ข่าวเศร้าของวงการยูทูบเบอร์ไทย เมื่อ “นายบวรทัต เป็งสุข” หรือที่รู้จักกันในนาม “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันระหว่างการเดินทางไปทำคอนเทนต์ที่ประเทศจอร์เจีย บทความนี้ขอสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเกร็ดความรู้สำคัญสำหรับนักเดินทาง ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันถึงขั้นเสียชีวิตในต่างประเทศ ครอบครัวจะต้องดำเนินการอย่างไร
ฮลุน โซโล่ ได้เดินทางไปยังประเทศจอร์เจียตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. 2569 ก่อนจะขาดการติดต่อกับครอบครัวไปนานกว่า 2 สัปดาห์ จนกระทั่งพี่ชายและญาติๆ ต้องโพสต์ประกาศตามหาตัวและประสานขอความช่วยเหลือผ่านกระทรวงการต่างประเทศ
ความจริงเริ่มกระจ่างเมื่อร้านอาหารไทยในจอร์เจียได้ว่าจ้าง “บอย” ล่ามชาวไทย ให้ช่วยตามหา โดยเริ่มจากการเช็กกับ ตม. พบว่าเขายังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ จึงประสานกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจท้องถิ่นในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้ให้ข้อมูลสุดช็อกว่า พบร่างของฮลุนเสียชีวิตแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.ค. (ราว 10 วันก่อนที่ข่าวจะยืนยัน) ภายในห้องพักของโรงแรมในกรุงทบิลิซี โดยพนักงานโรงแรมเป็นผู้ขึ้นไปพบร่าง เนื่องจากผู้ตายเช็กอินแล้วไม่เคยออกจากห้องพักเลยแม้แต่ครั้งเดียว
กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ได้เดินทางไปประสานงานกับทางการท้องถิ่นและยืนยันข่าวการเสียชีวิตกับทางครอบครัวเป็นที่เรียบร้อย ในด้านคดี ทางการจอร์เจียกำลังดำเนินการสอบสวนตาม “มาตรา 115” ของประมวลกฎหมายอาญา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับนักเดินทางทุกคน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในต่างประเทศ การจัดการเรื่องร่างและการประสานงานต่างๆ เป็นเรื่องที่มีขั้นตอนซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง
เมื่อได้รับการยืนยันการเสียชีวิต สิ่งแรกที่ครอบครัวควรทำคือ ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น สถานทูตจะช่วยประสานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแนะนำเอกสารที่ครอบครัวต้องเตรียม อย่างไรก็ตาม สถานทูตมีหน้าที่ช่วยประสานงานและแนะนำขั้นตอนเท่านั้น ส่วนการนำร่างกลับไทยและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ครอบครัวยังต้องเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้น ครอบครัวต้องตัดสินใจว่าจะจัดพิธีในประเทศนั้น ส่งร่างกลับประเทศไทย หรือฌาปนกิจแล้วส่งอัฐิกลับมา แต่ละทางเลือกมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน โดยเฉพาะการส่งร่างกลับไทย อาจมีทั้งค่าเก็บรักษา ค่าจัดเตรียมร่าง ค่าเอกสารและการแปล รวมถึงค่าขนส่งทางสายการบิน ซึ่งอาจสูงถึงหลักแสนบาทได้
หากไม่มีประกันเดินทาง โดยทั่วไปครอบครัวต้องติดต่อบริษัทผู้ให้บริการ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้เอง แต่ถ้ามีประกันเดินทาง สิ่งที่ควรทำทันทีคือโทรหาเบอร์ Assistance ก่อนดำเนินการหรือจ้างผู้ให้บริการเอง เพราะแต่ละกรมธรรม์อาจมีขั้นตอนและเงื่อนไขแตกต่างกัน ฝ่าย Assistance จะช่วยตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองส่วนไหนบ้าง ประสานผู้ให้บริการ และแนะนำว่าครอบครัวต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้าง สำหรับยื่น เคลมประกันเดินทางต่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไข เพื่อให้การส่งร่างหรืออัฐิกลับประเทศดำเนินไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
แม้บริษัทประกันจะช่วยประสานงานได้ แต่ครอบครัวยังต้องมีส่วนในการเตรียมเอกสารและยืนยันว่าจะเลือกดำเนินการในรูปแบบใด และอีกเรื่องที่ต้องเช็กให้ชัดคือ เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต กับค่าใช้จ่ายในการส่งร่างหรืออัฐิกลับประเทศ เป็นความคุ้มครองคนละส่วนกัน ดังนั้นก่อนซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ ควรดูให้ครบว่ากรมธรรม์มีทั้งสองส่วนหรือไม่ และให้วงเงินเท่าไร
ใครมีข้อสงสัยเรื่องประกัน คอมเมนต์ถามไว้ได้เลยนะคะ แล้วกดติดตามช่อง insurverse ไว้ จะได้ไม่พลาดข้อมูลดี ๆ ค่ะ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ย้อนรอยมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดินกว่า 30 ปี วัดป่าอดุลยาราม กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเกิดเหตุการณ์กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน นำท่อปูนซีเมนต์มาปิดกั้นทางเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม (ตั้งอยู่บริเวณชุมชนกังสดาล ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น) พร้อมติดป้ายประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการเข้าไปทำบุญหรือใช้สถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา จุดเริ่มต้นจากศรัทธา สู่การฟ้องร้อง วัดป่าอดุลยารามก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 โดยได้รับการอุทิศที่ดินกว่า 21 ไร่ และได้รับทะเบียนจัดตั้งเป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2541 แม้ว่าก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2555 ศาลฎีกาจะเคยมีคำพิพากษายกฟ้องฝ่ายทายาทไปแล้ว และทางนักวิชาการด้านกฎหมายได้ออกมาระบุถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าเมื่อมีเจตนาอุทิศที่ดินให้สร้างวัด ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันข้อพิพาทนี้ก็กลับมาปะทุอีกครั้งและยังคงอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย เจาะลึกมุมมองทางกฎหมาย: วัดหรือทายาท? ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและคำพิพากษาศาลฎีกา การวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจ อ้างอิงความเห็นจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่กล่าวถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าการอุทิศที่ดินสร้างวัดเมื่อเจตนาชัดเจน ที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้จะไม่ทำเป็นหนังสือก็ตาม ผลกระทบต่อชุมชนและการจัดการความเสี่ยง วัดป่าอดุลยารามไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นศูนย์รวมใจของชาวขอนแก่น โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยเหลืองานฌาปนกิจศพให้กับประชาชนในพื้นที่และใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น การที่พื้นที่เกิดความไม่แน่นอนจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนในชุมชน ขับรถเที่ยวขอนแก่นอย่างอุ่นใจ: สิ่งที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ทรถ การปรับเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน… Continue reading สรุปดราม่าที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ขอนแก่น ปิดทางเข้าออก พร้อมแนะนำที่เที่ยวทดแทน
เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางดึก เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุ กราดยิงในงานชิม ช้อป ใช้ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) เป็นเหตุให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาร่วมงานได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย พร้อมเร่งล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี สรุปเหตุการณ์กราดยิงกลางงาน ชิม ช้อป ใช้ ด่านขุนทด จากการสอบสวนเบื้องต้นโดย พ.ต.ท.อาคม ชุดขุนทด รอง ผกก.ป.สภ.ด่านขุนทด ทราบว่าในช่วงที่งานกำลังจะเลิก กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดและอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ (ปืนลูกซองลูก 100) กราดยิงเข้ามาในพื้นที่จัดงาน ส่งผลให้กระสุนกระจายตัวไปโดนผู้คนในบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธด่านขุนทด และบางรายที่มีอาการสาหัสถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ (รวม 6 ราย) ชนวนเหตุสลด: เริ่มต้นจากการจับกุมคนร้าย “ขโมยรถจักรยานยนต์” สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ตำรวจได้สืบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้พยายามเข้ามา ขโมยรถจักรยานยนต์… Continue reading อุกอาจ! เหตุกราดยิงงาน “ชิม ช้อป ใช้” ด่านขุนทด โคราช บาดเจ็บ 6 ราย ตำรวจรวบมือปืนได้แล้ว
เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคมของทุกปี หลายคนมักจะนึกถึง “วันแม่แห่งชาติ” ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่ลูก ๆ จะได้แสดงความกักตัญญูและใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัว ล่าสุดได้มีการประกาศสำคัญจากทางภาครัฐเกี่ยวกับการกำหนดสถานะของวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับทราบและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ บทความนี้จะมาสรุปรายละเอียดให้ฟังว่า มติล่าสุดคืออะไร และวันที่ 12 สิงหาคม ยังคงเป็นวันหยุดราชการอยู่หรือไม่ มติ ครม. และราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย โดยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย 2 ประการ ได้แก่ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นำมาซึ่งความเศร้าโศกแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา จึงได้มีการประกาศให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมกันน้อมรำลึกและสืบสานความหมายของวันแม่แห่งชาติต่อไป วันที่ 12 สิงหาคม ยังเป็นวันหยุดราชการไหม? สำหรับใครที่กำลังวางแผนพักผ่อนหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว… Continue reading สรุปชัด! 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ และวันหยุดราชการ (วันแม่แห่งชาติ)