กลายเป็นเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อเกิดเหตุ “เสือโคร่งห้วยขาแข้ง” บุกทำร้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจนเสียชีวิตในบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกและนำมาซึ่งการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปของสัตว์ป่า รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่
เหตุการณ์นี้ได้รับแจ้งในช่วงเช้าของวันที่ 5 สิงหาคม โดยเจ้าหน้าที่พบว่า นายศักรินทร์ วิชาจารย์ อายุ 48 ปี พนักงานราชการ ได้หายตัวไปจากบริเวณศาลาพักที่อยู่ห่างจากป้อมยามเพียง 200 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่นายศักรินทร์นอนพักค้างคืนเพื่อเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจค่ายเยาวชนในช่วงเช้ามืด
เมื่อทีมงานออกค้นหา พบเพียงโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ส่วนตัว และมุ้งที่มีรอยฉีกขาดพร้อมคราบเลือด จนกระทั่งตามรอยลากจูงไปพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณกลางลำห้วยทับเสลา ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร สภาพศพมีร่องรอยถูกกัดกิน และบริเวณใกล้เคียงพบรอยเท้าเสือโคร่งรอยใหม่เด่นชัด
โดยปกติแล้ว เสือโคร่งในป่าธรรมชาติที่มีอยู่ราว 100-120 ตัวในพื้นที่ห้วยขาแข้ง จะมีสัญชาตญาณหลีกเลี่ยงมนุษย์ หากได้กลิ่นมนุษย์มักจะเดินหนี และคนไม่ใช่เหยื่อตามธรรมชาติของเสือ ผู้เชี่ยวชาญและอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมที่เสือเข้ามาใกล้เขตที่พักของคนและทำร้ายมนุษย์ เกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
เสือที่อายุมากจนสูญเสียกำลัง ไม่สามารถวิ่งล่าสู้แรงสัตว์เหยื่อขนาดใหญ่ตามธรรมชาติอย่างวัวแดงหรือกวางได้
การบาดเจ็บทำให้ความสามารถในการหาอาหารลดลง จึงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดโดยการหาเหยื่อที่ล่าได้ง่ายกว่า
พฤติกรรมนี้จึงถือเป็นความผิดปกติ ไม่ใช่การที่เสือจ้องจะล่ามนุษย์เป็นอาหารหลักแต่อย่างใด
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งการด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่:
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติเหตุและเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้เสมอแม้ในพื้นที่ที่เราคุ้นเคยและคิดว่าปลอดภัย การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรับมือกับสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ การมีเกราะป้องกันอย่าง ประกันอุบัติเหตุ ถือเป็นทางเลือกพื้นฐานที่ช่วยสร้างความอุ่นใจ แม้เราจะไม่อยากให้เหตุร้ายเกิดขึ้น แต่การเตรียมแผนสำรองไว้กับ insurverse ก็เป็นหลักประกันที่ช่วยบรรเทาภาระเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้คุณและคนข้างหลังใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นใจครับ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ย้อนรอยมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดินกว่า 30 ปี วัดป่าอดุลยาราม กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเกิดเหตุการณ์กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน นำท่อปูนซีเมนต์มาปิดกั้นทางเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม (ตั้งอยู่บริเวณชุมชนกังสดาล ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น) พร้อมติดป้ายประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการเข้าไปทำบุญหรือใช้สถานที่ในการประกอบพิธีทางศาสนา จุดเริ่มต้นจากศรัทธา สู่การฟ้องร้อง วัดป่าอดุลยารามก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 โดยได้รับการอุทิศที่ดินกว่า 21 ไร่ และได้รับทะเบียนจัดตั้งเป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2541 แม้ว่าก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2555 ศาลฎีกาจะเคยมีคำพิพากษายกฟ้องฝ่ายทายาทไปแล้ว และทางนักวิชาการด้านกฎหมายได้ออกมาระบุถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าเมื่อมีเจตนาอุทิศที่ดินให้สร้างวัด ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันข้อพิพาทนี้ก็กลับมาปะทุอีกครั้งและยังคงอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย เจาะลึกมุมมองทางกฎหมาย: วัดหรือทายาท? ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและคำพิพากษาศาลฎีกา การวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจ อ้างอิงความเห็นจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่กล่าวถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ว่าการอุทิศที่ดินสร้างวัดเมื่อเจตนาชัดเจน ที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้จะไม่ทำเป็นหนังสือก็ตาม ผลกระทบต่อชุมชนและการจัดการความเสี่ยง วัดป่าอดุลยารามไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นศูนย์รวมใจของชาวขอนแก่น โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยเหลืองานฌาปนกิจศพให้กับประชาชนในพื้นที่และใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น การที่พื้นที่เกิดความไม่แน่นอนจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนในชุมชน ขับรถเที่ยวขอนแก่นอย่างอุ่นใจ: สิ่งที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ทรถ การปรับเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน… Continue reading สรุปดราม่าที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ขอนแก่น ปิดทางเข้าออก พร้อมแนะนำที่เที่ยวทดแทน
เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางดึก เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุ กราดยิงในงานชิม ช้อป ใช้ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) เป็นเหตุให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาร่วมงานได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 1 ราย พร้อมเร่งล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี สรุปเหตุการณ์กราดยิงกลางงาน ชิม ช้อป ใช้ ด่านขุนทด จากการสอบสวนเบื้องต้นโดย พ.ต.ท.อาคม ชุดขุนทด รอง ผกก.ป.สภ.ด่านขุนทด ทราบว่าในช่วงที่งานกำลังจะเลิก กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดและอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ (ปืนลูกซองลูก 100) กราดยิงเข้ามาในพื้นที่จัดงาน ส่งผลให้กระสุนกระจายตัวไปโดนผู้คนในบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธด่านขุนทด และบางรายที่มีอาการสาหัสถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ (รวม 6 ราย) ชนวนเหตุสลด: เริ่มต้นจากการจับกุมคนร้าย “ขโมยรถจักรยานยนต์” สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ตำรวจได้สืบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้พยายามเข้ามา ขโมยรถจักรยานยนต์… Continue reading อุกอาจ! เหตุกราดยิงงาน “ชิม ช้อป ใช้” ด่านขุนทด โคราช บาดเจ็บ 6 ราย ตำรวจรวบมือปืนได้แล้ว
เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคมของทุกปี หลายคนมักจะนึกถึง “วันแม่แห่งชาติ” ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่ลูก ๆ จะได้แสดงความกักตัญญูและใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัว ล่าสุดได้มีการประกาศสำคัญจากทางภาครัฐเกี่ยวกับการกำหนดสถานะของวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับทราบและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ บทความนี้จะมาสรุปรายละเอียดให้ฟังว่า มติล่าสุดคืออะไร และวันที่ 12 สิงหาคม ยังคงเป็นวันหยุดราชการอยู่หรือไม่ มติ ครม. และราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย โดยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย 2 ประการ ได้แก่ สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นำมาซึ่งความเศร้าโศกแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา จึงได้มีการประกาศให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อให้พสกนิกรได้ร่วมกันน้อมรำลึกและสืบสานความหมายของวันแม่แห่งชาติต่อไป วันที่ 12 สิงหาคม ยังเป็นวันหยุดราชการไหม? สำหรับใครที่กำลังวางแผนพักผ่อนหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว… Continue reading สรุปชัด! 12 สิงหาคม เป็นวันสำคัญของชาติ และวันหยุดราชการ (วันแม่แห่งชาติ)