การเดินทางไปประเทศอังกฤษจำเป็นต้องขอวีซ่าอังกฤษ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมักกังวล โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตว่า “ขอวีซ่าอังกฤษ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะผ่าน?” จริง ๆ แล้วจำนวนเงินไม่ใช่แค่ปัจจัยเดียว แต่ยังต้องเตรียมเอกสาร รายละเอียดการเดินทาง และหลักฐานทางการเงินให้ครบถ้วนด้วย
บทความนี้จะพาคุณไปดูทุกข้อควรรู้ ตั้งแต่ประเภทวีซ่า เงินในบัญชีขั้นต่ำ ไปจนถึงเคล็ดลับเตรียมตัวยื่นอย่างมั่นใจ เพื่อให้การยื่นวีซ่าอังกฤษปี 2025 ผ่านฉลุยตั้งแต่ครั้งแรก
Key Takeaway
สารบัญบทความ
วีซ่าอังกฤษ (UK Visa) แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละแบบจะมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเดินทาง ดังนี้
การขอวีซ่าแต่ละประเภทจึงต้องเลือกให้ตรงตาม “วัตถุประสงค์การเดินทาง” เพราะหากเลือกผิดประเภท อาจมีผลต่อการอนุมัติและประวัติการเดินทางในอนาคตได้
ขอวีซ่าอังกฤษ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? โดยทั่วไปการขอ วีซ่าอังกฤษ (UK Visa) ควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 80,000 – 150,000 บาทขึ้นไป สำหรับทริปเดินทาง 7–14 วัน ทั้งนี้จำนวนเงินไม่ได้กำหนดตายตัวจากสถานทูต แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างอยู่ในอังกฤษ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าเดินทางภายในประเทศ
หากอยู่เกิน 2 สัปดาห์หรือมีแผนเที่ยวหลายเมือง ควรเตรียมเงิน ประมาณ 150,000 – 250,000 บาท เพื่อความมั่นใจ และยอดเงินควรคงที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนก่อนยื่นขอวีซ่า ไม่ควรถอนเงินก้อนใหญ่ในช่วงใกล้วันยื่น
นอกจากนี้ ควรให้ยอดเงินในบัญชี สัมพันธ์กับรายได้ประจำหรืออาชีพของผู้ยื่น เช่น พนักงานออฟฟิศควรมียอดเข้า–ออกปกติทุกเดือน ส่วนผู้ประกอบการควรแนบเอกสารทางธุรกิจเพื่อยืนยันรายได้ การแสดงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและสมเหตุสมผลจะช่วยเพิ่มโอกาสผ่านวีซ่าได้มากขึ้น
ค่าวีซ่าอังกฤษ จะแตกต่างกันตาม “ระยะเวลาอายุของวีซ่า” ที่ผู้ยื่นต้องการ โดยผู้สมัครสามารถเลือกได้ตั้งแต่แบบระยะสั้นไปจนถึงระยะยาว ดังนี้
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราแลกเปลี่ยนและประกาศจาก UKVI (UK Visas and Immigration) อีกทั้งยังไม่รวม ค่าบริการศูนย์ยื่นวีซ่า VFS Global ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 800–1,000 บาทต่อครั้ง
นอกจากคำถามขอวีซ่าอังกฤษ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่แล้ว เอกสารที่ใช้ไปอังกฤษต้องเตรียมอะไรบ้าง? ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดนิยม ซึ่งควรเตรียมให้ครบและถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อเพิ่มโอกาสการอนุมัติและลดความล่าช้าในการพิจารณา โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้มี ดังนี้
แนะนำให้ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ–นามสกุล และวันเดือนปีเกิดในทุกเอกสารให้ตรงกันทั้งหมดก่อนยื่น เพื่อป้องกันปัญหาความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนตรวจสอบวีซ่า
ขั้นตอนการขอวีซ่าอังกฤษ (UK Visa Application Process) สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ของรัฐบาลอังกฤษ โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้
ให้ตรวจสอบอีเมลจาก UKVI และ VFS อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่พลาดการแจ้งผลหรือขั้นตอนเพิ่มเติมระหว่างรอการพิจารณา
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วนที่ศูนย์ VFS Global หากเลือกบริการด่วน (Priority Visa) จะใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามช่วงพีคหรือจำนวนผู้ยื่นในแต่ละเดือน
ไม่ยาก หากเตรียมเอกสารครบและข้อมูลถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากความพร้อมทางการเงิน ความสัมพันธ์กับประเทศไทย และวัตถุประสงค์การเดินทางเป็นหลัก หากมีงานประจำ รายได้มั่นคง และแผนท่องเที่ยวชัดเจน โอกาสผ่านสูงมาก
สุดท้ายแล้วการขอวีซ่าอังกฤษ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่นั้น เบื้องต้นควรเตรียมเงินในบัญชีอย่างน้อย 80,000 – 150,000 บาทขึ้นไป เพื่อแสดงถึงความพร้อมทางการเงิน ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่คนเดินทางต่างประเทศควรทำไว้ก่อนเดินทางก็คือ การทำประกันเดินทางต่างประเทศ
ซึ่งหากยังไม่รู้ว่าจะทำประกันเดินทางต่างประเทศที่ไหนดี insurverse เรามีประกันเดินทางต่างประเทศที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกและความคุ้มค่าในเวลาเดียวกัน
อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงมาทำลายทริปในฝันของคุณ “เช็กแผนประกันเดินทางกับ insurverse” เพราะทุกทริปที่คุณรอคอย ควรมีแค่ความสุข ไม่ใช่ความกังวล
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”