หลายคนคงเคยได้ยินว่าเดี๋ยวนี้ทำงานประจำเพียงอย่างเดียวไม่พอแล้ว ควรมองหารายได้เสริมเพื่อให้ชีวิตมั่นคงขึ้น และถ้าเป็นไปได้ ก็ควรเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งการจะเริ่มธุรกิจของตัวเองได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัย หากเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กหรือ SME เช่นการค้าขาย สิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือพาหนะเพื่องานบรรทุกและขนส่งสินค้า คงจะดีถ้ามีรถสักคันในราคาไม่แพง และถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานบรรทุก แต่ก็ยังคงใช้งานประเภทอื่นได้ด้วย ข่าวดีคือมีรถที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดนี้ รถคันนั้นคือ Suzuki Carry
ซูซูกิ แครี่ เป็นรถกระบะที่ได้รับการผลิตจากบริษัท Suzuki Motor Corporation ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับรถที่จำหน่ายในไทยและประเทศใกล้เคียง ได้รับการผลิตที่โรงงาน Suzuki Motor (Thailand) ที่ระยอง โรงงานนี้มีมาตรฐานการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี
การที่รถได้รับการผลิตในประเทศ นอกจากได้รถที่ตรงกับความต้องการของตลาดแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการนำเข้า ทำให้ราคาของ ซูซูกิ แครี่ในประเทศไทยมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอีกด้วย ซูซูกิ แครี่ มีการปรับโฉมใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นหลัก ๆ ที่ขายอยู่ในปัจจุบันคือโฉมปี 2019 และตัวล่าสุดที่ออกมาในปี 2023
1. ออกแบบมาเน้นความคล่องตัว
ซูซูกิ แครี่ ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่บรรทุกสินค้าที่กว้างขวาง ตัวรถมีความยาวประมาณ 4.4 เมตร และกว้างประมาณ 1.7 เมตร ทำให้สามารถขับขี่ในพื้นที่แคบหรือซอยเล็ก ๆ ได้อย่างคล่องตัว
2. เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน
รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร โดยกำลังของเครื่องยนต์ในแต่ละรุ่นย่อยจะไม่เท่ากัน เช่นรุ่นที่ออกมาในปี 2019 จะมีกำลัง 71 แรงม้า แต่โดยรวมแล้วถือว่าเครื่องยนต์มีความจุเพียงพอสำหรับการขนส่งสินค้าในระยะทางไกล ทั้งยังมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ต่ำ ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานได้มาก
3. พื้นที่บรรทุกกว้างขวาง
กระบะด้านหลังของ Suzuki Carry มีขนาดใหญ่ รองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากถึง 945 กิโลกรัม ถูกออกแบบมาให้เป็นกระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ ตัวกระบะเปิดได้สามด้าน ทำให้นอกจากจะบรรทุกของได้ดีแล้ว ยังสามารถออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างอื่นได้อีกตั้งแต่การใช้เป็นรถขนส่งสินค้า ดัดแปลงเป็น Food Truck หรือแม้กระทั่งออกแบบเป็นรถบ้านขนาดเล็กก็สามารถทำได้
4. ความทนทานและดูแลรักษาง่าย
ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและทนทาน รถรุ่นนี้จึงเป็นรถกระบะที่เหมาะสำหรับงานหนัก อะไหล่หาง่าย และค่าซ่อมบำรุงต่ำ
5. ราคาเป็นมิตรสำหรับคนเริ่มธุรกิจ
รถรุ่นนี้มีฟังก์ชันที่เหมาะสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะส่วนกระบะบรรทุกที่ปรับแต่งได้ง่าย ซึ่งด้วยระดับราคาไม่ถึง 4 แสนบาท เมื่อรวมเข้ากับต้นทุนค่าดัดแปลงรถให้เหมาะกับธุรกิจของคุณแล้ว ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับราคาที่รับได้สำหรับคนเริ่มต้นธุรกิจ
หลายคนอาจสงสัยว่ารถรุ่นนี้ซึ่งเป็นรถกระบะขนาดเล็กและกำลังเครื่องยนต์ไม่สูงมาก จะใช้งานในพื้นที่ที่มีความลาดชัน เช่น การขนส่งสินค้าขึ้นเขาหรือในพื้นที่ชนบทได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้แน่นอนเพราะซูซูกิ แครี่ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรซึ่งปรับแต่งมาให้มีแรงบิดที่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ลาดชัน แม้จะบรรทุกสินค้า ก็ยังสามารถขึ้นเนินหรือถนนที่ไม่เรียบได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ระบบช่วงล่างของรถยังได้รับการปรับแต่งมาให้รองรับน้ำหนักบรรทุกและพื้นผิวถนนที่หลากหลาย
ซูซูกิ แครี่ เหมาะกับธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ต้องการรถกระบะที่คุ้มค่าและปรับแต่งได้ง่าย ตัวอย่างการใช้งานรถรุ่นนี้ในทางธุรกิจคือการนำไปทำรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือ Food Truck กระบะบรรทุกที่เป็นพื้นเรียบ บวกกับการที่กระบะเปิดได้สามด้าน ทำให้การปรับแต่งเป็นครัวเคลื่อนที่ทำได้ไม่ยาก นอกจากนี้ด้วยการรองรับน้ำหนักบรรทุกได้เกือบหนึ่งตัน บวกกับขนาดของรถที่เน้นความคล่องตัวในการขับขี่ ทำให้นำไปปรับเป็นรถขนส่งสินค้าได้เช่นกัน หรือปรับเป็นรถบริการเคลื่อนที่ (เช่นบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า) ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ
เมื่อมีรถกระบะที่ใช่อย่าง Suzuki Carry บวกกับความสามารถของคุณที่ต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้ ก็เท่ากับว่าคุณพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง แต่อย่าลืมอีกอย่าง คือการทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะการมีประกันจะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น แนะนำประกันจาก insurverse วันนี้หากสนใจสามารถเปรียบเทียบ เบี้ยประกันรถยนต์ ได้ผ่านระบบเว็บไซต์ ถูกใจซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้รับความคุ้มครองทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ลำดับเหตุการณ์สลดบนถนน AH16 เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.20 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงแผ่นดินสาย AH16 (กาฬสินธุ์–มุกดาหาร) บริเวณพื้นที่อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรถตู้โดยสารเช่าเหมาคันนำพาชาว สปป.ลาว รวม 13 คน เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าด่านพรมแดนจังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการต่ออายุหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัว ระหว่างการเดินทาง รถตู้คันดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนแท่งคอนกรีตแบริเออร์กั้นขอบทางอย่างรุนแรง ก่อนจะพลิกคว่ำไถลตกลงไปในคูน้ำข้างทาง และเกิดประกายไฟลุกไหม้ท่วมห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้โดยสารหญิงติดอยู่ภายในและถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ และคนขับรวม 12 ราย ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน โดยพนักงานสอบสวนสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนขับอาจเกิดอาการหลับในจากการขับรถระยะไกลข้ามคืน ประเด็นกฎหมายและความรับผิด 1. ความรับผิดทางอาญาของผู้ขับขี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 (กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท) และมาตรา 300… Continue reading รถตู้รับจ้างคว่ำไฟลุกท่วม ดับ 2 เจ็บ 12 : เปิดข้อกฎหมาย สิทธิผู้โดยสาร และการเบิกเคลม พ.ร.บ.
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ได้นำหลักฐานการแชตข้อความและสลิปการทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ศรีสะเกษ ของพรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับอดีตผู้สมัคร สส. รายนี้เป็นการส่วนตัว ต่อมาฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่ามีโควตาพิเศษและสามารถใช้เส้นสายวิ่งเต้นช่วยเหลือให้บุคคลสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้อย่างแน่นอน ด้วยความหวังอยากให้ลูกหลานมีความมั่นคงในอาชีพ ตนจึงหลงเชื่อและรวบรวมเงินเก็บส่วนตัวรวมทั้งสิ้น 2,350,000 บาท มอบให้เพื่อเป็นค่าดำเนินการฝากลูกหลานจำนวน 5 คน แต่เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศผลการสอบอย่างเป็นทางการ กลับปรากฏว่าไม่มีรายชื่อลูกหลานของตนแม้แต่คนเดียว เมื่อตนพยายามทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง อ้างว่าเดินทางไปต่างจังหวัดและอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงและตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด การจ่ายเงินวิ่งเต้นสอบราชการ แล้วถูกหลอก สามารถฟ้องร้องเรียกเงินคืนตามกฎหมายได้หรือไม่? ในทางกฎหมาย ประเด็นการฟ้องเรียกเงินวิ่งเต้นคืนมีความซับซ้อนและมีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้: 1. ในทางแพ่ง: สัญญาเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 150) ข้อตกลงหรือสัญญาจ้างวานเพื่อวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการ ถือเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ส่งผลให้สัญญานั้นตกเป็น… Continue reading สูญเงิน 2.3 ล้านชวดบรรจุ! แจ้งจับอดีตผู้สมัคร สส. หลอกฝากลูกหลานสอบ อปท. : เปิดข้อกฎหมาย สัญญาวิ่งเต้นเป็นโมฆะ ฟ้องเรียกเงินคืนได้อย่างไร?
เกิดอะไรขึ้น? กลายเป็นคดีทุจริตเชิงโครงสร้างที่สั่นสะเทือนระบบทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย เมื่อกรุงเทพมหานครได้ออกคำสั่งลงนามเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนรวม 3 ราย “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” โดยมีผลบังคับใช้ทันที การดำเนินการเด็ดขาดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษร่วมกับรายการ The EXIT สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และตำรวจ บก.ปปป. เปิดโปงขบวนการนายหน้าลักลอบนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์และเลขประจำตัวประชาชนของคนไทย ไป “สวมสิทธิ” ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู หรือ ท.ร.38/1) ให้แก่กลุ่มบุคคลต่างด้าวและเด็กต่างด้าวมากกว่า 1,000 ราย โดยเรียกรับผลประโยชน์รายละ 30,000 ถึง 50,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ด้านปลัดกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด พร้อมสั่งการทุกสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ปูพรมตรวจสอบรายการย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่ผิดปกติย้อนหลังทันที หากเจ้าของบ้านพบว่ามี “ชื่อแปลกปลอม” หรือถูกสวมสิทธิในทะเบียนบ้าน จะส่งผลกระทบทางกฎหมายอย่างไร? การถูกสวมสิทธิทางทะเบียนราษฎร์ถือเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของบ้านและผู้มีสิทธิโดยตรง ดังนี้: 1. ความเสี่ยงด้านนิติกรรมและหนี้สิน มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลทะเบียนบ้านไปใช้เปิดบัญชีม้า สมัครสินเชื่อ… Continue reading เชือดข้าราชการทุจริต! กทม. สั่ง 3 จนท. เอี่ยวสวมสิทธิ ‘บัตรสีชมพู’ ให้ออกทันที : เตือนภัยเจ้าของบ้าน เช็กด่วนมีชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้านหรือไม่ และโทษหนักทางกฎหมาย