เมื่อพูดถึงรถกระบะที่ครองใจคนไทยมายาวนาน แน่นอนว่า ISUZU คือหนึ่งในชื่อที่คนไทยจำนวนมากให้ความไว้วางใจ ด้วยความทนทานและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ทำให้รถกระบะ isuzu ทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ISUZU D-MAX ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของรถกระบะที่ครบเครื่อง
รถกระบะ isuzu D-MAX มีหลากหลายรุ่นย่อย ซึ่งการเลือกรุ่นที่เหมาะสมควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและความต้องการเฉพาะของตัวเอง และต่อไปนี้คือ 4 รุ่นที่เราเลือกมาสำหรับแต่ละสไตล์:
1. ISUZU D-MAX Spark (ตอนเดียว)
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่ต้องการรถกระบะสำหรับขนส่งสินค้า ด้วยกระบะท้ายที่กว้างและรองรับน้ำหนักได้มาก ราคาที่ประหยัดกว่ารุ่นอื่น และเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 2.2 และ 3.0 ลิตร ทำให้ลงตัวกับการใช้งานเชิงพาณิชย์
2. ISUZU D-MAX Spacecab (กระบะตอนครึ่ง)
ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้าย เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์หรือการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าพื้นที่ในแคปจะนั่งไม่สบายเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยเหมาะกับการเดินทางไกล
3. ISUZU D-MAX Cab4 (รถ 4 ประตู)
เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการรถกระบะอเนกประสงค์ ใช้งานได้ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด จุดเด่นคือพื้นที่ห้องโดยสารมีความกว้างขวาง นั่งสบาย อย่างไรก็ตาม รถรุ่นนี้จะลุยทางยากลำบากมากไม่ได้ เพราะไม่ใช่รถยกสูง แต่ถ้าคุณมองหารถใช้ในชีวิตประจำวัน เดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวในจุดที่ไม่ต้องลุยมาก รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์
4. ISUZU D-MAX V-Cross (4×4)
รถกระบะ isuzu รุ่นนี้คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน ถือเป็นรุ่นท็อปของ D-MAX ซึ่งถ้ามองหารถที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน ก็ต้องรุ่นนี้เท่านั้น
All-New ISUZU D-MAX X-Series ถือว่าเป็นรถกระบะ isuzu 4 ประตูรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับการอัปเกรดทั้งภายนอกและภายใน เพื่อเพิ่มความหรูหราและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล การออกแบบภายนอกมีจุดเด่นที่กระจังหน้าใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า Bi-LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และกระบะท้ายที่เสริมความแกร่ง ทำให้รองรับน้ำหนักได้มาก พร้อมพื้นปูแบบพิเศษเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
สำหรับการออกแบบภายใน มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะหนังคุณภาพสูง ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว และมีระบบความบันเทิงที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เลือกใช้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันซึ่งมีปุ่มควบคุมต่าง ๆ เพื่อความสะดวกระหว่างขับขี่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone เพื่อให้ผู้ที่นั่งเบาะหลังได้รับความสบาย
1. สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม
X-Series รุ่นปัจจุบันที่จำหน่ายอยู่ เลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบช่วงล่างใหม่ที่ออกแบบมาให้รองรับทุกสภาพถนน นอกจากนี้ยังมีรุ่นไฮบริดที่เลือกใช้เครื่องยนต์ 1.9 Ddi MHEV ซึ่งช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
2. เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง และความสะดวกสบายในการขับขี่
มาพร้อมระบบเบรก ABS และ EBD ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC) ระบบตรวจจับมุมอับสายตา (Blind Spot Monitoring) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และเบาะนั่งคนขับที่ปรับได้หลายทิศทาง (เช่นเดียวกับที่ทำได้ในรถ SUV หลายรุ่น) โดยในแต่ละรุ่นย่อยอาจมีระบบความปลอดภัยเพิ่มหรือลดลงมากกว่านี้ได้
3. จุดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์
ไม่ว่าจะใช้ขนของ เดินทางไกล หรือใช้งานในชีวิตประจำวัน ISUZU D-MAX 4 ประตู ก็พร้อมรองรับทุกความต้องการ นอกจากนี้ การที่มีรุ่นย่อยให้เลือกมากมายพร้อมกำลังเครื่องยนต์ที่ต่างกัน ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี
ราคาของรถกระบะ isuzu D-MAX 4 ประตูมีหลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์เสริม โดยราคาเริ่มต้นของรุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 750,000 บาท และสูงสุดที่ประมาณ 1,200,000 บาท ซึ่งราคาคร่าว ๆ มีดังนี้
ไม่ว่าคุณจะเลือกรถกระบะ isuzu D-max รุ่นไหน และไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบใด สิ่งสำคัญคือรถคุณควรต้องมีประกันรถยนต์ เช่น ประกันชั้น 2+ เพื่อมีตัวช่วยเอาไว้ดูแลทั้งคุณและรถในทุกการขับขี่ แนะนำประกันรถยนต์จาก insurverse คุ้มครองอย่างรอบด้านและบริการที่ดีเยี่ยมจากทีมงานมืออาชีพ วันนี้สามารถ เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ได้ผ่านระบบออนไลน์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ย้อนรอยมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดินกว่า 30 ปี วัดป่าอดุลยาราม กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเกิดเหตุการณ์กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน นำท่อปูนซีเมนต์มาปิดกั้นทางเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม (ตั้งอยู่บริเวณชุมชนกังสดาล ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น) พร้อมติดป้ายประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการเข้าไปทำบุญหรือใช้สถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา จุดเริ่มต้นจากศรัทธา สู่การฟ้องร้อง วัดป่าอดุลยารามก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 โดยได้รับการอุทิศที่ดินกว่า 21 ไร่ และได้รับทะเบียนจัดตั้งเป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2541 แม้ว่าก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2555 ศาลฎีกาจะเคยมีคำพิพากษายกฟ้องฝ่ายทายาทไปแล้ว และทางนักวิชาการด้านกฎหมายได้ออกมาระบุถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าเมื่อมีเจตนาอุทิศที่ดินให้สร้างวัด ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันข้อพิพาทนี้ก็กลับมาปะทุอีกครั้งและยังคงอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย เจาะลึกมุมมองทางกฎหมาย: วัดหรือทายาท? ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและคำพิพากษาศาลฎีกา การวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจ อ้างอิงความเห็นจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่กล่าวถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าการอุทิศที่ดินสร้างวัดเมื่อเจตนาชัดเจน ที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้จะไม่ทำเป็นหนังสือก็ตาม ผลกระทบต่อชุมชนและการจัดการความเสี่ยง วัดป่าอดุลยารามไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นศูนย์รวมใจของชาวขอนแก่น โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยเหลืองานฌาปนกิจศพให้กับประชาชนในพื้นที่และใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น การที่พื้นที่เกิดความไม่แน่นอนจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนในชุมชน ขับรถเที่ยวขอนแก่นอย่างอุ่นใจ: สิ่งที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ทรถ การปรับเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน… Continue reading สรุปดราม่าที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ขอนแก่น ปิดทางเข้าออก พร้อมแนะนำที่เที่ยวทดแทน
เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางดึก เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุ กราดยิงในงานชิม ช้อป ใช้ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) เป็นเหตุให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาร่วมงานได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย พร้อมเร่งล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี สรุปเหตุการณ์กราดยิงกลางงาน ชิม ช้อป ใช้ ด่านขุนทด จากการสอบสวนเบื้องต้นโดย พ.ต.ท.อาคม ชุดขุนทด รอง ผกก.ป.สภ.ด่านขุนทด ทราบว่าในช่วงที่งานกำลังจะเลิก กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดและอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ (ปืนลูกซองลูก 100) กราดยิงเข้ามาในพื้นที่จัดงาน ส่งผลให้กระสุนกระจายตัวไปโดนผู้คนในบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธด่านขุนทด และบางรายที่มีอาการสาหัสถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ (รวม 6 ราย) ชนวนเหตุสลด: เริ่มต้นจากการจับกุมคนร้าย “ขโมยรถจักรยานยนต์” สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ตำรวจได้สืบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้พยายามเข้ามา ขโมยรถจักรยานยนต์… Continue reading อุกอาจ! เหตุกราดยิงงาน “ชิม ช้อป ใช้” ด่านขุนทด โคราช บาดเจ็บ 6 ราย ตำรวจรวบมือปืนได้แล้ว
เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคมของทุกปี หลายคนมักจะนึกถึง “วันแม่แห่งชาติ” ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่ลูก ๆ จะได้แสดงความกักตัญญูและใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัว ล่าสุดได้มีการประกาศสำคัญจากทางภาครัฐเกี่ยวกับการกำหนดสถานะของวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับทราบและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ บทความนี้จะมาสรุปรายละเอียดให้ฟังว่า มติล่าสุดคืออะไร และวันที่ 12 สิงหาคม ยังคงเป็นวันหยุดราชการอยู่หรือไม่ มติ ครม. และราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย โดยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย 2 ประการ ได้แก่ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นำมาซึ่งความเศร้าโศกแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา จึงได้มีการประกาศให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมกันน้อมรำลึกและสืบสานความหมายของวันแม่แห่งชาติต่อไป วันที่ 12 สิงหาคม ยังเป็นวันหยุดราชการไหม? สำหรับใครที่กำลังวางแผนพักผ่อนหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว… Continue reading สรุปชัด! 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ และวันหยุดราชการ (วันแม่แห่งชาติ)