vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

สลด! หนุ่มเมาแล้วขับ BMW พุ่งชนตุ๊กตุ๊กย่านบางบัวทอง ดับ 3 ศพ แอลกอฮอล์ทะลุ 152 mg%

schedule
share

เกิดอุบัติเหตุสลดใจเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา หนุ่มวัย 32 ปี ขับรถหรู BMW รุ่น iX-3 สีดำ ด้วยความเร็วสูง พุ่งชนรถตุ๊กตุ๊กบริเวณปากซอย 12 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นเหตุให้คนขับและผู้โดยสารบนรถตุ๊กตุ๊กเสียชีวิตรวม 3 ราย โดยผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับ BMW สูงถึง 152 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ลำดับเหตุการณ์ BMW พุ่งชนตุ๊กตุ๊ก

จากกล้องวงจรปิดเวลา 04.08 น. บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะรถตุ๊กตุ๊กกำลังเลี้ยวขวาออกจากซอย 12 เพื่อมุ่งหน้าไปหน้าหมู่บ้าน ในจังหวะนั้นรถยนต์ BMW สีดำ ทะเบียน 2 ขฮ 982 กทม. ขับมาด้วยความเร็วสูงและพุ่งชนรถตุ๊กตุ๊กเข้าอย่างจัง

ความแรงของการชนทำให้รถตุ๊กตุ๊กพลิกคว่ำพังยับเยิน ส่วนรถ BMW เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางห่างออกไปประมาณ 20 เมตร สภาพด้านหน้าพังยับและถุงลมนิรภัยทำงาน

รายชื่อผู้เสียชีวิตและผลกระทบต่อครอบครัว

อุบัติเหตุครั้งนี้พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 3 ราย ซึ่งทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าไปที่ตลาดบางบัวทองเพื่อทำมาหากิน:

  • น.ส.ประทุมพร ประเสริฐก้านตรง (อายุ 37 ปี): คนขับรถตุ๊กตุ๊ก ทิ้งสามีที่มีโรคประจำตัวและลูกวัยกำลังเรียน (ม.1 และ ป.3) ไว้เบื้องหลัง
  • น.ส.ภัทร แซ่โง้ว (อายุ 77 ปี): ผู้โดยสาร (พี่สาว)
  • น.ส.ละม้าย อัชฌากรลักษณ์ (อายุ 82 ปี): ผู้โดยสาร (น้องสาว)

ผู้โดยสารทั้งสองเป็นพี่น้องกัน พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันและกำลังจะนำขนมไปขายที่ตลาด ทางญาติได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ไปตั้งสวดอภิธรรมศพที่วัดบางไผ่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมีกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 23 ก.ค. ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน

คำให้การของคนขับ BMW และการดำเนินคดี

ผู้ก่อเหตุคือ นายยศธร จงพุฒิศิริ อายุ 32 ปี หลังเกิดเหตุนั่งรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสภาพมึนเมา โดยให้ข้อมูลสั้น ๆ ว่าเพิ่งกลับจากการดูฟุตบอลโลกที่ร้านอาหารย่านราชพฤกษ์ และพร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากรถมีประกันภัย อย่างไรก็ตาม เมื่อญาติผู้เสียชีวิตสอบถามว่าได้ดื่มสุรามาหรือไม่ นายยศธรกลับปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่า สูงถึง 152 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (กฎหมายกำหนดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) จึงได้ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีข้อหา เมาแล้วขับ และขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

สาระน่ารู้: เมาแล้วขับ แอลกอฮอล์เกิน 50 mg% ประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่?

จากเหตุการณ์นี้ คนขับรถ BMW ได้กล่าวอ้างว่า “รถมีประกันและจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น” แต่ในทางกฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรณีที่ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 152 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (เกินกว่ากฎหมายกำหนดที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) จะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่ประชาชนควรทราบ ดังนี้

1.ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์ (ภาคบังคับ)

แม้ผู้ขับขี่ฝ่ายผิดจะเมาแล้วขับ พ.ร.บ. รถยนต์ ของคันที่เอาประกัน จะยังคงให้ความคุ้มครองแก่ผู้เสียหาย (บุคคลภายนอก) เสมอ โดยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต สูงสุด 500,000 บาทต่อราย เพื่อเป็นการเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเร่งด่วน

2.ความคุ้มครองจาก ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+)

สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะเข้าเงื่อนไข “ข้อยกเว้นความคุ้มครอง” ซึ่งส่งผลดังนี้:

  • ต่อตัวผู้ขับขี่และรถยนต์คันเอาประกัน (รถ BMW): ประกันรถยนต์ จะไม่รับผิดชอบ ค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน รวมถึงค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ที่เมาแต่อย่างใด
  • ต่อผู้เสียหาย (ผู้เสียชีวิตและรถตุ๊กตุ๊ก): เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ บริษัทประกันภัยจะทำการ “จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปก่อน” (ทั้งค่าซ่อมรถตุ๊กตุ๊ก และค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตตามวงเงินในกรมธรรม์)
  • การเรียกเก็บเงินคืน (สวมสิทธิ): หลังจากที่บริษัทประกันจ่ายเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้ว บริษัทประกันจะไป “ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมดคืนจากผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ” ในภายหลัง

ข้อคิดเตือนใจ: อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ นอกจากจะต้องรับโทษทางอาญาที่หนักหน่วงแล้ว ผู้ขับขี่ยังต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว เพราะประกันภัยจะไม่รับความเสี่ยงในส่วนนี้แทนผู้กระทำผิด

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)