม้ หรือน้ำท่วม เพราะมีที่จอดในบริเวณบ้านของตัวเองอยู่แล้ว การเลือกทำประกันรถยนต์ 3+ อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่กว่า เพราะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถทั้งผู้เอาประกัน และคู่กรณีเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ ทุกประการ รวมไปถึงความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังครอบคลุมในส่วนของค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่กับผู้โดยสาร และการประกันตัวผู้ขับขี่ให้ด้วยเช่นกัน
สำหรับที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว การเลือกทำประกันรถมือสองชั้น 3 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสม แต่ประกันรถยนต์ชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถคู่กรณี บุคคล และทรัพย์สินเพียงเท่านั้น ในส่วนของรถผู้เอาประกัน จะต้องแบกรักค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง แต่ในส่วนค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร รวมไปถึงการประกันตัวผู้ขับขี่ ยังคงจะได้รับความดูแลในส่วนนี้เหมือนเดิม จึงมีค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพงเท่ากับประกันชั้นอื่น ๆ
หากรถมือสองทำประกันชั้น 1 ไม่ได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขในการทำประกัน รวมไปถึงค่าเบี้ยอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ใครหลายคน เรามีวิธีเลือกประกันรถมือสองให้คุ้มเงินในกระเป๋ามาฝาก จะได้เลือกให้ตรงกับความต้องการโดยไม่เป็นภาระทางการเงินกัน
อย่างที่ทาง insurverse เราได้อธิบายไปด้านบน ก่อนจะเลือกทำประกันแต่ละชั้น สิ่งแรกที่คนใช้รถต้องรู้เลยก็คือ ความแตกต่างด้านความคุ้มครองของประกันแต่ละชั้น แบบไหนถึงตรงใจกับเรามากที่สุด แล้วจึงค่อยเปรียบเทียบในส่วนอื่น ๆ ตามมา
อีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เลย ก็คืออายุของรถเรา หากรถเรายังมีอายุการใช้งานอีกยาว และไม่ได้เก่ามากนัก (7 – 10 ปี) ก็สามารถเลือกทำประกันชั้น 1 ได้ เพื่อรับความคุ้มครองแบบครบจบ แต่หากเป็นรถที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป มูลค่ารถอาจตกลงไปมาก การเลือกทำประกันที่ลดหลั่นลงมา โดยตัดความคุ้มครองที่ไม่จำเป็นทิ้งไป ก็อาจจะเป็นการประหยัดค่าเบี้ยประกัน และมีความเหมาะสมมากกว่า
ความถี่ในการใช้รถ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย หากเราไม่ได้ใช้รถเป็นประจำทุกวัน ก็อาจจะเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3 ก็ได้ เพราะยังคงได้รับความคุ้มครองในส่วนค่าเสียหายให้กับรถคู่กรณีอยู่ แต่หากเราเป็นคนที่ต้องใช้รถเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอยู่ตลอดเวลา การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะให้ความคุ้มครองในส่วนของรถเรา และรถคู่กรณีทั้งหมดในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นนั่นเอง
อีกจุดหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ก็คือค่าเบี้ยประกัน เพราะในปัจจุบัน ประกันรถยนต์สามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และยังมีสิทธิพิเศษ ส่วนลดกับโปรโมชันอีกมากมาย ทำให้มีตัวเลือกในการทำประกันรถยนต์มากขึ้น จึงควรเปรียบเทียบให้ครบ ๆ ก่อนตัดสินใจ
นอกเหนือจากความคุ้มครอง และค่าเบี้ยที่ต้องเปรียบเทียบให้ดีแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่คนทำประกันรถต้องคิดเผื่อด้วย ก็คือความมั่นคงของบริษัทประกันภัย จำเป็นจะต้องเป็นบริษัทที่มีทุนประกันภัยในระดับมั่นคง เพราะนี่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเคลมโดยตรง บริษัทที่ดีจะต้องมีอู่ในเครือที่ให้บริการครอบคลุม เคลมง่าย บริการดี สะดวกรวดเร็ว เหมือนกับทาง insurverse ประกันภัยรถยนต์แบบออนไลน์รูปแบบใหม่ ภายใต้เครือทิพยประกันภัย ที่พร้อมดูแลคนใช้รถได้แบบครบจบ
ทุกคนรู้กันแล้วใช่ไหม ว่าการเลือกทำประกันรถมือสองนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพียงแต่ต้องพิจารณากันให้ดี ๆ ก่อนเลือกทำประกันสักหน่อยเท่านั้น แค่นี้ก็สามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างสบายใจ ด้วยการมีประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองแบบครบจบ และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จะซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนให้ตอบโจทย์ ให้ทาง insurverse ช่วยคุณดีกว่า เพราะที่นี่ซื้อง่าย เพียงกรอกข้อมูลแค่ไม่กี่ขั้นตอน จ่ายค่าเบี้ยประกัน ก็จะได้รับกรมธรรม์ออนไลน์ พร้อมรับความคุ้มครองในทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน