การเลือกทำประกันรถยนต์ให้ตอบโจทย์ความคุ้มครอง คือสิ่งที่คนใช้รถทุกคนนั้นต้องการ แต่หากความคุ้มครองดังกล่าวนั้นไม่ครอบคลุมมากพอ และอยากจะยกเลิกกรมธรรม์เดิม เพื่อเปลี่ยนประเภทของประกัน จะสามารถทำได้ไหม หลายคนอาจจะเคยสงสัยในจุดนี้ หรือกำลังอยากจะตัดสินใจเปลี่ยนจากประกันรถชั้น 2+ เป็น 1 เพราะอยากได้ความคุ้มครองจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีร่วมด้วย วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจถึงทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนประกันรถยนต์กัน
การเปลี่ยนประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็น 1 สามารถทำได้แน่นอน เพียงแต่ต้องผ่านเงื่อนไขในบางข้อที่ทางบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่กำหนดไว้ ซึ่งหากตกลงกันได้ทั้งสองฝ่ายระหว่างบริษัทประกันภัย และผู้เอาประกัน ก็สามารถทำเรื่องยกเลิกกรมธรรม์เก่าเพื่อรับเงินคืน และทำประกันชั้น 1 ตามขั้นตอนการดำเนินการปกติได้ทันที
ความแตกต่างระหว่างประกันชั้น 1 กับ 2+ ก็คือ ประกันชั้น 1 จะมีความคุ้มครองในกรณีชนแบบไม่มีคู่กรณีเพิ่มเข้ามา รวมไปถึงความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม ซึ่งประกันชั้น 2+ จะไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้ แต่ที่เหลือในส่วนอื่นอย่างการเฉี่ยวชนแบบมีคู่กรณี รถไฟไหม้ โดนโจรกรรม หรือค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งฝั่งเรา และฝั่งคู่กรณีจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด แต่จะต่างกันในเรื่องของวงเงินความคุ้มครองเท่านั้นเอง
ถ้าจะว่ากันตามรายละเอียดประกันชั้น 2+ ก็ต้องบอกว่าประกันประเภทนี้ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ขับขี่มาสักระยะแล้ว ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความคุ้มครองแบบไม่มีคู่กรณี อย่างการขับรถชนต้นไม้ ถอยชนเสา หรือขับชนรั้วบ้าน การทำประกันชั้น 2+ จึงตอบโจทย์มากกว่า เพราะความคุ้มครองที่ได้รับส่วนอื่นนั้นไม่ได้แตกต่างจากประกันชั้น 1 เท่าไหร่ และยังมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกลงอีกด้วย
ประกันชั้น 1 เหมาะกับคนที่ต้องการคุ้มครองแบบครบจบ ไม่ว่าจะเป็นคนที่หัดขับรถไม่นาน หรือเพิ่งออกรถใหม่ป้ายแดง เพราะประกันชั้น 1 จะให้ความดูแลที่ครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเฉี่ยวชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม รวมไปถึงอุบัติเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม ต้นไม้โค่นทับ โดนโจรกรรม ค่าประกันผู้ขับขี่ตัวจากอุบัติเหตุที่เป็นคดีอาญา และอื่น ๆ ก็ล้วนแต่อยู่ในความดูแลของประกันชั้น 1 ทั้งหมด
แต่ก่อนที่จะตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์เดิมที่ทำอยู่ เพื่อเปลี่ยนประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็น 1 สิ่งแรกที่คนใช้รถจะต้องรู้ก็คือ ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะมีเงื่อนบางอย่าง ที่ใช้พิจารณาร่วมด้วยก่อนจะให้ทำประกันชั้น 1 ซึ่งเงื่อนไขที่ว่าจะมีอะไรบ้าง เรามาไล่ดูกันทีละข้อดีกว่า
เงื่อนไขแรกที่ต้องรู้ก็คืออายุของรถ โดยส่วนมากแล้ว รถยนต์ที่มีอายุใช้งานเกิน 10 ปี อาจจะไม่ได้รับการต่ออายุประกันชั้น 1 หรือหากใครที่อยากเปลี่ยนมาใช้ประกันชั้น 1 ก็อาจจะติดเงื่อนไขตรงจุดนี้เช่นกัน ซึ่งจะต้องใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาร่วมกับสภาพรถอีกที
แม้ว่าอายุรถจะเป็นประการด่านแรกที่อาจจะผ่านยากสักหน่อย แต่หากตรวจเช็กสภาพรถแล้วยังสมบูรณ์ดี ไม่เคยเฉี่ยวชนหนัก และประวัติการขับขี่ในการเคลมประกันที่น้อยมาก จุดนี้ก็จะเป็นอีกเกณฑ์พิจารณาจากทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่จะช่วยให้สามารถทำประกันชั้น 1 ได้งายขึ้น
สิ่งต่อมาที่ควรทำ ก็คือการเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายที่อีกครั้ง เพื่อดูว่าเงื่อนประกันของที่ไหนตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบัน การทำประกันรถยนต์ออนไลน์จาก insurverse คืออีกหนึ่งรูปแบบการทำประกันที่ง่าย และก็สะดวกในการได้รับความคุ้มครองทันที อีกทั้งยังมีโปรโมชันส่วนลดมากมาย อยากจะทำประกันเมื่อไหร่ ว่างเวลาไหน ก็สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ในส่วนของขั้นตอนการขอเปลี่ยนประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็น 1 นั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ต้องติดต่อกับบริษัทประกันภัยเจ้าเดิม และเจ้าใหม่เพื่อดำเนินการเท่านั้น โดยจะมีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้
เมื่อตัดสินใจที่จะยกประกันที่เคยทำอยู่ จะต้องติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยเดิม พร้อมกับใช้เอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ โดยจะต้องเซ็นลงบนสำเนาบัตรประชาชน พร้อมกับระบุไปว่าต้องการยกเลิกกรมธรรม์หมายเลขอะไร และจะให้สิ้นสุดความคุ้มครองตามที่ระบุไว้ ก่อนจะทำการคืนกรมธรรม์ต้นฉบับ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคารเพื่อทำเรื่องขอคืนเงินตามเงื่อนไขสัญญา
หลังจากยกเลิกกรมธรรม์กับบริษัทประกันภัยเจ้าเดิมแล้ว สิ่งต่อมาก็คือขั้นตอนการสมัครทำประกันใหม่ตามปกติ โดยจะต้องใช้เอกสารอย่างสำเนาบัตรประชาชน สำเนาเล่มทะเบียนรถ และต้องถ่ายรูปรถ พร้อมกับแนบเอกสารในการประเมินสภาพรถจากบริษัทประกันในการดำเนินการด้วย (กรณีทำประกันชั้น 1) ซึ่งหากทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน ก็จะได้รับความคุ้มครองในทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าต้องรอให้กรมธรรม์เดิมถูกยกเลิกก่อนหรือไม่
เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากเข้าใจถึงรายละเอียดประกันชั้น 2+ กับ 1 ไปแล้ว หากตัดสินใจอยากเปลี่ยนเพื่อรับความคุ้มครองแบบอุ่นใจ ก็สามารถทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน เพียงแต่ต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาในบางเงื่อนไขเท่านั้น แต่ถึงอย่างไร การทำประกันติดรถยนต์เอาไว้ก็ยังสิ่งสำคัญ ที่คนใช้รถทุกคนไม่ควรละเลยในการต่อประกันเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติจะเกิดขึ้นตอนไหน และหากเกิดขึ้นมาแล้วในขณะที่ขาดต่อล่ะก็ ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายเองอาจจะทำเอาสภาพการเงินของเราแย่ไปเลยก็ได้
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน