vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

เชือดข้าราชการทุจริต! กทม. สั่ง 3 จนท. เอี่ยวสวมสิทธิ ‘บัตรสีชมพู’ ให้ออกทันที : เตือนภัยเจ้าของบ้าน เช็กด่วนมีชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้านหรือไม่ และโทษหนักทางกฎหมาย

schedule
share
กทม. สั่ง 3 จนท. เอี่ยวสวมสิทธิ 'บัตรสีชมพู' ให้ออกทันที

เกิดอะไรขึ้น?

กลายเป็นคดีทุจริตเชิงโครงสร้างที่สั่นสะเทือนระบบทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย เมื่อกรุงเทพมหานครได้ออกคำสั่งลงนามเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนรวม 3 ราย “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” โดยมีผลบังคับใช้ทันที

การดำเนินการเด็ดขาดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษร่วมกับรายการ The EXIT สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และตำรวจ บก.ปปป. เปิดโปงขบวนการนายหน้าลักลอบนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์และเลขประจำตัวประชาชนของคนไทย ไป “สวมสิทธิ” ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู หรือ ท.ร.38/1) ให้แก่กลุ่มบุคคลต่างด้าวและเด็กต่างด้าวมากกว่า 1,000 ราย โดยเรียกรับผลประโยชน์รายละ 30,000 ถึง 50,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ด้านปลัดกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมสั่งการทุกสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ปูพรมตรวจสอบรายการย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่ผิดปกติย้อนหลังทันที

หากเจ้าของบ้านพบว่ามี “ชื่อแปลกปลอม” หรือถูกสวมสิทธิในทะเบียนบ้าน จะส่งผลกระทบทางกฎหมายอย่างไร?

การถูกสวมสิทธิทางทะเบียนราษฎร์ถือเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของบ้านและผู้มีสิทธิโดยตรง ดังนี้:

1. ความเสี่ยงด้านนิติกรรมและหนี้สิน

มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลทะเบียนบ้านไปใช้เปิดบัญชีม้า สมัครสินเชื่อ หรือทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน ซึ่งอาจทำให้เจ้าของบ้านถูกดำเนินคดีในฐานะผู้มีส่วนร่วม

2. การเสียสิทธิและสวัสดิการของรัฐ

การสวมสิทธิอาจทำให้โควตาสิทธิประโยชน์ สวัสดิการแห่งรัฐ หรือสิทธิรักษาพยาบาลถูกนำไปใช้โดยมิชอบ

3. ความรับผิดชอบตามกฎหมายทะเบียนราษฎร

เจ้าของบ้านมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งย้ายเข้า-ย้ายออก หากปล่อยปละละเลยอาจถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็น

ประเด็นกฎหมายหรือความรับผิด

สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมขบวนการ:

  • ป.อ. มาตรา 157: เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท
  • ป.อ. มาตรา 149: เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
  • ป.อ. มาตรา 267: แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
  • พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม): มีโทษทางอาญาทั้งจำและปรับในการทำเอกสารเท็จ

การปราบปรามขบวนการสวมสิทธิบัตรสีชมพูของ กทม. เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและความปลอดภัยของข้อมูลทะเบียนราษฎร์และข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารราชการอยู่เสมอคือหัวใจสำคัญในการปกป้องสิทธิ์และความปลอดภัยของตัวท่านเอง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)