จากกรณีข่าวที่ได้รับการพูดถึงบนโลกออนไลน์ (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวช่อง 7 และสำนักข่าวไทย) ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อรถพ่วงบรรทุกไม้ยูคาลิปตัสเกิดคดี “สายรัดขาด” ส่งผลให้ท่อนไม้จำนวนมากร่วงหล่นลงมาบนถนน ตัดหน้ารถเก๋งที่ขับตามมาอย่างกระชั้นชิด โชคดีที่ผู้ขับขี่รถเก๋งมีสติและเบรกได้ทัน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายบนท้องถนนที่ไม่อาจคาดเดาได้ และนำมาสู่คำถามสำคัญที่ผู้ใช้รถหลายคนสงสัยว่า… หากเกิดเหตุการณ์ “ของร่วงใส่รถ” รถพังเสียหาย เราจะเรียกร้องค่าเสียหายจากใครได้บ้าง?
เมื่อเกิดเหตุการณ์สิ่งของหล่นใส่รถ หากคุณมี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือว่าอุ่นใจได้เลย เพราะประกันให้ความคุ้มครองครอบคลุม ครบจบทุกกรณี แต่ถ้าคุณถือประกันประเภทอื่นล่ะ จะทำอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า หากเราถือประกันรถยนต์ 2+ หรือ 3+ ประกันกลุ่มนี้มีเงื่อนไขหลักคือ จะจ่ายค่าซ่อมรถให้เรา ‘เฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น’ (รถชนรถ) ส่วนประกันชั้น 3 จะเน้นคุ้มครองซ่อมรถให้คู่กรณีเป็นหลัก ไม่คุ้มครองตัวรถเรา
ในเคสที่ของตกใส่ หรือมีวัตถุหลุดกระเด็นใส่ บริษัทประกันภัยจะมองว่าเป็น ‘อุบัติเหตุจากวัตถุตกใส่’ ไม่ใช่ ‘รถชนรถ’ ทำให้ประกันภาคสมัครใจชั้น 2+, 3+ และ 3 จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถให้เราครับ
[H3] ไม่ต้องตกใจ! เรายังเรียกร้องเงินคืนได้จาก 3 ช่องทางนี้ แม้ประกันรถยนต์ของเราอาจจะไม่ครอบคลุมค่าซ่อม แต่ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูกและมีหลักฐานชัดเจน เราสามารถเรียกร้องสิทธิได้ดังนี้ครับ:
(Tip: การมีกล้องหน้ารถที่คมชัด คือพยานปากเอกที่จะช่วยให้การเคลมประกันทุกช่องทางง่ายขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์)
อุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะเหตุการณ์ของร่วงใส่รถ หรือหินกระเด็นใส่กระจก เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราอย่างสิ้นเชิง การหวังพึ่งเพียง พ.ร.บ. หรือการตามตัวคู่กรณีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย อาจทำให้เสียเวลาและสุขภาพจิต
เพราะฉะนั้น หากไม่อยากเสี่ยงกับอุบัติเหตุที่เลี่ยงไม่ได้ และไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการตามสืบหาคู่กรณี การเลือกความคุ้มครองแบบครอบคลุมรอบด้านด้วยประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด สนใจประเมินความเสี่ยงและเช็กราคาเบี้ยประกันที่คุ้มค่าในแบบของคุณได้เลยที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ฝนถล่มถนนลื่น กระบะโตโยต้าวีโก้หลุดโค้งพลิกคว่ำข้างทางถนนทาเหนือ-ออนกลาง เจ็บระนาว 5 ราย เกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางสายธรรมชาติ ถนนสายตำบลทาเหนือ – ตำบลออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ เสียหลักลื่นไถลหลุดโค้งพลิกคว่ำลงข้างทาง สภาพรถพังยับเยิน ส่งผลให้ผู้โดยสารและคนขับได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปราย กู้ภัยแม่ออนช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ตำรวจ สภ.แม่ออน เตือนผู้ใช้ทางระวังโค้งอันตราย กฎหมายจราจรและความรับผิดชอบต่อการขับรถในสภาพถนนเปียกลื่น ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) และ 67: คำแนะนำการขับขี่ปลอดภัยบนเส้นทางภูเขาและทางโค้งช่วงฝนตก ลดความเร็วลงอย่างน้อย 30-40% ตรวจสอบดอกยางและลมยางสม่ำเสมอ ห้ามแตะเบรกกะทันหันกลางโค้ง ให้ชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้ง และคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน สรุปและการคุ้มครองการเดินทาง ถนนลื่นในฤดูฝนเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุหลุดโค้ง การมี พ.ร.บ. รถยนต์ และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถได้อย่างครอบคลุม
เพลิงแดงฉานข้ามคืน เผาโกดังโรงงานที่นอนบางไทรกว่า 30 ไร่วอด โครงสร้างยุบตัว เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เปลวเพลิงโหมลุกไหม้โรงงานผลิตที่นอนและเครื่องนอนอย่างรุนแรง เนื่องจากภายในเก็บวัตถุดิบฟองน้ำ ยางพารา และโฟมไวไฟ เพลิงลุกลามเผาผลาญโกดังและอาคารโรงงานพื้นที่กว่า 30 ไร่จนโครงเหล็กยุบตัว รถดับเพลิงกว่า 20 คันระดมฉีดน้ำตลอดคืนจนคุมเพลิงได้ ไร้เจ็บเสียชีวิต คาดมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท กฎหมายโรงงานและมาตรฐานความปลอดภัยในการจัดเก็บเชื้อเพลิงไวไฟ ตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2532 และ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจและทดสอบระบบเตือนภัยและดับเพลิงในโรงงาน: ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้โรงงานสารเคมีและโฟม ประชาชนในชุมชนใต้ลมควรสวมหน้ากากป้องกันควันพิษ ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และอพยพไปอยู่ในพื้นที่เหนือลมเพื่อความปลอดภัยจากก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้สารโพลียูรีเทน สรุปและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ อัคคีภัยในโรงงานขนาดใหญ่สร้างความเสียหายมหาศาล การมี ประกันภัยทรัพย์สิน IAR ควบคู่กับ ประกันธุรกิจหยุดชะงัก เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินกิจการต่อได้อย่างมั่นคง และสำหรับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงการมี ประกันบ้านและคอนโด ช่วยคุ้มครองความเสียหายหากเกิดไฟลุกลามหรือสะเก็ดไฟ
เช้าตรู่วันหยุด จยย. ชนสนั่นกลางถนนเขาชี-ยางเอน ดับคาที่ 1 ราย เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนสายเขาชี – ยางเอน ใกล้ 4 แยกนิคมปิ่นทอง 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รถจักรยานยนต์ 2 คันเฉี่ยวชนกันอย่างจัง ส่งผลให้ชายวัย 29 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจากบาดแผลรุนแรงที่ศีรษะ ส่วนชายคู่กรณีวัย 61 ปี ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้เร่งช่วยเหลือ ตำรวจ สภ.บ่อวิน เร่งตรวจกล้องวงจรปิด กฎหมายจราจรว่าด้วยการขับขี่ผ่านทางร่วมทางแยกในเขตอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 70 และ 71: ข้อแนะนำการขับขี่ปลอดภัยบริเวณทางแยกนิคมอุตสาหกรรม ชะลอความเร็วทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้สี่แยก สวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานทุกการขับขี่ และเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนทิศทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร สรุปและการคุ้มครองชีวิตคนทำงาน อุบัติเหตุทางถนนพรากชีวิตคนวัยทำงานได้ในเสี้ยววินาที การมี พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ที่ไม่ขาดอายุ ควบคู่กับ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล… Continue reading จยย.ชนกันแยกนิคมปิ่นทอง 3 ดับ 1 เจ็บ 1: ส่องกฎหมายทางแยก & สิทธิเบิก พ.ร.บ. 5 แสน