การซื้อขายรถยนต์มือสอง หรือการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ สิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการดำเนินการโอนรถที่กรมการขนส่งทางบก หลายคนมักมีคำถามว่า ค่าโอนรถยนต์ ปัจจุบันต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดปี 2569 มาให้ครบจบในที่เดียว
สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)
ค่าใช้จ่ายในการโอนรถยนต์จะแบ่งออกเป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐาน และค่าอากรแสตมป์ที่แปรผันตามมูลค่าของตัวรถ สามารถดูสรุปได้จากตารางด้านล่างนี้:
ในขั้นตอนการทำเรื่องขอโอนรถ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นอัตราคงที่ ได้แก่ ค่าคำขอ 5 บาท และค่าธรรมเนียมโอนรถ 100 บาท รวมเป็น 105 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ทุกคนต้องจ่าย
นี่คือส่วนที่ทำให้ค่าโอนรถของแต่ละคันไม่เท่ากัน โดยกรมการขนส่งทางบกจะคิดค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน หรือจำง่ายๆ คือ แสนละ 500 บาท
หากเป็นการ โอนรถข้ามจังหวัด หรือเจ้าของรถต้องการขอเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมคือ ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ 200 บาท และอาจมีค่าธรรมเนียมการย้ายรถเข้า-ออกตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก
การเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้ขั้นตอนการโอนรถรวดเร็วขึ้น โดยเอกสารหลักๆ จะแบ่งตามฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนี้
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถตัวจริง)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
สัญญาซื้อขายรถยนต์ / ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี (ถ้ามี)
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สะดวกไปดำเนินการด้วยตัวเอง หรือเป็นการทำสัญญาแบบ โอนลอยรถยนต์ (เซ็นเอกสารไว้แต่ยังไม่ไปเปลี่ยนชื่อที่ขนส่ง) จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมคือ:
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจได้ที่เว็บไซต์ กรมการขนส่งทางบก (dlt.go.th)
เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ให้ผู้โอนและผู้รับโอน (หรือผู้รับมอบอำนาจ) นำรถยนต์ไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งที่รถยนต์คันนั้นจดทะเบียนอยู่ โดยมีขั้นตอนดังนี้:
กรณีการโอนรถที่ไม่ใช่การซื้อขายทั่วไป เช่น การโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลในครอบครัว จะมีเงื่อนไขค่าใช้จ่ายที่แตกต่างออกไป:
ไม่ได้ กฎหมายระบุว่าการโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเสมอ เพื่อยืนยันความถูกต้องของตัวรถ (ยกเว้นการโอนมรดกที่อาจมีข้อยกเว้นในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่ต้องตรวจสภาพ)
การโอนรถปลายทาง หรือโอนรถข้ามจังหวัด จะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 วันทำการ เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่ทำการทำเรื่องตัดบัญชีรถจากจังหวัดต้นทาง และย้ายทะเบียนเข้าจังหวัดปลายทาง
โดยทั่วไปตามธรรมเนียมการซื้อขายรถยนต์มือสอง ผู้ซื้อ มักจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนรถทั้งหมด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย หากตกลงให้ผู้ขายเป็นคนจัดการก็สามารถทำได้เช่นกัน
หากดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมตรวจสอบเรื่อง พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันภัยรถยนต์ ให้คุ้มครองต่อเนื่องด้วย หากใกล้หมดอายุ สามารถศึกษา วิธีต่อภาษีรถยนต์ หรืออัปเดตกรมธรรม์ให้เป็นชื่อเจ้าของใหม่เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต