vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

เยาวชนก่อเหตุ ยิงในโรงเรียน ใครรับผิดชอบค่าเสียหาย? สรุปข้อกฎหมายและสิทธิเยียวยา

schedule
share
เหตุกราดยิงโรงเรียน เยาวชนก่อเหตุ

จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ก่อเหตุยังเป็นเพียงเยาวชน นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คำถามสำคัญที่สังคมและครอบครัวผู้เสียหายมักตั้งข้อสงสัยตามมาคือ “ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับผิดชอบเมื่อเยาวชนเป็นผู้กระทำผิด รวมถึงช่องทางการขอรับเงินเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะนี้

เด็กและเยาวชนก่อเหตุสร้างความเสียหาย ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ?

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชน ในทางกฎหมายจำเป็นต้องแยกพิจารณาออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ เพื่อความชัดเจนในการรับผิดชอบ ดังนี้

โทษทางอาญา และ ความรับผิดทางแพ่ง

  • โทษทางอาญา: หากผู้ก่อเหตุเป็นเด็กที่อายุไม่เกิน 12 ปี กฎหมายไทยได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า “เด็กไม่ต้องรับโทษทางอาญา”
  • ความรับผิดทางแพ่ง (การชดใช้ค่าเสียหาย): การที่เด็กไม่ต้องรับโทษทางอาญา ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีการชดใช้ค่าเสียหาย เพราะเรื่องค่าเสียหายเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า ความรับผิดทางแพ่ง ซึ่งยังคงต้องมีการรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย

พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือโรงเรียน ต้องจ่ายแทนทุกกรณีหรือไม่?

หากผู้เยาว์ไปกระทำละเมิดหรือทำให้คนอื่นได้รับความเสียหาย ผู้เยาว์เองอาจต้องรับผิด และในขณะเดียวกัน พ่อแม่หรือผู้ปกครองก็อาจต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายแทนในทุกกรณี เพราะศาลจะพิจารณาด้วยว่าผู้ปกครองได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลอย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่เหตุเกิดในพื้นที่โรงเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนจะต้องรับผิดทันทีเสมอไป แต่ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้น ใครเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเด็ก และมีการละเลยต่อหน้าที่การดูแลนั้นหรือไม่

ช่องทางการรับเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียหาย

นอกจากการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายแล้ว ผู้เสียหายยังอาจได้รับเงินช่วยเหลือและเยียวยาจากช่องทางอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้ครับ

1.เงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาจากรัฐ

ผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา (เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย หรือเสียชีวิตจากเหตุอาชญากรรม) อาจมีสิทธิยื่นเรื่องขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาจากกระทรวงยุติธรรมได้ โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนด

2.ความคุ้มครองจากประกันที่ผู้เสียหายมีอยู่

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ทันทีคือ ประกันภัยที่ผู้เสียหายได้ทำไว้ โดยเฉพาะ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ซึ่งกรมธรรม์บางฉบับมีความคุ้มครองครอบคลุมไปถึง กรณีถูกลอบทำร้ายร่างกาย ด้วย

ตัวอย่างเช่น บางกรมธรรม์อาจให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 30,000 บาทต่อครั้ง และหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายถึงขั้นเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อาจมีทุนประกันช่วยเหลือครอบครัวสูงถึง 100,000 บาท (ทั้งนี้ จำนวนเงินและเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์จะไม่เหมือนกัน ผู้ทำประกันควรเช็กรายละเอียดในกรมธรรม์ของตนเองอีกครั้ง)

สรุป

สรุปง่าย ๆ คือ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเด็กและอาจไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ผู้เสียหายยังคงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและขอเงินเยียวยาได้ โดยแหล่งที่มาของเงินชดเชยอาจมาจากทั้ง ผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย + เงินเยียวยาจากรัฐ + ประกันภัยที่ผู้เสียหายมีอยู่

เหตุการณ์ความสูญเสียเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า การมีหลักประกันเตรียมพร้อมไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณต้องการความอุ่นใจในทุกก้าวของชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุ้มครองคุณจากเหตุไม่คาดฝัน ครอบคลุมตั้งแต่อุบัติเหตุทั่วไปจนถึงกรณีถูกทำร้ายร่างกาย ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลและมอบทุนประกันให้คุณและคนที่คุณรักในวันที่เกิดวิกฤต เพื่อให้คุณก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้อย่างมั่นคงที่สุด

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)