จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ก่อเหตุยังเป็นเพียงเยาวชน นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คำถามสำคัญที่สังคมและครอบครัวผู้เสียหายมักตั้งข้อสงสัยตามมาคือ “ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับผิดชอบเมื่อเยาวชนเป็นผู้กระทำผิด รวมถึงช่องทางการขอรับเงินเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะนี้
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้กระทำผิดเป็นเยาวชน ในทางกฎหมายจำเป็นต้องแยกพิจารณาออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ เพื่อความชัดเจนในการรับผิดชอบ ดังนี้
หากผู้เยาว์ไปกระทำละเมิดหรือทำให้คนอื่นได้รับความเสียหาย ผู้เยาว์เองอาจต้องรับผิด และในขณะเดียวกัน พ่อแม่หรือผู้ปกครองก็อาจต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายแทนในทุกกรณี เพราะศาลจะพิจารณาด้วยว่าผู้ปกครองได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลอย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่เหตุเกิดในพื้นที่โรงเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนจะต้องรับผิดทันทีเสมอไป แต่ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้น ใครเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเด็ก และมีการละเลยต่อหน้าที่การดูแลนั้นหรือไม่
นอกจากการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายแล้ว ผู้เสียหายยังอาจได้รับเงินช่วยเหลือและเยียวยาจากช่องทางอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้ครับ
ผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา (เช่น ถูกทำร้ายร่างกาย หรือเสียชีวิตจากเหตุอาชญากรรม) อาจมีสิทธิยื่นเรื่องขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาจากกระทรวงยุติธรรมได้ โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนด
อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ทันทีคือ ประกันภัยที่ผู้เสียหายได้ทำไว้ โดยเฉพาะ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ซึ่งกรมธรรม์บางฉบับมีความคุ้มครองครอบคลุมไปถึง กรณีถูกลอบทำร้ายร่างกาย ด้วย
ตัวอย่างเช่น บางกรมธรรม์อาจให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 30,000 บาทต่อครั้ง และหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายถึงขั้นเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อาจมีทุนประกันช่วยเหลือครอบครัวสูงถึง 100,000 บาท (ทั้งนี้ จำนวนเงินและเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์จะไม่เหมือนกัน ผู้ทำประกันควรเช็กรายละเอียดในกรมธรรม์ของตนเองอีกครั้ง)
สรุปง่าย ๆ คือ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเด็กและอาจไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ผู้เสียหายยังคงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและขอเงินเยียวยาได้ โดยแหล่งที่มาของเงินชดเชยอาจมาจากทั้ง ผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย + เงินเยียวยาจากรัฐ + ประกันภัยที่ผู้เสียหายมีอยู่
เหตุการณ์ความสูญเสียเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า การมีหลักประกันเตรียมพร้อมไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณต้องการความอุ่นใจในทุกก้าวของชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยคุ้มครองคุณจากเหตุไม่คาดฝัน ครอบคลุมตั้งแต่อุบัติเหตุทั่วไปจนถึงกรณีถูกทำร้ายร่างกาย ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลและมอบทุนประกันให้คุณและคนที่คุณรักในวันที่เกิดวิกฤต เพื่อให้คุณก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้อย่างมั่นคงที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
คลิปไวรัลระทึกเขาใหญ่ เก๋งเร่งเครื่องประมาทเฉียด “พ่องาทอง-น้องต้นกล้า” กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อมีผู้บันทึกภาพเหตุการณ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันหนึ่งขับขี่ด้วยความเร็วและแสดงพฤติกรรมน่าหวาดเสียว พุ่งเข้าใส่ในระยะประชิดกับ “พ่องาทอง” ช้างป่าเขาใหญ่ตัวใหญ่ และ “น้องต้นกล้า” ลูกช้างป่าที่กำลังเดินข้ามถนนสายท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้ลูกช้างเกิดอาการตื่นตระหนกและเกือบถูกรถพุ่งชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 – 21 กันยายน 2569 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ยืนยันว่า ทราบตัวผู้ครอบครองยานพาหนะแล้ว และได้ออกหนังสือเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างบรรทัดฐานความปลอดภัยในพื้นที่อนุรักษ์ คำถามที่พบบ่อย: ขับรถชนสัตว์ป่าในอุทยาน หรือถูกช้างป่าเหยียบ ประกันจ่ายไหม? ข้อสงสัยยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ: เปิดข้อกฎหมาย: ฝ่าฝืนระเบียบอุทยานฯ เสี่ยงทั้งโทษจำและปรับ การขับรถประมาทหวาดเสียวเข้าใกล้สัตว์ป่ามีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ: 1. พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562: 2. พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562: หากการกระทำเข้าข่ายการล่าหรือทำอันตรายต่อสัตว์ป่าสงวนหรือคุ้มครอง มีโทษจำคุกและปรับหลักแสน 3. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522: ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดในเขตอุทยาน (จำกัดความเร็ว 60 กม./ชม.) กฎเหล็ก 5 ข้อเมื่อเจอช้างป่าบนถนนเขาใหญ่ 1. หยุดรถให้ห่างอย่างน้อย… Continue reading เขาใหญ่ฟันเก๋งซิ่งเฉียดชนช้างป่า เช็กกฎหมายอุทยานและประกันภัยรถชนสัตว์
กปช.จต. ซุ่มจับริมชายแดน ยึดรถ จยย. สภาพใหม่เตรียมส่งออกเขมร เมื่อช่วงดึกย่างเข้าสู่วันที่ 21 กันยายน 2569 กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่ชั้นใน ลำเลียงข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงสนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรและฝ่ายปกครอง ตั้งจุดซุ่มตรวจจนพบกลุ่มชายต้องสงสัยกำลังช่วยกันเข็นและขนย้ายรถจักรยานยนต์สภาพใหม่เอี่ยมที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4 คัน มุ่งหน้าข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมตรวจยึดยาไอซ์จำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมและเตรียมส่งขายตามออเดอร์ ข้อสงสัยยอดฮิต: รถถูกขโมยส่งข้ามแดนไปแล้ว จะเคลมประกันรถหายได้หรือไม่? สำหรับเจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อไฟแนนซ์ที่ตกเป็นเหยื่อรถหาย: 1. เคลมได้ทันทีตามเงื่อนไขกรมธรรม์: แม้รถจะถูกนำข้ามแดนไปแล้วหรือตามรถกลับมาไม่ได้ หากมี “ประกันภัยรถหาย” หรือประกันภัยรถยนต์/รถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจที่คุ้มครองกรณีสูญหาย (ชั้น 1 หรือ 2+) บริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามทุนประกันที่ระบุไว้ในสัญญา (โดยทั่วไปอยู่ที่ 70-80% ของราคารถ) 2. ขั้นตอนการเคลม: ผู้เสียหายต้องนำใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ เอกสารสัญญากรมธรรม์ และกุญแจรถ (ถ้ามี) ไปยื่นเรื่องต่อบริษัทประกันภัยและไฟแนนซ์เพื่อดำเนินการปิดบัญชีหนี้ เปิดข้อกฎหมาย: โทษหนักทั้งขบวนการ ตั้งแต่ขโมยจนถึงลักลอบส่งออก 1.… Continue reading ทัพเรือสกัดจับแก๊งลัก จยย. ข้ามแดนจันทบุรี เช็กข้อกฎหมายและสิทธิเคลมประกันรถหาย
เหตุระทึกแยกลือชัย รถโม่ปูนเสียหลักอัดกำแพงบ้านพังยับเยิน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางหลวงใกล้แยกลือชัย ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน สีขาว เกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างจัง จนหน้ารถยุบอัดติดกับแนวกำแพงอิฐพังทลาย ส่งผลให้คนขับรถบรรทุกเพศชาย วัย 40 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและร่างติดค้างภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าเปิดซากห้องโดยสารเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลลืออำนาจ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่อาจเกิดอาการวูบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้: รถชนบ้าน ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซม? สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องประสบเคราะห์ร้าย รั้วบ้านหรือกำแพงพังเสียหาย คำถามแรกคือ “จะเรียกค่าเสียหายจากใคร และประกันอะไรจ่าย?” ในกรณีนี้ ตามกฎหมายแพ่ง ผู้ขับขี่ถือเป็นผู้กระทำละเมิด หากผู้ขับขี่เสียชีวิต ความรับผิดจะตกแก่ “นายจ้างหรือเจ้าของรถบรรทุก” หากเป็นการขับรถในทางการที่จ้าง นอกจากนี้ หากรถบรรทุกคันดังกล่าวมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยของผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ ข้อกฎหมายความรับผิด: ความรับผิดของผู้ขับขี่และนายจ้างตาม ป.พ.พ. 1. ความรับผิดฐานละเมิด (ม.420): ผู้ขับขี่กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 2. ความรับผิดของนายจ้าง (ม.425): นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง… Continue reading รถโม่ปูนพุ่งชนกำแพงบ้าน อ.ลืออำนาจ คนขับดับ เช็กสิทธิชดใช้ทรัพย์สินและประกันบ้าน